Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
เขียนแผ่นดิน
เปลว สีเงิน


‘พูนภิรมย์’ หักด่านพลังงานน้ำมัน

ผมเป็นแฟนรายการ “คุณสุภาพ คลี่ขจาย” ตอนวันอาทิตย์ทางช่อง NBT ที่เป็นแฟนเพราะเขาสัมภาษณ์มีกึ๋นและไม่เว่อร์ หรือมาทำหน่อมแน้มหน้าจอ แต่ก็ดูบ้าง-ไม่ดูบ้าง

สุดแต่ว่าเขาจะเชิญใครมาคุยด้วยเรื่องที่น่าสนใจขนาดไหน

วานนี้ เขาเชิญ “พลโทหญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ” รมว.พลังงาน มาคุยถึงปัญหาน้ำมันที่กลายเป็น “ต้นทุนประเทศ” ก็เลยต้องตามดูตั้งแต่ต้นยันจบ และอีกอย่าง

ก็ผมเป็นแฟน “มาดามติ้ง” นี่ครับ!

แฟน “พ็อกเกตบุ๊ค” น่ะ โดยเฉพาะเรื่องหมาๆ เล่มล่าก่อนที่จะมาเป็นรัฐมนตรี “เลี้ยงหมา..ให้ลูกดี (สามีอยู่หมัด)” ผมอ่านตอนชุชูสิ้นเผ่าพันธุ์ ยังเสียวถึงเดี๋ยวนี้

ขนาดผมกิน-นอนกะหมา (วัด) มาเป็นร้อยตัว ก็เพิ่งรู้นี่แหละว่า หมานั้น ถ้าไม่จับตอนเสียด้วยความรัก ปล่อยให้เป็น “หมาแก่” แล้วมันจะเลอะเทอะด้วยโรค “ต่อมลูกหมากโต” ได้เหมือนคน!?

ท่านมาเป็นรัฐมนตรีอย่างนี้ แฟนๆ “มาดามติ้ง” ก็คงอดอ่านสำนวนชวนอมยิ้มไปอีกนาน แต่ก็ไม่แน่ เผลอๆ พ็อกเกตบุ๊คเล่มต่อไป ท่านอาจเขียนเรื่อง

“น้ำมัน..ที่ไม่หวาน ไม่มัน และไม่ถูก” มาคั่นอารมณ์เครียดกันบ้างก็ได้!? ฟังท่านวิสัชนาปัญหาพลังงานแล้วก็ชอบใจครับ ขนาดเป็นมือใหม่หัดขับ แต่เข้าถึงปัญหาพลังงานได้เป็นกระบวนทัศน์ สามารถนำภูเขาปัญหาพลังงานมาแยกย่อยเป็นหมวดหมู่เพื่อการบริหาร และการอธิบายให้คนที่ไม่เข้าใจอย่างผมได้พอเข้าใจได้ง่ายๆ

ไม่ใช่พอพูดถึงพลังงานก็ “มองขยุ้ม-ตอบขยุ้ม” ว่า “กำลังแก้ปัญหาน้ำมันแพง กำลังหาทางทำยังไงจะให้ประชาชนได้บริโภคราคาถูก?” ซึ่งฟังแล้วลิเกสิ้นดี!

แผนเฉพาะหน้า แผนระยะกลาง และแผนพลังงานเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ท่านรัฐมนตรีท่านแบ่งกลุ่มปัญหาเพื่อบริหาร แยกเรื่องน้ำมัน เรื่องก๊าซ NGV ก๊าซ LPG เรื่องโซน เรื่องสถานีบริการ เรื่องระยะเวลา และเรื่องพลังงานทดแทน เพื่ออนาคตระยะยาว ท่านจัดเป็นหมวดหมู่ไว้หมด

LPG แก๊สหุงต้ม “ของมีราคาแพง” แต่รัฐบาลเอามาขายถูกด้วยหวังให้เป็น “พลังงานเพื่อแม่บ้าน” โดยเฉพาะ แต่กลับเอามาใช้ผิดประเภทกันนานแล้ว คือเอามาเติมรถยนต์กันจนขาดแคลน

ปรับตัวรับสภาพจริงกันได้แล้วครับ ฟังเสียงท่านรัฐมนตรีท่านจะเอาจริง แยกประเภทเด็ดขาด ถูกเฉพาะที่เป็นถังใช้หุงต้ม แต่ถ้าเอาไปเติมรถ ในอนาคตอันใกล้

ต้องเติมในราคาตลาดนะครับ ใครที่กำลังคิดจะเอารถไปติดถังแก๊ส LPG คิดผิด-คิดใหม่ได้ ราคาไม่ถูกแล้ว เพื่อความชัวร์ในระยะปานกลาง ติด NGV ชัวร์กว่า

กระทรวงพลังงาน และ ปตท.รับประกันน่ะครับ ไม่ใช่ผม!

คำตอบพลังงาน คือคำตอบ “อนาคตประเทศ” ฉะนั้น คำตอบของพลังงานวันนี้สู่อนาคตศตวรรษใหม่ ไม่ได้อยู่ที่ “ทำยังไงจะให้ราคาถูกลง”

เรื่องถูก-เรื่องแพง ไม่ต้องคิดแล้ว เรื่องที่ต้องคิดก็คือ

“จะทำอย่างไร เราจะหาพลังงานทางเลือกที่แน่นอน-มั่นคงให้ประเทศได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงานฟอสซิล คือน้ำมันเพียงอย่างเดียว?”

“แก๊สโซฮอล์” นี่เป็นแนวทางตามพระราชดำริ เริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ แล้ว แต่อย่างว่า ตอนนั้นน้ำมันราคายังไม่แพงนัก ชาวบ้านยังเฉยๆ รัฐบาลก็เลยเฉื่อยๆ ไปด้วย ไม่ได้เดินหน้าโครงการจริงๆ จังๆ อะไรมากนัก

แต่วันนี้ ๒ ลิตร ๑๐๐ และอาจลิตรละร้อยก็ได้ ใครจะไปรู้มันในความบ้าของผู้ปั่นกลไกตลาดโลก เราเฉยไม่ได้แล้ว ต้องเดินหน้าเต็มตัว เพราะแก๊สโซฮอล์นี่แหละจะเป็น “พลังงานทางเลือก” เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันโดยตรง

พอผลิตแก๊สโซฮอล์ขึ้นหน่อย ตอนนี้ชักมีเสียงร้องจากสังคมโลกว่า เอาพื้นที่เกษตรไปปลูกพืชน้ำมันกันหมด ชาวโลกจะขาดแคลนอาหาร!

แต่มันไม่ยักพูดกันบ้างว่า “แล้วที่ปั่นราคาน้ำมันกันจนเกินความเป็นจริงนั้น เป็นการทำลายระบบเศรษฐกิจ-ชีวิตสังคมโลก” หรือเปล่า?

จะให้สังคมเกษตรไปรับผิดชอบปากท้องสังคมนายทุนพ่อค้าน้ำมัน แต่สังคมพ่อค้าน้ำมันไม่รับผิดชอบปากท้องคนในสังคมเกษตร..เออ..มันก็แปลก!

แต่ที่เขาพูดก็ต้องฟัง เพราะมีเหตุผล รัฐบาลไม่มีแผน ไม่มีพิมพ์เขียว ไม่จัดแบ่งพื้นที่ ปล่อยตามใจชอบ ใครอยากปลูกอะไรก็ปลูก ลงท้าย จะฉิบหายหมดทุกด้าน

ฉะนั้น เรื่องพลังงานนี้ ขออาศัยคำโก้ๆ พูดให้เห็นความสำคัญหน่อย คือต้องยกเป็น “วาระแห่งชาติ” ลำพังกระทรวงพลังงานทำไม่สำเร็จ ต้องร่วมมือ ร่วมแผน ร่วมคิด ทั้งกระทรวงคลัง พาณิชย์ อุตสาหกรรม เกษตรฯ ทรัพยากรฯ แรงงาน ต่างประเทศ และ ฯลฯ

ที่สำคัญ คนนั่งหัวโต๊ะต้อง “ทุบโต๊ะ” ไม่งั้นเรื่องก็คาอยู่บนโต๊ะนั่นแหละ!

พืชน้ำมันที่พูดกันมีเยอะ แต่ที่เราปลูกกันอยู่แล้วมากเป็นอันดับ ๒-๓ ของโลกด้วยซ้ำก็คือ “อ้อย”

นี่ถ้าพูดทิ้งไว้เฉยๆ ว่าเอาอ้อยไปทำเป็นเอทานอลผสมเบนซินออกมาเป็นน้ำมันสูตร E๘๕ อย่างที่สหรัฐ บราซิล และอีกหลายๆ ประเทศทำใช้อยู่ขณะนี้ ก็จะโวยกันแหลกว่า

“เอาพืชที่เป็นอาหารไปทำน้ำมันกันหมด อีกหน่อยน้ำตาลก็จะแพง” อย่างที่โวยกันอยู่แล้วตอนนี้ว่าสินค้าพืชไร่แพง เพราะเอาไปทำน้ำมันกันนั้น

ความจริงไม่ใช่นะครับ ถ้าทางการไม่ปูพื้น ไม่ทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้ถูกต้องเสียแต่เนิ่นๆ เดี๋ยวก็มีปัญหาชี้แจงที่ไม่มีคนยอมฟังเหมือนเรื่องนิวเคลียร์อีกหรอก

ไม่ใช่เอาอ้อยไปทำเอนาทอล แต่เอา “กากน้ำตาล” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “น้ำเหลือง” ไปทำตะหาก พูดให้ชัดๆ คือ หลังจากโรงงานเขาบีบเอาน้ำหวานจากอ้อยไปทำน้ำตาลแล้ว

น้ำเหลวๆ ข้นๆ เหนียวๆ สีน้ำตาลดำ อันเป็นของเหลวที่เหลือ หลังจากแยกเอาผลึกน้ำตาลไปเรียบร้อยแล้ว นั่นแหละเขาเรียกว่า “กากน้ำตาล” หรือ molasses

ปิ้งหมู ปิ้งไส้กรอก น้ำมันๆ ที่หยดติ๋งๆ ออกมา ก็อย่างนั้น เขาจะเอาเจ้ากากน้ำตาลส่วนเหลือทิ้งนี้ไปเปลี่ยนน้ำตาลเป็นแอลกอฮอล์ ไปเป็นเอทานอล แล้วเอาเบนซิน ๑๕% ผสมกับเอทานอล ๘๕% ออกมาเป็น E๘๕ ใช้เติมรถยนต์

ฉะนั้น ไม่เกี่ยวกับเอาอาหารมาทำน้ำมัน ตรงกันข้าม เป็นการนำของเหลือทิ้งมาสร้างเป็นพลังงานที่มีค่ามหาศาล เหมือนเอาขี้ตะกรันมาสกัดเป็นแทนทาเนียม อย่างไรก็อย่างนั้น

บ้านเราผลิตอ้อยได้มาก และยังมีศักยภาพปลูกได้อีกมหาศาล เรียกว่า ถ้าทำได้สำเร็จ เราสามารถใช้ประโยชน์จากอ้อยต้นหนึ่งได้ครบวงจร และมีประสิทธิภาพ

“กากน้ำตาล” ที่แค่เอาไปทำเหล้า ทำยีสต์ ทำอาหารสัตว์ ทำกรด ก็จะเป็น “ตัวหลัก” ในการผลิตพลังงานทดแทนน้ำมันได้ยั่งยืน และเพียงพอ เราจะสลัดเงื่อนไข “ราคาน้ำมันโลก” ไปได้มหาศาล

พลโทหญิงพูนภิรมย์ท่านเป็นอาจารย์สอนเคมี ท่านจึงมองทะลุ อธิบายให้ฟังได้ง่าย และพอมองเห็นทางในสิ่งที่ท่านกำลังคิด ผมว่าน้ำมันสูตร E๘๕ นี้ เราน่าจะ “หักด่าน” น้ำมันเบนซินวันนี้ออกไปค้นหาครับ

แต่ต้องไม่ลืมอย่างหนึ่ง คือ เรารอจนน้ำมันแพงแล้ว จึงขวนขวายหาทางออก ตอนนี้ก็เหมือนกัน เพราะเรากดสวิตช์ปุ๊บไฟฟ้าก็สว่างปั๊บ เราจึงไม่สนใจเรื่อง “ที่มา” พลังงานไฟฟ้า

อย่ารอให้ถึงไฟดับ หรือติดๆ ดับๆ แล้วค่อยมาคิดกันเรื่อง “พลังงานไฟ้ฟ้าจากนิวเคลียร์” เลยครับ!

อย่างพลังงานน้ำมันทางเลือก เช่น แก๊สโซฮอล์ จะผลิตได้ พื้นฐานก็ต้องใช้ “พลังงานไฟฟ้า” และหนีไม่พ้นในเรื่องสร้างภาวะโลกร้อน แล้วถ้าขืนปล่อยให้ กฟผ.ใช้ก๊าซ ใช้น้ำมัน เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟอย่างทุกวันนี้ไปเรื่อยๆ

ทั้งแก๊ส ทั้งน้ำมัน อนาคต “หมดแน่” แล้วจะทำไง!?

ฉะนั้น เมื่อกระทรวงพลังงาน “แหกด่าน” พลังงานน้ำมันแล้ว ก็ต้องแหกด่านให้ กฟผ.ด้วยการเดินเครื่องตามแผน “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์” ด้วย

ถ้ากลัวว่าสร้างแล้วจะตายเพราะกัมมันตภาพรังสี...

ไม่ต้องสร้างก็ตายครับ!

เพราะรอบบ้านเราทั้งจีน ทั้งเวียดนาม ทั้งญี่ปุ่น ทั้งเกาหลี เขาสร้างใช้กันอยู่แล้ว ถ้ารั่วง่ายๆ อย่างที่คิดกัน จากจีน จากญวน ปุ๊บเดียวก็ถึงบ้านเรา

แล้วเรา..ประเทศไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่ต้องเผชิญอัตราเสี่ยงตายเท่ากับประเทศมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

การไม่สร้าง โง่ หรือฉลาด ในความเป็นจริงก็คิดเอา!?

ครับ..วันนี้ กลัวตายเลยไม่ได้คุยเรื่องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อคืนนี้ ย้ายจากราชดำเนินไปทำเนียบ ปักหลักที่บริเวณสะพานมัฆวานฯ มีบางท่านโทร.มาถามว่า “เป็นไง..เป็นไง” แล้วจะให้ผมตอบว่าไงล่ะครับ ถ้าจะให้ตอบก็ต้องว่า..เป็นไงก็เป็นกัน!


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 26 พฤษภาคม 2551



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter