Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
กลับหลังหัน
ปกป้อง จันวิทย์


The West Wing 2008: คนหนึ่งสร้างประวัติศาสตร์ อีกคนกลายเป็นประวัติศาสตร์

เมื่อวันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน Hillary Clinton กล่าวสุนทรพจน์ปิดฉากการรณรงค์หาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ และประกาศสนับสนุน Barack Obama เป็นตัวแทนพรรค รวมทั้งเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนของเธอหันไปสนับสนุน Obama อย่างเต็มกำลัง

เนื้อหาของสุนทรพจน์มีความกินใจและจับใจ ยกย่อง Obama อย่างเต็มที่ (แถมนับดูมีคำว่า Obama ประมาณ 15 ครั้งในสุนทรพจน์ความยาวประมาณ 30 นาที) นับเป็นสุนทรพจน์เพื่อพรรค Democrat อย่างแท้จริง ได้ฟังถ้อยความ ได้มองเห็นลีลาและท่าทีของ Clinton ในคืนนั้นแล้ว Obama และทีมงานคงไม่อาจร้องขออะไรจากเธอได้มากกว่านี้อีกแล้ว

แง่งามของการเมืองอเมริกันประการหนึ่งคือสปิริตทางการเมืองระหว่างผู้แพ้และผู้ชนะเช่นนี้

ใครได้ฟังสุนทรพจน์อำลาอย่างงดงามมีสไตล์ของ Clinton คงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่เป็นสุนทรพจน์ดีที่สุดของเธอในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นสุนทรพจน์ประวัติศาสตร์ของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเดินทางมาไกลที่สุดบนถนนสู่ทำเนียบขาว บ้างก็ว่าถ้าเธอหาเสียงด้วยเนื้อหา ลีลา และอารมณ์เยี่ยงนี้ อาจเป็น Obama ก็ได้ที่ต้องเป็นฝ่ายกล่าวยกย่อง Clinton ในสุนทรพจน์อำลาเสียเอง

ความพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งขั้นต้นอย่างที่เธอไม่เคยคาดคิดครั้งนี้ นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกของ The Clintons ตั้งแต่ปี 1980 ซึ่ง Bill Clinton แพ้เลือกตั้งชิงตำแหน่งผู้ว่าการมลรัฐอาร์คันซอสมัยที่สอง

เพียงแค่ 2 ปี Bill ก็กลับมาทวงตำแหน่งคืนได้ และเป็นผู้ว่าการรัฐยาวถึง 10 ปีเต็ม ต่อด้วยตำแหน่งประธานาธิบดี 8 ปีเต็ม (1993-2001) เมื่อต้องออกจากทำเนียบขาว Hillary ก็ได้รับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกมลรัฐนิวยอร์กต่อทันที (2001 – ปัจจุบัน) เรียกว่าเล่นการเมืองโดยมีชัยชนะเป็นเพื่อน และไม่เคยต้องกล่าวสุนทรพจน์ยอมรับความพ่ายแพ้ทางการเมืองอีกเลย กระทั่งมาเจอพลังของ Obama

อะไรคือความผิดพลาดที่ทำให้ตระกูลการเมืองมากความสามารถ มากเสน่ห์ มากปฏิภาณไหวพริบ ระดับอัจฉริยะการเมือง ต้องพลาดท่าโดนทิ้งไว้ให้กลายเป็นประวัติศาสตร์ไปเสียเอง?

1. ความเชื่อมั่นเกินตัว

Clinton เริ่มต้นหาเสียงด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าตนคือเต็งหนึ่ง การวางตำแหน่งแห่งที่ของตัวเองไว้เป็น ‘ของตาย’ ของพรรคเหนือผู้สมัครรายอื่น มีประสบการณ์การเมืองโชกโชน และยกตัวเป็นคนที่พรรค ‘ต้องเลือก’ ทำให้ท้ายที่สุดต้องมา ‘ตกม้าตาย’ เสียเอง เพราะ Obama นำเสนอ ‘ทางเลือก’ ที่แตกต่างน่าลิ้มลองแบบสร้างแรงบันดาลใจ ไม่ใช่บังคับจิตใจ แถมครั้งนี้ คนอเมริกันเบื่อหน่ายการเมืองในวอชิงตันแบบเดิมๆ นักการเมืองหน้าเดิมๆ ประสบการณ์การเมืองโชกโชนเลยกลายเป็นยาขมไป เพราะประชาชนอยากได้นักการเมืองรุ่นใหม่ ที่ข้ามพ้นกรอบการเมืองแบบเก่าๆ

2. คนหลายบุคลิก

ไม่มีใครปฏิเสธความเก่งกาจและความเป็นนักสู้ของ Clinton แต่อีกด้านหนึ่ง ก็ไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอเช่นกัน เพราะเธอปรับเปลี่ยนบุคลิกได้หลากหลายตามคลื่นลมการเมือง บางวันอารมณ์ดี น่ารัก ใจดี บางวันพูดจาดุดัน รุนแรง บางวันถึงกับหลั่งน้ำตาหาเสียง บุคลิกหลายแบบหลากอารมณ์ทำให้คนจำนวนมากรู้สึกไม่วางใจ และมักตั้งคำถามเรื่องความจริงใจ เพราะประชาชนคงอยากจะตอบได้ว่า ประธานาธิบดีของพวกเขาเป็นคนแบบไหน

3. การวางยุทธศาสตร์หาเสียงผิดพลาด

ทีมงานของ Clinton เชื่อมั่นว่าเธอจะได้ตำแหน่งตัวแทนพรรคตั้งแต่วัน Super Tuesday (5 กุมภาพันธ์) แต่ Obama กลับทำผลงานได้ดีเหลือเชื่อในวันนั้น พอพลาดหวังไป เธอและทีมถึงกับไปไม่เป็นเพราะไม่ได้เตรียมตัวไว้อย่างดี จนพ่ายแพ้ Obama ถึง 10 สนามรวด ทำให้ Obama เก็บเล็กผสมน้อยจนกลายเป็นฝ่ายขึ้นนำ พลิกกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบในที่สุด

นอกจากนั้น เธอยังมุ่งหาเสียงในมลรัฐขนาดใหญ่เป็นหลัก ในขณะที่ Obama ลุยแหลกทุกมลรัฐไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ แม้จะพ่ายแพ้ในมลรัฐขนาดใหญ่จำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้แพ้ขาด โดยเก็บ Delegates ได้ใกล้เคียงกัน เพราะการเลือกตั้งใช้ระบบสัดส่วน

4. ปากพาจน ผัวพาซวย

เมื่อ Clinton ประกาศลงสมัคร ใครก็ว่าคงนำเดี่ยวแบบฉุดไม่อยู่ เพราะเธอมีสินทรัพย์ล้ำค่าทางการเมืองอย่าง Bill Clinton อยู่ในมือ ปรากฏว่า เอาเข้าจริง Bill กลับกลายเป็นหนี้เสียของเธอไปแทน เพราะสร้างผลงานปากพาจนหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเล่นเกมการเมืองเรื่องเชื้อชาติหลายครั้ง โดยพูดจาทำนองที่คนผิวดำจำนวนมากรู้สึกถูกดูแคลน เช่น เปรียบเทียบชัยชนะในเซาท์แคโรไลนาของ Obama ไม่ต่างอะไรกับชัยชนะของสาธุคุณ Jesse Jackson นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมืองผิวดำ ในปี 1984 และ 1988 เป็นต้น ทำให้ยิ่งหาเสียง คะแนนคนผิวดำยิ่งหาย ทั้งที่สมัยก่อน กลุ่มคนผิวดำเป็นฐานเสียงหลักของ The Clintons จนมีคนขนานนามว่า Bill เป็นประธานาธิบดี(เพื่อ)คนผิวดำคนแรกมาแล้ว

ตอนหลังทีมงานหาเสียงจึงจำกัดบทบาทของ Bill ลงไปมาก โดยเฉพาะเมื่อผลสำรวจความนิยมชี้ว่า Bill ทำลายคะแนนนิยมของ Hillary เรียกว่า ต้นทุนของการส่งเมียขึ้นทำเนียบแพงขนาดทำให้อดีตประธานาธิบดีสุดที่รักของคนอเมริกันเสียผู้เสียคนกันไปเลยทีเดียว

5. การเมืองน้ำเน่า

ช่วงที่ Clinton ตกเป็นฝ่ายไล่หลัง เธอโจมตี Obama อย่างเผ็ดร้อน อีกทั้งพยายามเล่นงาน Obama ทุกท่วงท่า ทุกวิธีการ ทุกโอกาส และปลุกกระแสต่างๆ ที่สร้างประโยชน์ให้ตัวเอง ในขณะที่ Obama แทบจะไม่เคยโจมตี Clinton เลย (แต่มีลูกน้องออกมาจัดการแทนอยู่บ้าง) คนที่เบื่อหน่ายการเมืองอยู่แล้ว ยิ่งรู้สึกเหนื่อยหน่ายและรังเกียจการเมืองโบราณ หันไปเทเสียงให้ Obama มากขึ้น

6. ความล้มเหลวในการวางแผนการเงิน

นอกจากระดมทุนได้น้อยกว่า Obama อย่างเทียบไม่ติดแล้ว Clinton ยังพึ่งพิงเงินบริจาคก้อนใหญ่จากผู้บริจาคฐานแคบ และล้าหลังในการใช้สื่ออินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือระดมทุน อีกทั้งยังใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพน้อยกว่าฝั่ง Obama มาก เช่น จ้างทีมงานราคาแพง ใช้เงินฟุ่มเฟือย (เคยมีรายงานข่าวว่าจ่ายไปกับค่าโรงแรมค่าอาหารราคาแพง) สุดท้าย เคมเปญของเธอจบลงด้วยการเป็นหนี้ถึง 20 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเธอต้องควักเนื้อเอาเงินตัวเองมาให้ยืม 11.4 ล้านเหรียญสหรัฐ


ใครยังจำกันได้ เมื่อปี 1992 Bill Clinton เคยหาเสียงด้วยการชูธง ‘Change’ เปลี่ยนแปลงอเมริกาเช่นเดียวกัน 16 ปีผ่านไป จากหนึ่งในผู้นำการเปลี่ยนแปลงกลับกลายเป็นหนึ่งในซากชำรุดที่ต้องถูกเปลี่ยนแปลง

นิทานการเมืองเรื่องนี้สอนให้รู้ถึงความเป็นอนิจจังของการเมือง เมื่อคนใหม่ก้าวเข้ามาสร้างประวัติศาสตร์ คนเก่าก็กลายสภาพเป็นประวัติศาสตร์ไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ อยากถูกบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ที่มีเนื้อความเช่นไร อันนี้ขึ้นอยู่กับศิลปะเฉพาะตัวในการรู้จักพอแล้วหาจุดสิ้นสุดทางการเมืองเป็นสำคัญ

เรื่องแบบนี้สอนกันไม่ได้ เตือนกันก็ไม่ฟัง ต้องตระหนักรู้ด้วยตัวเอง


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 16 มิถุนายน 2551



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter