Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
เขียนแผ่นดิน
เปลว สีเงิน


ถึงครา ‘ไตรรงค์’ เป็น ‘ไตรภาคี’

อืมมมม..บ้านเมืองเราตอนนี้ “เปลี่ยนสี” ไปแล้วครับ คือจากเดิม “แดง-ขาว-น้ำเงิน” เปลี่ยนไปเป็น “แดง-ขาว-เหลือง” ฉะนั้น เหตุการณ์ต่อจากนี้ไป “ศึกสีกินสี” จะต้องเกิดขึ้น ๑,๐๐๐,๐๐๐% เพียงแต่ว่า..ยังไม่ใช่ในเดือนมิถุนายน นี้ เท่านั้น!

เพราะเดือนนี้ แฟนๆ บอกว่า “ขอดูบอลยูโร” ก่อน ส่วนกีฬาสีนั่นน่ะ เอาไว้ตอนเดือนกรกฎา-สิงหา-กันยา รอให้ฝนมา ฟ้าถล่มเมืองไทยซักรอบก่อน

ค่อยฆ่ากันตอนนั้นก็ยังไม่สาย!

ผมจองที่นั่ง “แถวหลัง” ไว้แล้ว เพราะสายตายาว ต้องดูไกลๆ ถึงจะเห็นชัด ส่วนใครที่รู้ตัวว่าสายตาสั้น และชอบเผชิญภัย เชิญริงไซด์เลยครับ

พูดทางด้าน “สีแดง” ก่อน วันเสาร์ ๗ มิ.ย.ที่จะถึงนี้ ได้ยินข่าวว่า นปก.เขาก็จะคืนชีพ ไปเปิดวงประชันม็อบพันธมิตรฯ ที่เชียงใหม่ ทำพิธีสรรเสริญคุณท่าน พ.ต.ท.ทักษิณเป็นการเอาฤกษ์-เอาชัย ก่อนที่จะประกาศสงครามกับพันธมิตรฯ

แรกๆ คงเป็นอาวุธยาวในลักษณะ “สงครามวิวาทกรรม” ก่อน เพราะปักหลักยึดชัยภูมิ “อยู่คนละมุมเมือง”!

เห็นมีการเอาชื่อดาราดังๆ โฆษณาชวนเชื่อไว้ด้วย อย่างนายเหวง นายจรัล และคนสำคัญที่แฟนๆ ได้ยินแล้วหูผึ่ง คือ

นายจักรภพ เพ็ญแข!

อย่างนี้ก็ไม่แน่นะครับ ถ้าเครื่องติด-แฟนเรียกร้อง “จตุพร-ณัฐวุฒิ” อาจจะอ้างอิง “สมเกียรติ” ส.ส.ประชาธิปัตย์ที่เป็น ๕ เสือพันธมิตรฯ ไปสมทบจักรภพเป็น “๓ ทหารเสือแม้ว” ขึ้นเวทีด้วยก็ได้

สำหรับนายจักรภพ ไม่ทราบว่าไปมอบตัวกับตำรวจในคดีที่ถูกกล่าวหาหมิ่นสถาบันแล้วหรือยัง ถ้ายัง..ไปขึ้นเวทีให้เป็นที่ปรากฏ ระวังนะครับ ด้วยประสบการณ์ของคนที่เคยเป็นผู้ต้องหามีหมายจับมาก่อน

เมื่อถึงขั้น “ออกหมายจับ” มีใครไปชี้ให้ตำรวจจับบนเวที แล้วมันจะเสียฟอร์ม “ลูกผู้ชายชื่อจักรภพ” หมดเลย!

ก็มาดูทางสีเหลืองบ้าง “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” มีเหตุผลอะไรที่ควรรับฟังมากกว่ายึดถนนตะโกน “รัฐบาลออกไป-ทักษิณติดคุก” ผมก็ไม่ทราบเขา?

เพียงแต่ได้ยินจากข่าวตอนเย็นวานนี้ว่า เขาจะแปรเวทีชุมนุมไปเป็น “มหาวิทยาลัยราชดำเนิน” พูดง่ายๆ จากที่ประชันคำด่า ว่าใครจะสรรมาตะโกนได้น่าขนลุกกว่ากันแล้ว

ต่อจากนี้..จะเปลี่ยน “ภาษาดอกไม้” ไปเป็น “บริภาษวิชาการ” โดยให้ผู้ทรงคุณปัญญาในแต่ละเรื่องที่เป็นปัญหาของบ้านเมืองมาแจกแจง เพื่อขยายปัญญาเป็นดวงตาให้ผู้มาร่วมชุมนุม ใช้มองปัญหาได้ร่วมระนาบเดียวกัน

แต่อีกทางหนึ่งก็มีข่าวว่า หลังจากประเมินการยึดมัฆวานฯ แล้วเนรมิตเป็น “เมืองพันธมิตรฯ” ดูเหมือนว่าจะเสียมวลชน และเสียภาพลักษณ์ไปมาก เพราะตลาดไม่ขานรับยุทธวิธี “ตื๊อรบ”

หุ้นตก-รถติด-เศรษฐกิจพัง-นักเรียนเดือดร้อน กลายเป็นจุดอ่อนที่ใครต่อใคร “เหมา” ว่าสาเหตุมาจากพันธมิตรฯ ปิดถนนชุมนุมไม่เลิก

“พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง” ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พูดได้ว่าอยู่ในฐานะที่ประชาชนจ้างไว้ สำหรับทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยแท้ๆ คงประเมินท่าทีสังคมแล้ว จึงโดดออกมาแทงเต็ง “รูเล็ตต์การเมือง”

จับไมค์จวก “ม็อบพันธมิตรฯ” เข้าตานายกฯ สมัคร และ ผบ.ตร.คนใหม่ยิ่งนัก!?

ยุทธการปิดถนน “ชุมนุมไม่เลิก” ด้วยการยกเอา “ความปลอดภัย” ของ ๕ แกนนำขึ้นมาเหนือความสะดวกของ “ประชาชนผู้ใช้ถนน” นับวันจะยิ่งกินตัวพันธมิตรฯ ขึ้นเรื่อยๆ

การชุมนุมด้วยเงื่อนไขเลื่อนลอย ยิ่งยืดเยื้อก็ยิ่งจะเสียมวลชน และเสียความชอบธรรมให้กับอีกฝ่าย เหมือนการยกทัพไปตีเมือง ถ้ายืดเยื้อแถมยังไม่เห็นช่องชิงเมือง

ไพร่พลจะท้อ และเบื่อหน่ายการรบที่คะเนผลชนะยังไม่ได้!

ก็ขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายคือ “รัฐบาล” แหละครับ จะวางแผนรับศึกนี้อย่างไร ถ้าแค่ที่เห็น ระดมสื่อ “สร้างข่าว” ดิสเครดิตไปเรื่อยๆ คงไม่เป็นไร แต่ขืนปล่อยให้ “สีแดง-นปก.” แต่งทัพที่เชียงใหม่ขึ้นประชันศึก

แบบนี้..จะเหมือนเสาร์ที่แล้ว พันธมิตรฯ กำลังหมดเงื่อนไข แต่ทันทีที่นายสมัครไปประกาศกลางจอ “วันนี้เอากันให้แตกหัก” พันธมิตรฯ เลยมีเงื่อนไขเพียบที่จะชุมนุมต่อ

เสาร์ที่จะถึงนี่เหมือนกัน ถ้า นปก.เปิดวงที่เชียงใหม่ และมีนายจักรภพโดดขึ้นไปเป็นนายวงตามที่โฆษณาไว้ละก็ เท่ากับช่วยสร้างความชอบธรรมให้พันธมิตรฯ “ยึดมัฆวานฯ ต่อ”

นั่นเท่ากับยิ่งตอกย้ำ ๑,๐๐๐,๐๐๐% ของผมหนักขึ้นไปอีก!?

และยิ่งพันธมิตรฯ ประกาศแตกไลน์ จะส่งหน่วย “พันธมิตรฯ นิเทศก์” ไปตามหน่วยราชการ และองค์กรเป้าหมาย แบบนั้น คล้ายจะทำให้เป็น “ระเบิดแสวงเครื่อง” ที่ตั้งเวลาไปซุกไว้ที่โน่น-ที่นี่

คิดไป ก็เสียวไปแหละครับ!

สีแดงก็แล้ว สีเหลืองก็แล้ว ต่อจากนี้ก็ถึง “สีขาว” เขาบอกคุณสมบัติตัวเองว่า เอาขาวไปผสมกับแดงและเหลือง จะออกมาเป็น “สีส้ม”

แต่ผมกลัวผสมแล้วจะออกมาเป็น “สีช้ำเลือด-ช้ำหนอง” ซะละมากกว่า!

นับจาก ๖ ตุลา ๑๙ เป็นต้นมา “นิสิต-นักศึกษา” เรียกว่าหนุ่มเหน้าสาวสวยชาวมหาวิทยาลัย “สูญพันธุ์” ไปจากโลก “การเมืองท้องถนน” ขนาดพฤษภาทมิฬก็ยังสามารถพูดได้ว่า

ภาคนิสิต-นักศึกษา เป็นแค่ตัวประกอบ “เดินผ่านฉาก” เท่านั้น!

ม็อบพันธมิตรฯ ๒๕๔๙ หรือม็อบ นปก.๒๕๕๐ ก็ไม่ปรากฏว่ามนุษย์พันธุ์มหาวิทยาลัยจะ “ตื่นตัว” เข้าไปมีปฏิกิริยาสังคมให้เห็น

แต่น่าสังเกต ในปรากฏการณ์บ้านเมือง ๒๕๕๑ นี้ คนพันธุ์มหาวิทยาลัยปรากฏบทบาทร่วมออกมาค่อนข้างชัดเจน โดย “อาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล” ผู้มีเชื้อการเมืองพฤษภา เป็นผู้จุดชนวนขับเคลื่อน

“การเมืองสีขาว”!

และจากตรงนี้ ขั้วที่ ๓ หรือสีที่ ๓ ก็เกิดเป็นรูปธรรมแพร่กระจายโดย “นิสิต-นักศึกษา” ออกมาเดินบทบาท “การเมืองท้องถนน” สมทบประชาชนที่มีความเห็นร่วมอีกครั้ง

ผมเห็นนิสิต-นักศึกษาเดินขบวนไปวางหรีด ไปอ่านคำประกาศเจตสัญญาสีขาว และเห็นคนสีเหลืองโกรธแค้น ออกมากระทืบหรีด ก็อดบอกตัวเองในใจไม่ได้ว่า

ประชาธิปไตยหน้าใหม่..เริ่มขึ้นแล้ว

หลังจาก “หายหน้า-หมดบทบาท” ไปเป็นเวลา ๓๒ ปี!?

ขณะนี้ เหมือนหนัง-เหมือนละคร ที่กำลัง “ปูเรื่อง” ยากเสียแล้ว ที่ใครจะไปห้ามไม่ให้หนังเรื่อง “เลือดชโลมกรุง” ฉายต่อ

ผมเป็นนิสิตนอกหลักสูตรของ “มหาวิทยาลัยรังสิต” วานนี้ท่านอธิการบดี “ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์” ส่งหนังสือเชิญเข้าร่วมสัมมนาในโครงการเรื่อง “ทางเลือก ทางรอด ก่อนชาติล่มสลาย” วันศุกร์ที่ ๖ มิ.ย. ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์

มีวิทยากรหลายท่าน ทั้งนักวิชาการ นักปฏิบัติการ นักการทหาร นักธุรกิจ นอกจาก ดร.อาทิตย์แล้ว ยังมีคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ในฐานะตัวแทนพันธมิตรฯ ด้วย

ท่านย้ำว่า “เป็นการระดมความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อหาทางออกให้กับสังคมไทยที่กำลังวิกฤติอยู่ขณะนี้”

เมื่อผมได้รับหนังสือ ก็พอจับระดับความสั่นไหวสังคมได้อีกขั้นว่า “น่าห่วงมากกว่าที่เห็น” เพราะ ดร.อาทิตย์ นั้น ก็ทราบกันแล้วว่าท่านล้างมือการเมือง ตั้งเข็ม-มุ่งบุกเบิกปัญญาให้คนรุ่นใหม่ไปสร้างบ้าน-สร้างเมืองแทน

แต่วันนี้ ท่านมองความเป็นไปของบ้านเมืองแล้วคิดอย่างไร ผมตอบแทนไม่ได้ ทราบแต่ว่า “เป็นครั้งแรก” ในรอบ ๑ นักษัตรที่ท่านเห็นภาวะบ้านเมืองแล้วต้องหันมา “มองการเมือง” อีกครั้ง

มอง..ในด้านหาทางกะเทาะให้ทะลุผ่าน “ทางออก” ของบ้านเมืองที่กำลังมืดมิด ทั้งวิกฤติสังคม วิกฤติเศรษฐกิจ และวิกฤติการเมือง!

นี่ก็ถือเป็น “อีกความเคลื่อนไหวหนึ่ง” จากภาคมหาวิทยาลัย ที่เป็นปฏิกิริยาสะท้อนตอบประชาชนภาคบ้านเมือง

ครับ จากสี แดง-ขาว-น้ำเงิน สีสัญลักษ์ดั้งเดิมของไทย ถึงวันนี้ สีสัญลักษณ์ยังคงเดิมก็จริง แต่เกิด “สีต่างทัศนะ” ตัดกันฉาดฉานบาดใจ

แดง-นปก.

เหลือง-พันธมิตรฯ

ขาว-นิสิต นักศึกษา

ไม่มีความจำเป็นที่ “ใครต้องไปเตือนใคร” อีกแล้ว เพราะถึงนาทีนี้ คำว่า “เหตุผล” ไม่มีน้ำหนักเหนือ “ความต้องการ” ฉะนั้น บนความเป็นผู้ “ถือหุ้นประเทศไทย” ที่เท่าๆ กัน เชิญใช้สิทธิ์นั้นตามสบายเถอะครับ ใครเข้าไปขวางตอนนี้ ถือว่าเป็นผู้ “ตัดตอนขั้นตอน” ของกระบวนการที่นำไปสู่ “ความลงตัว” ที่มันต้องเป็น โดยที่เรายังมองไม่เห็น ณ วันนี้.


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 5 มิถุนายน 2551



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter