Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
head hitting
ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์


“สมัคร” ตายน้ำตื้น?

prasong_lert@yahoo.com


การที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จำใจต้องงดเป็นพิธีกร “ชิมไปบ่นไป” หลังจากที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สรรหา ทำหนังสือร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า การทำหน้าที่พิธีกรของนายสมัคร อยู่ในฐานะลูกจ้างของบริษัท เฟซ มีเดีย เป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267

ทั้งๆ ที่นายสมัครอ้างว่า ได้หารือนักกฎหมายชั้นยอดแล้วว่าการทำหน้าที่ดังกล่าวไม่ผิดกฎหมาย เพราะเป็นการ “รับจ้าง” (รับจ้างทำของ-ผู้เขียน) ไม่ใช่ “ลูกจ้าง” แสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นคงในจิตใจของชายวัย 72 ปีเป็นอย่างดี

เนื่องจากนายสมัครรู้ดีว่า การได้เป็นนายกรัฐมนตรีเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้โอกาสในฐานะ “ลูกจ้างชั่วคราว” ที่นายจ้างสามารถทวงเก้าอี้คืนเมื่อไหร่ก็ได้

ดังนั้น เมื่อมีอะไรมากระทบเพียงเล็กน้อย นายสมัครจึงเกรงว่า จะเป็นการ “ตายน้ำตื้น”

ตามข้อกล่าวหาของนายเรืองไกรนั้น ต้องการพิสูจน์ว่า นายสมัครเป็นลูกจ้าง พนักงาน หรือมีตำแหน่งใดๆที่ได้รับเงินเดือนประจำจากทางบริษัท เฟซ มีเดียหรือไม่ ซึ่งจะเข้าข่ายการกระทำต้องห้ามตามมาตรา 267 ซึ่งบัญญัติว่า “นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี...จะดำรงตำแหน่งใดในห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์การที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกันหรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใดก็มิได้ด้วย”

ผลการกระทำต้องห้ามดังกล่าวทำให้ “ความเป็นรัฐมนตรี (นายกรัฐมนตรี) สิ้นสุดลงเฉพาะตัว” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 (7)

อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรีนายสมัครสิ้นสุดลงหรือไม่ เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีช่องในการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ 3 ทาง (มาตรา 182 วรรคสาม) คือ

1.ส่งเรื่องให้ กกต.พิจารณาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ

2.ส.ส. 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่หรือ 48 คน เข้าชื่อกันยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ

3.ส.ว. 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่หรือ 15 คน เข้าชื่อกันยื่นต่อประธานวุฒิสภาเพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ

แต่เมื่อดูท่าของ กกต.แล้วน่าจะเหลวเพราะแทนที่จะหาพยานหลักฐานเรื่องลักษณะการจ้าง เช่น รายได้ของนายสมัครว่า เป็นการจ่ายในลักษณะการ “รับจ้างทำของ” หรือเป็น “จ้างแรงงาน” รวมทั้งพฤติกรรมอื่นๆ กลับมุ่งไปตีความเรื่อง “ตำแหน่งพิธีกร”

เพื่อให้เกิดความกระจ่างนายเรืองไกรน่าจะใช้สถานะของ ส.ว.เข้าชื่อกัน 15 คน ยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภาเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญน่าจะได้ผลกว่า

ยิ่งนายเรืองไกรอ้างว่ามีหลักฐานนายสมัครได้เงินเดือนเดือนละ 80,000 บาท จากบริษัท เฟซ มีเดีย ตั้งแต่ช่วงทำหน้าที่พิธีกรในรายการที่ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 10.30-11.00 น. ทางไอทีวี เมื่อปี 2544 และบริจาคเงินดังกล่าวให้กองทุนสุนัขและแมวจรจัด สังกัด กทม. การส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ (โดย ส.ว.เข้าชื่อกัน) ซึ่งใช้ระบบไต่สวนจะทำให้การหาพยานหลักฐานทำได้ง่ายกว่า เนื่องจากศาลมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานจากหน่วยงานของรัฐ เช่น นายสมัครรับเงินจากเฟซ มีเดียในลักษณะใด ดูได้จากใบหักภาษี ณ ที่จ่ายของบริษัทและการเสียภาษีของนายสมัครเอง

วิบากกรรมของนายสมัครอันมีเหตุมาจาก “ปาก” ยังไม่หมดแค่นี้

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2551 ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท การบินไทย มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทชุดใหม่ 15 คน ปรากฏว่าหนึ่งในนั้นคือ นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ง่วนสูน (1974) เยาวราช เจ้าของผลิตภัณฑ์พริกไทยตรามือ และผลิตเครื่องเทศส่งออก

คำถามที่ถามกันเซ็งแซ่ในเวลานั้น ทำไมเจ้าของกิจการธุรกิจเครื่องเทศจึงข้ามห้วยมาเป็นกรรมการบริษัทการบินแห่งชาติได้

มีคนนินทาว่า น่าจะเป็นแรงผลักดันจากนายสมัคร ที่มีสายสัมพันธ์กันอย่างยาวนานเนื่องจากบริษัท ง่วนสูนเป็นสปอนเซอร์ในรายการ “ชิมไปบ่นไป” ที่มีนายสมัครเป็นพิธีกรมาอย่างยาวนานจนถึงทุกวันนี้

“คุณสมัครได้ชวนชาวคณะสกุลไทยมานั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์เพื่อดูรายการชิมไปบ่นไป...ไม่น่าเชื่อว่ารายการครึ่งชั่วโมงมีสปอนเซอร์เต็มเหยียด เช่น ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ น้ำส้มสายชูกลั่น อสร. ซุปไก่ผงชอยส์ ง่วนสูนพริกไทย กะทิฮาวาย เตาแก๊สอีมาแฟล็กซ์ เฟอร์นิเจอร์ครัวอินเด็กซ์” (สมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าราชการ กทม. เปิดบ้านส่วนตัวและบ้านเพื่อชาว กทม. สกุลไทยฉบับที่ 2453 ปีที่ 47 ประจำวันอังคารที่ 23 ตุลาคม 2544)

ถ้านายสมัครเป็นผู้ผลักดันนายนายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ ให้เป็นกรรมการการบินไทยผ่านกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่จริง อาจเข้าข่ายการกระทำต้องห้ามตามมาตรา 268 ประกอบ 266 เพราะเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการประจำของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น

จากพฤติการณ์ดังกล่าว ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.สามารถเข้าชื่อกันตามมาตรา 182 วรรคสาม เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายสมัครพ้นสภาพการเป็นนายกฯแล้วหรือไม่

คราวนี้นายสมัครอาจตายน้ำตื้นจริงๆ ก็ได้


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 26 พฤษภาคม 2551



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter