storythai diary shopping astore Free WordPress Theme
home about openbooks openhouse october opendragon
เขียนแผ่นดิน
เปลว สีเงิน


รหัสลับ ๓๐๙ ‘แหกคุก คตส.’ ชิงนาย

ก็แน่ชัดแล้วว่า รัฐบาลสมัครนอมินี “เสื่อม” เร็วยิ่งกว่า รัฐบาล คมช.สุรยุทธ์เสียอีก ที่หวังกันแต่แรกว่า เมื่อมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้ว “บ้านเมืองจะเข้าสู่ภาวะปกติ” เอาเข้าจริง ทุกอย่างดูจะเลวร้ายลงทุกด้าน

คือไม่ว่าทั้งด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ ด้านศาสนา และสังคม “ในทุกระดับสังคม” ทวีความขัดแย้งในลักษณะพร้อมเผชิญหน้าไปทุกด้าน และที่น่ากลัว-น่าห่วง คือ

ปฏิบัติการ ลึกลง “ใต้ดิน” กันแล้ว!

ผมไม่บอกหรอกว่า ณ นาทีนี้ในบ้านเมืองเขา “ลือ” กันด้วยเรื่องอะไร แต่ต้องการจะบอกว่า “ข่าวลือ” คือ สัญลักษณ์ความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ถ้าพูดให้เป็นรูปธรรม ก็ต้องพูดว่า

รัฐบาลสมัครกำลัง “ป่วยเรื้อรัง” ครับ!

วันนี้ ผมอยากจะคุย “ประเด็นกฎหมาย” จากคดีหวยบนดินที่ คตส.ฟ้องคณะรัฐมนตรีรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ และศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง ให้ส่งเรื่องให้ “ศาลรัฐธรรมนูญ” วินิจฉัยในประเด็นที่ขัดแย้งกัน ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจกันมากขณะนี้

เป็นการคุยเพื่อศึกษาแง่กฎหมายนะครับ ไม่ใช่การวิพากษ์-วิจารณ์ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า คดีหวยบนดิน ๒ ตัว ๓ ตัว นั้น ในขั้นตอน

ศาลยังไม่ได้รับคดี จึงเท่ากับยังไม่มีคดีเกิดขึ้น!

คือศาลท่านยังไม่มีการสั่งคดีไปทางใด-ทางหนึ่งทั้งสิ้น เพียงทางฝ่ายจำเลยเขายกแง่ความขัดแย้งทางกฎหมายขึ้นมาสู้ ทางศาลท่านต้องการให้ “แจ่มแจ้ง” ในทุกประเด็นบนความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เมื่อข้องใจ ต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ชัด ก็เอา ศาลท่านก็ให้ส่งไป!

ทีนี้ก็ลองดูว่าจำเลยยกอะไรมาอ้างเป็นแง่ขัดแย้งทางกฎหมาย เขาอ้างตรงนี้ครับ

อ้างว่า คำสั่ง คปค.ฉบับที่ ๓๐ ให้อำนาจ คตส.ตรวจสอบการทำผิดเฉพาะในส่วนของ ครม.เท่านั้น และการต่ออายุ คตส.ออกไปจนถึงวันที่ ๓๐ มิ.ย.๕๑ ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา ๖

ถึงตอนนี้ ชาวบ้านก็เลยสับสนว่า “เอ๊ะ..มันยังไงกัน” จะลงเอยเหมือน รสช.ยึดทรัพย์รัฐมนตรีรัฐบาลชาติชาย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งสุดท้ายก็หลุดหมดหรือไม่?

ตอบ เยส หรือ โน ไม่ได้หรอกครับ ก็ลองลำดับเรื่องราวกันดู เผื่อจะเห็นอะไรขึ้นมาบ้าง ศึกษาโจทย์แล้วพอจะแยกเป็นประเด็นที่ต้องวิเคราะห์ ดังนี้

๑.ขณะนี้ ถือว่าเกิดประเด็นขัดแย้งทางกฎหมายขึ้นแล้วหรือยัง เพราะศาลยังไม่ได้รับคดี?

๒.ข้อต่อสู้ทาง “แง่กฎหมาย” ของจำเลย ถือเป็น “ข้อขัดแย้ง” ทางรัฐธรรมนูญได้หรือไม่?

๓.ต้องรอดูก่อนว่า ศาลฎีกาฯ จะ “ส่งประเด็นใด” ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เป็นข้อขัดแย้ง หรือเป็นการปรึกษา?

๔.ศาลรัฐธรรมนูญจะรับวินิจฉัยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประเด็นที่ศาลฎีกาฯ จะส่งไป ถ้าไม่ใช่ประเด็นขัดแย้งรัฐธรรมนูญ เป็นเพียงข้อปรึกษากฎหมาย ศาลรัฐธรรมนูญก็อาจไม่รับวินิจฉัย

๕.การรับ-ไม่รับวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีผลเกี่ยวกับคดี

นี่แหละครับ ประเด็นที่พอมองเห็นได้ ที่มีการ “ให้ข่าว” ออกมาทำนองว่า การต่ออายุ คตส.ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา ๖ และคำสั่งต่ออายุประกาศในราชกิจจานุเบกษาทีหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ นั้น

ชาวบ้านฟังแล้วอาจสะดุ้ง แต่คนที่อ่านกฎหมายมาบ้าง เขาจะหัวเราะฟันขาว ร้องว่า

“นี่น่ะเรอะ ‘ทีเด็ด’ ที่มือกฎหมายฝ่ายจำเลยงัดขึ้นมาสู้?”

เพราะคนที่อ่านรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ จากมาตรา ๑ ถึงมาตรา ๓๐๙ เขาจะรู้ว่า ที่จำเลยอ้างมาตรา ๖ นั้น เป็นการมองยาว “ปูทาง” ไปเชื่อมกับแผน “แก้รัฐธรรมนูญ” ของพรรคพลังประชาชน โดยมีเป้าหมายไปเชื่อมกับ

แผนตัดทิ้งมาตรา ๓๐๙ นั่นเอง!

เพราะถ้ารัฐธรรมนูญจบแค่มาตรา ๖ ก็คงขัด แต่ทีนี้รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ มีถึง ๓๐๙ มาตรา และต้องถือว่าคนร่าง เขาร่างแบบ “อ่านทางออก” จึงเขียนมาตรา ๓๐๙ นี้ไว้เป็นการ “ถอดสลัก-ดักหน้า”

คำสั่ง คปค.จึงไม่มีอะไรที่ขัดรัฐธรรมนูญตามที่จำเลยยกมาแย้ง เพราะมาตรา ๓๐๙ เขียนไว้อย่างนี้ครับ

มาตรา ๓๐๙ บรรดาการใดๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าเป็นการ ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าว ไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้น และการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้

ตรงนี้ก็เห็นได้ทันทีว่า การต่ออายุ คตส.ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖ หรือไม่ขัด อย่าว่าแค่การต่ออายุเลยครับ กระทั่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวทั้งฉบับ ด้วยมาตรา ๓๐๙ นี้ ทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ นี้ไปด้วย

อันที่จริง ไม่ใช่ต่ออายุ คตส. คือไม่มีการต่ออายุ คตส.เพียงแต่ขยายเวลาให้ คตส.ทำงานจากเดิมไปจนถึง ๓๐ มิ.ย.๕๑ เพื่อทำเรื่องเฉพาะที่ทำอยู่เดิมให้เสร็จเท่านั้น

ไม่มีการรับเรื่อง-ทำเรื่องใหม่แต่อย่างใด ฉะนั้น คำว่า “ต่ออายุ” เพียงใช้เรียกกันตามภาษาชาวบ้านเพื่อความเข้าใจง่ายๆ เท่านั้น!

ส่วนเรื่องวันประกาศในราชกิจจาฯ ก่อนหรือหลังรัฐธรรมนูญ อ้างได้ แต่ไลฟ์บอยครับ เพราะ พ.ร.บ.ต่ออายุ คตส.ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ๓ วาระ ถูกต้อง-ครบถ้วนอันเป็นสาระหลักไปแล้ว

ส่วนที่กลัวกันว่า คดีความต่างๆ ที่ คตส.ทำ ลงท้ายประวัติศาสตร์จะซ้ำ รสช.ยึดทรัพย์นั้น ผมว่าไม่น่ากลัว ฝ่ายจำเลยอ้างคำสั่งคณะปฏิวัติขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญเหมือนกันก็จริง

แต่ถ้าไปเอารัฐธรรมนูญ ๒๕๓๕ และคำสั่ง รสช.ฉบับที่ ๒๖ ที่ประกาศยึดทรัพย์มาเทียบเคียงกันดูกับ คปค.ฉบับที่ ๓๐ และรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ จะเห็นชัดเจนว่า

คนร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เก๋าเกม-เก๋ากึ้กครับ เอาความบกพร่องจาก รสช.ปี ๒๕๓๔ มาเป็นบทเรียนในการเขียนคำสั่ง-เขียนประกาศต่างๆ ของ คปค.ปี ๒๕๔๙ และรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐

การยึดทรัพย์ยุค รสช.ทำหน้าที่เป็นศาลยึดทรัพย์ของเขาเป็นของแผ่นดินไปเลย ส่วน คตส.ยุค คมช.ทำหน้าที่เพียงตรวจสอบ อายัดทรัพย์ ทำสำนวนกล่าวหาเป็นคดีให้ศาลเป็นผู้ตัดสินผิด-ถูก

ในยุค รสช.ผู้ถูกยึดทรัพย์ต่างยื่นคำร้องให้ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน (คตส.) ตามประกาศ รสช.ฉบับที่ ๒๖ (ตอนนั้นไม่มีศาลรัฐธรรมนูญครับ)

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้วก็มีคำวินิจฉัยออกมา ความตอนหนึ่งอย่างนี้ครับ

...ตามประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๒๖ ที่ให้ยึดทรัพย์นายเสนาะ ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่าประกาศดังกล่าวขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญการปกครองแห่งราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๓๔ จึงไม่มีผลใช้บังคับ...

นี่แหละครับ เมื่อไม่มีผลใช้บังคับ จึงต้องเพิกถอนการยึดทรัพย์รัฐมนตรีรัฐบาลชาติชายทั้งหมด!

ลองไปหาประกาศ คปค.ฉบับที่ ๓๐ มาอ่านให้ละเอียด และอ่านรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๐๙ ทีละบรรทัดช้าๆ อ่านกลับไป-กลับมา แล้วท่านจะรู้ว่ามีผลใช้บังคับ หรือไม่มี

เผลอๆ อาจร้อง “อื้อฮือ..อ่านทางและวางหมากดักไว้ขนาดนี้เชียวรึ?”

ครับ..สรุปก็คือ เรื่องคดีที่ คตส.ทำจะตายตอนจบหรือไม่นั้น อย่าเพิ่งตีโพยตีพายกันไป สมมุตว่าล้ม ก็ใช่ว่าจะล้มไปทั้งกระดาน ยังมี ป.ป.ช. ทางที่ดี รอดูก่อนว่าศาลฎีกาฯ ท่านจะตั้งประเด็นตรงไหนว่าขัดแย้งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ?

และรอดูว่า ศาลรัฐธรรมนูญท่านจะรับวินิจฉัย หรือไม่รับ และถ้ารับ ผลวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร?

อย่าลืม..ผลวินิจฉัย ไม่เกี่ยวกับคดีโมฆะ หรือไม่โมฆะ คนละเรื่องกัน!

ความจริงไม่แปลกเลย ในความเห็นผม นี่เป็นเพียงหมากเกมที่โจทก์-จำเลย ต่อสู้กันทางกฎหมายในคดีต่างๆ ซึ่งมี พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวเป็นผู้ต้องหาเท่านั้น

เป็นแผน ๑ ที่จะไปสอดรับกับแผน ๒ ในการแก้รัฐธรรมนูญ ที่พลังประชาชนประกาศชัดว่า “รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขใหม่ จะตัดมาตรา ๓๐๙ ทิ้งไปเลย”

ถ้าสามารถแก้รัฐธรรมนูญ และตัดทิ้งมาตรา ๓๐๙ ไปได้ การต่อสู้คดีในศาล พ.ต.ท.ทักษิณกับคณะก็ “มีโอกาสสูง” ที่จะชนะทุกคดี ในประเด็นทางกฎหมาย คล้ายที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้นั่นแหละว่า

“ประกาศดังกล่าวขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ...จึงไม่มีผลใช้บังคับ”

ก็ในเมื่อรัฐบาลสมัคร สภาผู้แทนราษฎรอันมี ๖ พรรคเสียงข้างมากนำโดยพลังประชาชน “ตัดทิ้ง” มาตรา ๓๐๙ ไป ก็เท่ากับว่าประกาศ คปค.ทั้งหลายทั้งปวง

มีความเป็นไปได้ที่จะ “ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ”

เพราะจะไม่มีกฎหมายตรงไหนระบุอีกต่อไปว่า “การนั้นๆ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ..!!”

เพราะเหตุดังนี้แล ต่อให้ดินถล่ม-ฟ้าทลาย รัฐบาลภายใต้ “ทักษิณา-อาณัติ” ตาย-เป็นตาย ต้องเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญให้ได้ โดยเฉพาะมาตรา ๓๐๙ ถ้าขืนคงไว้ คนที่ตายคือ..ทักษิณ!


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 20 พฤษภาคม 2551



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการ: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter