Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
one ton
วันชัย ตัน


เมื่อรัฐธรรมนูญพม่า ยืนหยัดต้านพายุไซโคลน

ขณะที่กำลังเขียนข่าวอยู่นี้ ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุไซโคลนนาร์กีสที่พัดถล่มปากแม่น้ำอิระวดีในพม่า มีจำนวนสูงเกือบสี่หมื่นคน สูญหายครึ่งแสนคน บาดเจ็บนับไม่ถ้วน และมีผู้ได้รับผลกระทบจากมหาภัยครั้งนี้ต้องอดอยากและบ้านเรือนสูญหายถึง 1.5 ล้านคน

มีข่าวเล็กๆ รายงานว่าบรรดานักแสดงชื่อดังของพม่า อาทิ นายซากานา ลูวิน เมแทนนู ได้รวมตัวกันเพื่อจะนำสิ่งของไปช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัยจากพายุไซโคลน

ดาราเหล่านี้ให้สัมภาษณ์ว่า เขาจะเดินทางไปช่วยพี่น้องด้วยตนเอง โดยไม่ผ่านมือทางการพม่า ที่ประชาสัมพันธ์ให้บริจาคผ่านหน่วยงานของรัฐ โดยจะขับรถบรรทุกสิ่งของ อันได้แก่ ข้าวสาร ยารักษาโรค น้ำมันพืช เสื้อผ้าไปแจกให้กับประชาชนถึงพื้นที่

“หากเจ้าหน้าที่รัฐบาลมาปิดกั้นไม่ยอมให้เราเข้าพื้นที่ไปแจก เราก็จะขับไปหาเส้นทางอื่นๆ เพื่อไปแจกให้ถึงมือชาวบ้านจนได้ เราไม่ไว้ใจรัฐบาลเผด็จการ”

ไม่รู้ว่าชะตากรรมของนักแสดงกลุ่มนี้จะเหมือนกับนายจ่อทู นักแสดงชื่อดังที่ถูกกลุ่มคนร้ายใช้มีดจะทำร้ายขณะแจกของช่วยชาวบ้าน เพราะทางการไม่ยอมให้คนพม่ามาแจกของเอง ต้องแจกผ่านหน่วยงานของรัฐ

ทุกวันนี้ทางการพม่ายอมรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศเป็นเพียงสิ่งของ แต่ไม่ยอมให้มีคนต่างชาติเข้ามาช่วยเหลือ เพราะกลัวว่าจะเอาไปรายงานถึงความเฮงซวยของรัฐบาลทหารในการช่วยเหลือชาวบ้าน

ชาวบ้านในกรุงย่างกุ้งบอกว่า มีการเอาสินค้าจากผู้บริจาคทั้งในและต่างประเทศมาวางขายตามท้องถนนอย่างเอิกเกริก เช่น นมข้นหวานกระป๋อง บะหมี่สำเร็จรูป มุ้งหมอน ฯลฯ ซึ่งพ่อค้าบอกว่ารับซื้อมาจากคนในกองทัพ

“พวกทหารยึดเอาของดีๆ จากต่างประเทศไปหมด และเอาสินค้าค้างสต๊อคจากในโรงงานมาแจกชาวบ้านแทน” พ่อค้าคนหนึ่งกล่าวกับนักข่าว

อีกด้านหนึ่งมีรายงานว่า ประชาชนชานเมืองย่างกุ้งกว่าหมื่นคน ที่อพยพเข้ามาอาศัยในอาคารสาธารณะได้ถูกเจ้าหน้าที่ทางการขับไล่ให้ออกจากอาคาร และไม่ได้รับการแจกจ่ายอาหารแต่อย่างใด

“พวกเราไปรอตั้งแต่เช้า เพื่อเข้าคิวรับข้าวสาร แต่เจ้าหน้าที่บอกทุกวันว่าให้รอถึงพรุ่งนี้ และพูดอย่างนี้ทำวัน เราอยากบอกว่าความช่วยเหลือของต่างชาติไม่ได้ถึงมือประชาชนที่เป็นเหยื่อจริงๆ หรอก และพวกเรายังไม่รู้เลยว่าคืนนี้จะนอนที่ไหน”

หลายคนไม่เข้าใจว่าเหตุใดรัฐบาลพม่าให้ความสำคัญกับการออกเสียงลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา มากกว่าการให้ความช่วยเหลือชีวิตของผู้คน

อันที่จริงรัฐบาลพม่าได้รับการเตือนภัยจากรัฐบาลอินเดียมาก่อนหน้าสองสามวันแล้วว่าจะเกิดพายุไซโคลน แต่ก็ไม่ได้สนใจที่จะบอกให้ประชาชนทราบ หรือเตรียมการอพยพผู้คนออกจากปากน้ำอิระวดี แต่ได้ทุ่มคนส่งข้าราชการมาเตรียมพร้อมการลงประชามติอย่างจริงจัง

เหตุผลสำคัญประการแรกคือ ผู้นำทหารพม่าเชื่อหมอดูที่ได้ให้ฤกษ์ไว้เรียบร้อยแล้วว่า ต้องให้ประชาชนออกเสียงลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 10 พฤษภาคม ผิดจากนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะอาจจะส่งผลถึงเก้าอี้ของพวกเผด็จการอาจสั่นคลอนได้

ผู้นำทหารพม่ามีความเชื่องมงายเรื่องหมอดูมาโดยตลอด จนเรียกได้ว่าหมอดูคือผู้มีบารมีตัวจริงในสังคมทหาร

ที่ผ่านมาหมอดูเคยทำนายให้นายพลตาน ฉ่วย ว่าหากจะให้การบริหารประเทศเป็นไปด้วยความมั่นคง ต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพม่า ก็คือต้องย้ายเมืองหลวงจากกรุงย่างกุ้ง ไปสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่มีชื่อเรียกว่า Nay Pyi Taw

ใครบอกว่าผู้นำเผด็จการย้ายเมืองหลวงเพราะหนีการโจมตีทางอากาศของสหรัฐอเมริกา ไม่จริงหรอก ย้ายเพราะหมอดูสั่งต่างหาก

เหตุผลสำคัญประการต่อมาก็คือ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดูเหมือนจะเป็นความหวังของรัฐบาลเผด็จการทหารที่จะฟอกตัวเองให้หมดจด เพื่อบอกชาวโลกว่าพม่ากำลังมีประชาธิปไตย กำลังจะมีการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ทหารจะยังครองอำนาจต่อไปในประเทศนี้ชนิดชั่วฟ้าดินสลายทีเดียว

สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญคือ

รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้อำนาจแก่ทหารอย่างเบ็ดเสร็จ Chief of Staff หรือผู้บัญชาการทหารสูงสุด จะเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดในประเทศ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี หรือประธานาธิบดี เหมือนอย่างประเทศประชาธิปไตยส่วนใหญ่

รัฐธรรมนูญฉบับนี้บอกว่า ผบ.สูงสุดมีอิสระที่จะตัดสินในกิจการใดๆ ที่เกี่ยวกับการทหารโดยเด็ดขาด เพราะกองทัพไม่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาล แต่กองทัพสามารถมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล ตุลาการ และสภานิติบัญญัติ

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมีอำนาจที่จะประกาศภาวะฉุกเฉินเอง และใช้กำลังในการควบคุมสถานการณ์ด้วยตนเอง ในอีกนัยหนึ่ง รัฐธรรมนูญให้อำนาจผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในการทำรัฐประหารยึดอำนาจคืนจากรัฐบาลได้

ในส่วนของรัฐสภา รัฐธรรมนูญให้อำนาจผู้บัญชาการทหารสูงสุดในการแต่งตั้งทหารเข้ามาเป็นสมาชิกรัฐสภาในสัดส่วนร้อยละ 25 ซึ่งมีผลทำให้ผู้แทนทหารมีอิทธิพลต่อรัฐสภา โดยเฉพาะในการแต่งตั้งประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดี ซึ่งมาจากทหาร

ในการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญๆ ในคณะรัฐบาล เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงชายแดน ต้องเป็นบุคคลที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดให้ความเห็นชอบ

นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญยังกำหนดให้รัฐสภาต้องให้ความเห็นชอบข้อเสนอทุกเรื่องที่นำเสนอโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุด และอนุมัติงบประมาณตามที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดร้องขอ

ในด้านตุลาการ คดีพิพาทที่มีทหารเกี่ยวข้อง จะถูกนำไปพิจารณาในศาลทหารเท่านั้น

ในส่วนของพรรคการเมือง เมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้ พรรคการเมืองที่มีอยู่ รวมทั้ง พรรค NLD ของนางออง ซาน ซูจี ที่ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งคราวที่แล้ว จะถูกยุบพรรคไปโดยปริยาย และให้มีการจดทะเบียนพรรคใหม่ทั้งหมด นางออง ซาน ซูจี จะไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งได้อีก เพราะรัฐธรรมนูญห้ามมิให้ผู้สมัครมีสามีหรือภรรยาเป็นคนต่างชาติ

เมื่อมองภาพโดยรวม จึงไม่ผิดนักที่จะกล่าวว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาอำนาจทหาร และให้อำนาจทหารอย่างเบ็ดเสร็จ ประหนึ่งให้พม่าเป็นรัฐทหาร

คนพม่าไม่มีโอกาสได้อ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และหากจะซื้อก็มีราคาแพงมาก เวลาเข้าไปลงประชามติในคูหา ก็มีเจ้าหน้าที่คอยบอกว่าให้กาเครื่องหมายในช่องรับรัฐธรรมนูญ

และเจ้าหน้าที่ยังเอารถกระจายเสียงออกไปตามหมู่บ้านว่า หากจับผู้ใดได้ว่ากาเครื่องหมายไม่รับ จะถูกจำคุกสามปีและปรับเป็นเงิน 100,000 จ๊าด

เมื่อประมาณห้าสิบปีก่อน พม่าได้รับการยกย่องว่าเป็นชาติที่ร่ำรวยที่สุดในอุษาคเนย์ พลเมืองมีการศึกษาสูงที่สุด ชาวพม่าเคยภูมิใจในความยิ่งใหญ่ของตนเอง

แต่รัฐบาลทหารพม่าตั้งแต่นายพลเนวินมาจนถึงนายพลตาน ฉ่วย ได้ใช้เวลาไม่กี่สิบปี ทำให้พม่ากลายเป็นประเทศยากจนที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

ทุกวันนี้ ประเทศเพื่อนบ้านรู้จักพม่าในฐานะแรงงานพม่า คนใช้ราคาถูก

อาชีพที่คนอยากเป็นมากที่สุดในพม่าคือ ทหาร เพื่อจะได้ไต่เต้าเป็นนายพล อาชีพที่รวยที่สุด โดยเฉพาะนายพลตาน ฉ่วย มีเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา

เมื่อเร็วๆ นี้ นายพลตาน ฉ่วย จัดพิธีแต่งงานให้ลูกสาวตัวเอง (ที่บังคับให้คนเรียกว่า Princess) เป็นงานแต่งงานที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่สุด และบิดาได้ให้สินสมรสกับลูกสาวเป็นเงินถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คนพม่าเม้าธ์กันทั้งเมืองว่าเป็นเงินที่คุณพ่อสั่งให้บรรดาบริษัทต่างชาติที่ไปลงทุนในพม่าบริจาคให้รายละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

บริษัททุกแห่งในพม่าจะมีชื่อนายพลพม่าเป็นกรรมการบริษัท แต่ไม่ต้องทำอะไร สิ้นเดือนก็มารับเงินเบี้ยประชุมคนละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ

แม้กระทั่งภาพข่าวที่เห็นนายพลพม่าเอาข้าวของไปแจกชาวบ้าน ก็ยังมีการเอาสติ๊กเกอร์ชื่อนายพลพม่าไปปิดทับชื่อประเทศที่นำข้าวของมาแจก พอจัดฉากถ่ายรูปเสร็จก็ยังยึดเอาของบริจาคมาขายต่อหน้าตาเฉย

พายุไซโคลนนาร์กีส ที่ว่ากันว่ามีฤทธิ์เดชนัก ยังมิอาจถล่มพัดพารัฐบาลทหารพม่าลงได้

นายพลประเทศเพื่อนบ้านเห็นทีต้องบินไปดูงานกันบ่อยๆ


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 18 พฤษภาคม 2551



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter