Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
เขียนแผ่นดิน
เปลว สีเงิน


ถึงวันที่ NGV-E85 พาชาติฝ่าวิกฤติ

ก็ดีครับ..จะไปซ้าย-ไปขวา ก็ตัดสินใจไปซะทาง มัวลังเล ไปทางไหนก็ไม่กล้า แบบนั้น..”วิกฤติพลังงาน” จะเป็นคลื่นกระแทกประเทศพลิกคว่ำได้ง่ายๆ การที่ ครม.สั่งเดินหน้า NGV และ E๘๕ เป็นพลังงานทดแทน นั้น ใช่ หรือ ไม่ใช่ ก็ต้องไปกันแล้วหละครับ

แต่เท่าที่ฟังท่านรัฐมนตรีพลังงาน “พลโท (หญิง) พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ” บอกว่า ทาง ปตท.กับบางจาก รับเป็นเจ้าภาพลุยโครงการนี้ ก็ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย เพราะอย่างน้อยก็เรียกความมั่นใจได้ว่า

ถึงการเมืองไม่อยู่ แต่โครงการพลังงานทดแทน NGV กับ E๘๕ จะยังคงอยู่คู่ปั๊ม ปตท.และปั๊มบางจากตลอดไปแน่!

ท่านรัฐมนตรีพลังงานกับ “คุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์” ชีคแห่ง ปตท.คงปรึกษาหารือกันลงตัวแล้ว ถึงได้กล้าประกาศกำหนดวัน-เวลาลงไปเลยว่าอีก ๓-๖ เดือนข้างหน้า

ไม่ต้องตะกายหาปั๊ม NGV ไป-ด่าไป แถมเจอแล้วติดป้ายว่า “หมดแล้วจ้า” อย่างทุกวันนี้อีก!

เพราะก๊าซธรรมชาติของเรามีอยู่แล้ว เมื่อแผนมี ความแน่นอนทางนโยบายรัฐบาลมี และลูกค้าเรียกหากันตรึม

การทุ่มลงทุนในเรื่องท่อ เรื่องสถานี และเรื่องปั๊มบริการ เมื่อดีมานด์มา ซัพพลายก็ไม่ช้าหรอก เพราะอันที่จริง ปตท.ก็เริ่มแผนมาแล้วเรื่อยๆ เมื่อภาครัฐไม่เฉื่อย ทุกอย่างก็คงจะไปฉิว

เรื่อง E๘๕ คือน้ำมันที่เป็นส่วนผสมระหว่าง เอทานอล ๘๕% กับเบนซินไร้สาร ๑๕% ใช้เติมรถยนต์ นับว่าเป็นของใหม่สำหรับบ้านเรา ท้าทาย และน่าสนใจมากนะครับ

ถ้าสำเร็จ และไปได้ราบรื่นตลอดรอดฝั่ง นอกจากอุ่นใจว่าเรามีพลังงานทดแทนเป็นลำแข้งแล้ว ก็จะประหยัดเงินซื้อน้ำมันไปได้ปีละเฉียดแสนล้านบาท!

พืชเกษตร “อ้อย-มันสำปะหลัง” กำลังเป็น “พืชพระเอก” น้องๆ ข้าว รัฐบาลหักด่านแล้ว “ต้องลุย” นะครับ อย่าทำแบบ “สินค้าธงฟ้า” ไม่งั้นชาวไร่ขนอ้อย ขนมันมาเผาทำเนียบฯ แน่

แต่ขอบอกก่อน E๘๕ ใช้กับรถยนต์ตอนนี้ไม่ได้นะครับ ทางยุโรปมีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ใช้ E๘๕ อยู่หลายราย ฉะนั้น ถ้าดูตามตารางของท่านรัฐมนตรีพูนภิรมย์ ในอีก ๖ เดือนข้างหน้า

รถยนต์ที่ใช้ E๘๕ จะมีเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา แต่คอรถญี่ปุ่นเห็นต้องรออีก ๒-๓ ปี รอดูเชิง รอดูว่าคุ้ม-ไม่คุ้ม หรือรอระหว่างออกแบบและผลิตเครื่องยนต์ที่ใช้ E๘๕ เป็นพลังงาน

อันนี้ผมก็ไม่ทราบ ใครอยากเป็น “แนวหน้ากล้าตาย” ซื้อรถ E๘๕ ใช้ ก็เตรียมเงินได้แล้วครับ!?

ผมเห็นหน้าเครียด-เป็นทุกข์ ของท่านรัฐมนตรีพูนภิรมย์ทางข่าวโทรทัศน์ ก็สงสารท่าน แต่อย่างว่าแหละ ใครมาเป็นรัฐมนตรีพลังงานตอนนี้ ถ้าหน้านวลระรื่นอยู่ได้

ก็แปลได้ ๒ อย่าง คือ ทำใจ กับ ไม่ได้ทำอะไรเลย!

ผมฟังข่าววานซืนนี้ คือเมื่อวันจันทร์ที่ “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ยึดสะพานมัฆวานฯ เป็นยุทธภูมิต้านประชาธิปไตยอุ้มแม้ว หุ้นตกไปร่วม ๒๐ จุด

หุ้นหมวดพลังงาน “ตกยกแผง” แล้วนายอะไรล่ะ..นายก้องเกียรติ โอภาสวงศ์ เห็นเขามีตำแหน่งว่าเป็น “ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย” ออกมาให้ความเห็นเปรี้ยงไปเลยว่า

“การที่กระทรวงพลังงานให้โรงกลั่นลดค่าการกลั่นดีเซลลงไม่ต่ำกว่า ๑ บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้น้ำมัน ถือว่าไม่ยุติธรรมสำหรับโรงกลั่น กระทรวงพลังงานควรนำภาษีของประชาชนมาช่วยเหลือผู้ใช้น้ำมันมากกว่า และควรพิจารณาช่วยเหลือผู้มีฐานะยากจน หรือได้รับเงินเดือนในอัตราที่ต่ำ มากกว่าที่จะช่วยทั้งระบบ”

นายคนนี้อีกแล้ว ผมไม่แปลกใจหรอก เพราะเขาคือมนุษย์ผู้ทำหน้าที่พิทักษ์ “สังคมทุนวัตถุ” ที่น่ายกย่อง ฉะนั้น ในสังคมมนุษย์ร่วมชาติ คำตอบชีวิตคนพันธุ์อย่างเขา คือ

“เงิน และ ตัวเอง”!

เรื่องก็คือว่า ทุกวันนี้ ชาวบ้านที่ด้อยโอกาสทางสังคมมีอยู่เยอะ และที่วงจรอาชีพถูกกระทบจากราคาน้ำมันก็มาก ทำยังไงจะหาทางช่วยคนกลุ่มนี้ได้บ้าง

รัฐมนตรีพลังงานก็ไปปรึกษาหารือกับ ๔ โรงกลั่นเครือ ปตท.ในหลักการว่า

“มีความเป็นได้มาก-น้อยขนาดไหนที่แต่ละโรง จะสละเลือด-สละเนื้อช่วยลด ‘ค่าการกลั่น’ ดีเซลลงซัก ๑ บาท/ลิตร ก็ยังดี”

แล้วเอาเงินนั้นตั้งเป็นกองกลาง “ประมาณ ๙๐๐ ล้าน/เดือน” เป็นการชั่วคราว โดยมีเป้าว่า เอาไปช่วยเหลือเจือจาน “ต้นทุนชีวิต” ที่แพงขึ้นให้กับกลุ่มอาชีพ-ชาวบ้าน ที่ปรับเนื้อ-ปรับตัวกันไม่ทันตอนนี้

จะเป็นพี่น้องชาวประมงภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ หรือคนที่ต้องโดยสารรถเมล์ เป็นการปะทะ-ปะทังกันเฉพาะหน้า ได้ชื่อว่า สุข-ทุกข์ ก็ไม่ทิ้งกัน ช่วยประคองกันไป

ซัก ๓ เดือน ๖ เดือน พอให้ได้มีเวลาตั้งตัว ปรับวงจรชีวิตกัน ถือเสียว่าเป็นเงินที่โรงกลั่น “กลั่นน้ำใจ” เป็นเงิน ๑ บาท มาช่วยพี่น้องไทยด้วยกัน

เท่าที่ผมติดตามจากข่าวก็ได้เรื่องมาเป็นอย่างนี้ นายก้องเกียรติออกมาทันทีเลยว่า “ไม่ยุติธรรมสำหรับโรงกลั่น” แปลความตรงๆ คือ มนุษย์หุ้นไม่พอใจ

เพราะทำให้โอกาสแสวงกำไรจากหุ้นพลังงานตกต่ำลง!?

“ความยุติธรรม” ในสังคม ตามความคิดของนายคนนี้ คือ ให้ไปเอาเงินจากภาษีประชาชน แทนที่จะมาเอาจาก ๔ โรงกลั่นซึ่งอยู่ในตลาดหุ้น

ก็ควรอยู่หรอกที่การฟอร์ม ครม.นอมินีทักษิณ จะมีชื่อนายคนนี้ “ติดโผ” รัฐมนตรีคลังอยู่เป็นระยะ เพราะวิสัยทัศน์เรื่อง “เงิน” ดูจะแจ้งดี

นี่ถ้าสังคมมีคนอย่าง “นายก้องเกียรติ” ซักครึ่ง โฉมหน้าประเทศไทยจะเป็นอย่างไหน ไม่อยากคิดถึงมันเลยจริงๆ!

ผมไม่มีความรู้เรื่องตลาดน้ำมัน แต่ชอบติดตามข่าว “ขึ้น-ลง” ประจำวันของตลาดน้ำมันทาง CNN ทั้งตลาดไนเมกซ์ ตลาดเบรนต์ และตลาดดูไบ ที่เราซื้อน้ำมันดิบมากลั่น รวมทั้งตลาดน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ ที่ใช้เป็นฐานอ้างอิงราคาอยู่

คุณประเสริฐ บุญสัมพันธ์ เคยอธิบายให้ผมฟังถึงว่า ราคาน้ำมันลิตรหนึ่ง โดยเฉพาะดีเซล มาจากอะไรบ้าง และถ้าอยากรู้ “ค่าการกลั่น” ของน้ำมันนั้น สามารถค้นหาได้คร่าวๆ จาก “ส่วนต่าง” ราคาน้ำมันดิบ กับราคาน้ำมันสำเร็จรูป

ฉะนั้น แต่ละไตรมาสที่โรงกลั่นแจ้ง “ผลกำไร” เป็นหมื่นๆ ล้านต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือเป็น “ตัวเลขสำแดง” ที่โรงกลั่นเปิดเผย “ต้นทุน-กำไร” ให้สังคมสาธารณะแยกแยะได้กลายๆ อยู่แล้ว

และบวกกับความเป็น “เจ้ากระทรวงพลังงาน” ของพลโท (หญิง) พูนภิรมย์ ท่านจะมองไม่เห็นหรือว่า ในราคาดีเซลวันนี้ บรรดาโรงกลั่นทั้งหลายอยู่ในฐานะที่ “เจียดกำไร ๑ บาท” ต่อลิตรช่วยสังคมแล้ว

ก็ยังกำไรสง่างาม!

แถมได้ความภาคภูมิใจ สมตามปรัชญา “รัฐวิสาหกิจ” ของคนไทย เพื่อคนไทยอีกด้วย

ถ้าไม่เพื่อคนไทยในวันนี้ แล้วจะไปรอตอนเก็บกระดูก มันจะมีความหมายอะไร ผมดูข่าวโทรทัศน์ เห็นท่านรัฐมนตรีพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชม-ขอบอกขอบใจชีค ปตท. ผมในฐานะชาวบ้านก็พลอยอุ่นใจ

ฝ่ายนโยบายกับฝ่ายปฏิบัติการ ช่วยกันชนิด “หัวไม่วาง-หางไม่เว้น” เข็นประเทศฝ่าวิกฤติอย่างนี้ ถึงจะยังไม่เห็นอะไรมากนัก เห็นยี่ห้อ ปตท.ก็ยังพอชื่นใจว่า

“บริหารได้ใจ รวยแล้วไม่ทิ้งกัน”!

อืมมมม..ความจริงวันนี้ตั้งใจ “ฝากวาจา” ไปถึงนายจักรภพ เพ็ญแข ทั้งที่ไม่อยากหยิบเรื่องเกี่ยวเนื่องถึงสถาบันมาพูด เพราะผมเห็นว่า ในระยะ ๒-๓ ปีมานี้ เรานำสถาบันมาพูดพล่อยด้วยเจตนาซ่อนเร้นร้อยแปดกันไปมากเกินพอแล้ว

การไม่นำมาเอ่ยอิงในภาวะและรูปแบบมิบังควร ผมถือเป็นการพิทักษ์รักษาอย่างหนึ่ง แต่ถึงจุดที่ผมคิดว่า น่าจะมีวาจาบอกกล่าว “ด้วยความปรารถนาดี” ไปถึงนายจักรภพซักคำ-สองคำ..ด้วยรัก

แต่ปัญหาพลังงานที่ต้องช่วยกันคิดแก้ไข เฉพาะหน้านี้ “สำคัญกว่า” ผมเลยต้องหยิบมาพูดจากันก่อน และอีกอย่าง ผมต้องการให้กำลังใจท่านรัฐมนตรีพูนภิรมย์ เพราะเห็นท่าน “อิน” ต่องาน-ต่อปัญหา จนหน้าตาบอกว่าหาความสุขไม่ได้แต่ละวัน ๓ เดือนกว่า “แหกด่าน” มาได้ขนาดนี้ ถือว่าทำหน้าที่ไม่เสียชื่อ “พลโทหญิง” แล้วหละครับ.


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 28 พฤษภาคม 2551



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter