เส้นทางกฎหมาย ‘เส้นทางประเทศ’
เมื่อวานนี้ ดูเหมือนทั้งบ้าน-ทั้งเมืองจะเต็มไปด้วยเรื่องคดีความ ท่านอยากทราบว่าเป็นเรื่องอะไรบ้าง ก็ลองค้นๆ หาเอาจากข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์เถอะครับ แต่ที่จะเป็น “หนังชีวิต” ข้ามภพ-ข้ามรัฐบาล เห็นจะเป็นคดี “หวยบนดิน ๒ ตัว ๓ ตัว” นั่นแหละ
คดีนี้น่าสนใจเป็นพิเศษนะครับ โดยแยกความพิเศษเป็น ๒ ขั้นตอน คือขั้นตอนอันเป็นเนื้อหาของคดี กับขั้นตอนก่อนที่จะนำคดีฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
นี่เรากำลังคุยกันถึงขั้นตอนหลังนะครับ คือการฟ้องคดี ถือเป็นคดีแรกที่ คตส.ตั้งทีมทนายฟ้องเอง แทนที่จะให้ “ทนายแผ่นดิน” คืออัยการเป็นผู้ทำหน้าที่ฟ้อง
ก็ไม่ใช่ คตส.อยากฟ้องเองหรอก หากแต่ระยะหลังๆ คล้ายกับว่าทางอัยการผู้ตรวจสำนวนฟ้อง กับ คตส.ผู้ทำสำนวน ทำงานร่วมกันแบบ “เกลียวหวาน” อะไรประมาณนั้น
เมื่อเรื่องเดียวกัน แต่มองไปคนละมุม อัยการแย้งประเด็นให้กลับไปสอบสวนเพิ่มเติม แต่ คตส.เห็นว่าที่สอบมาครบถ้วนสมบูรณ์ดีแล้ว ไม่ควรที่จะยื้อเป็นการเตะถ่วงเวลา
คตส.ก็เลยหาทนายมาฟ้องศาลเสียเองเลย!
คดีหวยบนดิน ๒ ตัวและ ๓ ตัวนี้ คตส.หรือคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ยื่นฟ้องคณะรัฐมนตรีชุดของ พ.ต.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งคณะ
รวมถึงประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล และ ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในยุคนั้น รวมทั้งหมด ๔๗ คน!
ถ้าจำไม่ผิด คตส.ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๑
แล้วก็ให้ “สวรรค์เบี่ยง” เสียจริงๆ ในจำนวนผู้ต้องหา ๔๗ คนนั้น มีอยู่ ๓ คนที่ “ฟ้าจัดสรร” ให้มาเป็นรัฐมนตรีอยู่ในคณะรัฐบาลขณะนี้ คือ นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีคลัง นางอุไรวรรณ เทียนทอง รัฐมนตรีแรงงาน และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมช.คมนาคม
ก็เลยเป็นปัญหาทางกฎหมายขึ้นทันที เพราะตาม พ.ร.บ.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) บอกว่า ในกรณีอย่างนี้ รัฐมนตรีทั้ง ๓ คนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที
ถ้า “ศาลประทับรับฟ้อง”!!
นี่แหละครับ ที่ว่าคดีนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะนอกจากประเด็นที่มองกันว่า “คตส.มีอำนาจฟ้องเองหรือไม่?” แล้ว ก็ยังมีเดิมพัน ๓ เก้าอี้รัฐมนตรีนี้ด้วย
เมื่อวานนี้ (๑๔ พ.ค.) เป็นแค่ศาลนัดมาฟังคำสั่งคดีเท่านั้น ไม่ใช่วันตัดสินคดี แต่ถือว่าเป็นวันตัดสินชะตา “สุรพงษ์-อุไรวรรณ-อนุรักษ์” บนตำแหน่งรัฐมนตรีโดยตรง เพราะแค่ว่าศาล “ประทับรับฟ้อง” เท่านั้น
ทั้ง ๓ คน ก็ต้อง “หยุด” การทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีทันที!
แต่ก็ถอนหายใจโล่งอกไปได้อีกพักใหญ่ครับ เพราะศาลท่านยังไม่ประทับรับฟ้องคดี แต่ให้ส่งเรื่องต่อ “ศาลรัฐธรรมนูญ” วินิจฉัยคุณสมบัติ และการต่ออายุการทำงานของ คตส.ว่า
“ขัดกับรัฐธรรมนูญ” หรือไม่?
คือฝ่ายจำเลยที่ ๓๑-๔๗ เขาอ้างว่า คปค.ฉบับที่ ๓๐ ที่ให้อำนาจ คตส.ตรวจสอบการกระทำผิด นั้น เป็นการให้อำนาจตรวจสอบในส่วนของคณะรัฐมนตรี และการที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.แก้ไขเพิ่มเติมคำประกาศ คปค. ต่ออายุ คตส.ออกไปจนถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ นั้น
ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖ ที่ว่า “รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้”
ครับ..ก็อึ้งกันไปคนละแบบสองแบบ แต่สรุปได้แบบเดียวว่า “ศาลท่านใช้ดุลยพินิจบนความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายดีแล้ว”
ในเมื่อมีความเห็นขัดแย้งกันในข้อกฎหมาย เพื่อยุติข้อโต้แย้งจากทุกฝ่าย ก็เดินตามช่องเพื่อให้หายข้องจิตกันซะแต่แรก ศาลรัฐธรรมนูญท่านวินิจฉัยว่าอย่างไรแล้ว
ศาลฎีกาแผนกคีอาญาฯ ก็จะสั่งคดีไปตามบรรทัดฐานนั้นว่า จะรับฟ้องหรือไม่รับฟ้อง
เออ..แต่ว่า “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” ๙ ท่าน ที่เกิดตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ เรียบร้อยพร้อมเข้าปฏิบัติหน้าที่กันแล้วหรือยัง ก็น่าสำรวจกันดูหน่อยนะครับ
แต่เดิม คือตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มี ๑๕ ท่าน ก็ชุดวินิจฉัย “ทักษิณซุกหุ้น-ไม่ผิด” นั่นแหละ
แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ กำหนดให้มี ๙ ท่าน มาจากที่ประชุมใหญ่ศาลศาลฎีกา ๓ ท่าน ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด ๒ ท่าน มาจากผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ ๒ ท่าน และมาจากผู้ทรงคุณวุฒิรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์อีก ๒ ท่าน
รวมทั้งหมดเป็นคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ๙ ท่าน!
นี่แหละครับ ถ้ารักจะสนใจการบ้าน-การเมือง ต้องสนใจ ๙ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกันให้มากไว้ เพราะหนังชีวิตที่ผมว่านั้น ไม่เพียงเรื่องคดีหวยบนดินนี้แค่นั้น
ยังมีอีกหลายคดีในส่วนการทำงานของ คตส.ที่จะ “ฟ้องเอง” และยังไม่นับคดี “ยุบพรรค” ที่ กตต.ส่งให้อัยการตรวจสำนวนอยู่ขณะนี้ ซึ่งตุลาการทั้ง ๙ ท่านนี่แหละเป็นผู้กำชะตาชีวิต!
ทำความรู้จักหน้า-รู้จักตา ๙ ท่าน ไว้บ้างก็ดีนะครับ มีดังนี้
สายนิติศาสตร์-รัฐศาสตร์ รวมเป็น ๔ ท่าน คือ
๑.นายจรัญ ภักดีธนากุล จากปลัดกระทรวงยุติธรรม
๒.นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ จากผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ ภาค ๔
๓.นายเฉลิมพล เอกอุรุ จากอดีตรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
๔.นายสุพจน์ ไข่มุก จากอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
จากที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด ๒ ท่าน คือ
๕.นายจรูญ อินทจาร
๖.นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี
จากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ๓ ท่าน คือ
๗.นายกิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์
๘.นายนุรักษ์ มาประณีต
๙.นายชัช ชลวร
นี่แหละครับ ทั้ง ๙ ท่านอยู่ระหว่างการคัดเลือกกันเอง ๑ คนขึ้นมาเป็น “ประธานศาลรัฐธรรมนูญ” ที่เหลืออีก ๘ ก็เป็น “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ”
ตอนนี้ ผิวหน้าราบเรียบ แต่ลึกลงไปใต้บาดาล ใครจะได้เป็น ๑ ใน ๙ เห็นเขาคุยกันว่า..น้ำป่วนไปหมด!
ขอแทรกนิด บางท่านอาจเข้าใจว่า ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญ “ว่าง” การทำหน้าที่ จนกว่าตุลาการทั้ง ๙ นี้จะเข้ามาทำงาน ความจริงไม่ใช่อย่างนั้นครับ
ไม่ว่ารัฐบาลปฏิวัติ หรือรัฐบาลเลือกตั้ง ยังมีศาลรัฐธรรมนูญทำหน้าที่วินิจฉัยคดีตามปกติครับ แต่เรียกว่า “ตุลาการรัฐธรรมนูญ” เหมือนอย่างชุดวินิจฉัยคดียุบพรรคไทยรักไทยนั่นแหละ
๙ ตุลาการนี้มารับหน้าที่ใหม่เมื่อไหร่ ตุลาการรัฐธรรมนูญที่มี “ประธานศาลฎีกา” เป็นประธานโดยตำแหน่งก็จะสลายไปโดยปริยาย!
ท่านลองตรวจรายชื่อทั้ง ๙ แล้วหาคำตอบคร่าวๆ ไว้ในใจ เป็นการทบทวนความรู้ทางกฎหมายของท่านไปพร้อมๆ กันก็ได้นะครับว่า
ประเด็นขัดแย้งทางข้อกฎหมายที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ส่งให้ตีความเรื่องคุณสมบัติของ คตส. และเรื่องที่ สนช.ต่ออายุให้ คตส.นั้น ผิดรัฐธรรมนูญมาตรา ๖ หรือไม่
ในใจท่าน..วินิจฉัยได้คำตอบออกมาอย่างไร?
เก็บคำตอบไว้ในใจนะครับ อย่าเพิ่งเที่ยวตะโกนไปเชียว!
ตรงนี้ถือเป็น “หูรูด” ของคดีที่ คตส.ทำอยู่ทั้งหมดเกือบ ๒๐ คดี ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคุณสมบัติ คตส.และการต่ออายุ คตส.ขัดต่อกฎหมาย คดีนี้ก็ถือว่า “สิ้นสุด” จบกันไปเลย
รวมทั้งคดีอื่นๆ ที่ คตส.ทำอยู่ทั้งหมดด้วย ยกเว้นคดีที่ดินรัชดาภิเษกคดีเดียวที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขข้อกฎหมายที่ฝ่ายจำเลยยกขึ้นมาต่อสู้!
บ้านเมืองข้างหน้า ชักตื่นเต้น เร้าใจ ขึ้นเรื่อยๆ แล้วมั้ยล่ะ?
ผมก็บอกเป็นครั้งที่ ๑๘,๒๙๗ แล้วมิใช่หรือว่า บนเส้นทางเปลี่ยนของประเทศ “กฎหมาย-บุคคลในกฎหมาย” จะเป็นผู้ควบคุมวงจรและกลไก สู่เส้นทางเปลี่ยน และนอกจากบุคคลในกฎหมายแล้ว “พลังแห่งจิตวิญญาณ” จะเป็นพลังงานควบคุมที่ “เหนือการควบคุม”.
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 15 พฤษภาคม 2551



