ว่าด้วยนรลักษณ์ “ศีรษะ-ปาก-จมูก”
อ้าว..มีนายกฯ คนไหนจะเป็นจะตายขึ้นมาหรืออย่างไรครับ ถึงได้เรียกประชุมสภาฯ ฉุกเฉิน จนผู้คนแตกตื่นถามกันให้ควั่กว่า “เกิดศึกเหนือ-เสือใต้ หรือบ้านเมืองเกิดเหตุด่วน
-เหตุร้ายอันใดที่รอวันพุธ-พฤหัสบดี ไม่ได้ ต้องประชุมด่วนกันวันจันทร์นี้?”
ใครเคยเห็นกอไผ่บ้างมั้ย? ส.ส.พลังประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็น ส.ส.จากอีสาน-เหนือ
คงไม่ตอบแค่ “เคยเห็น” เกือบทั้งหมด คงต้องตอบว่า “เคยกินด้วยซ้ำ”ก็ใครบ้างล่ะไม่เคยกิน “ซุบหน่อไม้”!
แต่ที่ผมถามนี่ก็เพียงอยากจะบอกว่า กอไผ่ที่ใหญ่แสนใหญ่ ลงท้ายก็มัก ตายด้วยขุยตัว
เองเกือบทุกกอไป
แล้วนี่..พลังประชาชนกำลังจะเข้าทำนองนั้น ลำพัง “หักด้ามพร้าด้วยเข่า” ให้เอา
นายชัย ชิดชอบ ขึ้นเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร แทนนายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ลาออกไ
ป ก็อิหลักอิเหลื่อกันพออยู่แล้ว
แต่ที่ใช้อำนาจแบบลุแก่อำนาจ เรียกเปิดสภาฯ ฉุกเฉินกันวันนี้ (๑๒ พ.ค.๕๑) ด้วย
เหตุเพียงต้องการใช้ “ที่ประชุม” เป็นพิธีกรรมชุบตัวนายชัย ชิดชอบ เป็นประธานสภาฯ
นั้น..
ระวังเถอะ!
ทำแบบไม่ให้เกียรติ และมองไม่เห็นหัวทั้ง ส.ส.บางส่วนในพรรค ทั้งพรรคร่วมรัฐบา
ล และพรรคฝ่ายค้านแบบนี้
รัฐบาลจะล่มเอาง่ายๆ กลางสภาฯ ซักวัน!?
ก็ดูซี จำนวน ส.ส.พลังประชาชนที่มาประชุมพรรควานนี้ หายไปเป็นครึ่ง-เป็นค่อน ก
ารโหวตเลือกนายชัยเสียงก็แตกแหลกเละ แล้วเช้าวันนี้ การประชุมเลือกประธานสภาฯ ใน
ที่ประชุมสภาฯ เท่าที่ฟังใช้แบบ “ลงคะแนนลับ”
ต่อให้ปัจจัยถึง แต่ถ้าบารมีไม่ถึง แบบนี้..เสียว!
เอาหละ..สมมุติว่านายชัยได้เป็นประธานสภาฯ ด้วย “เสียงข้างมาก” ในวันนี้ก็เหอ
ะ แต่บอกได้ ๑๐๐% เลยว่า ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันภายในพรรคพลังประชาชน
หมดแล้ว..จบแล้ว!
กลุ่มใคร-กลุ่มมันครับ กุมสภาพอยู่กันหลวมๆ เพราะผลประโยชน์ที่ยังต้องดำรงร่วมกันเ
ฉพาะหน้า บนความเป็น “พรรคแกนรัฐบาล” เท่านั้น
ต้องไม่ลืมว่า ที่รวมกันอยู่เป็น “พลังประชาชน” วันนี้ จากบารมี-ศรัทธาในตัว พ.
ต.ท.ทักษิณ-พจมาน ชินวัตร
ไม่ใช่เพราะบารมี-ศรัทธาในตัวนายเนวิน ในตัวบิดานายเนวิน และในตระกูลชิดชอบ!!
และกับพรรคร่วมอีก ๕ พรรค โดยเฉพาะพรรคชาติไทย ของนายบรรหาร ศิลปอา
ชา ก็ต้องยอมรับกันว่า ชื่อของคน-เงาของไม้ ย่อมมีความหมายและเส้นทางให้ศึกษาเป็นปร
ะวัติศาสตร์
พลังประชาชนทำเหมือน “ไม่เห็นหัว” นายบรรหารผู้เป็นพรรคร่วม และโดยเฉพาะเป็
นผู้อาวุโสทั้งทางวัยและสถานภาพทางการเมือง โดยไม่ให้เกียรติปรึกษาหารือเลยสักคำ
จะเอาใครเป็น ก็จับยัดไป คล้ายคิดว่า ยังไงๆ พรรคเล็ก-พรรคน้อยอีก ๕ พรร
ค “สั่งยังไงก็ต้องทำยังนั้น” อยู่แล้ว เพราะมันกลัวจะไม่ได้ร่วมรัฐบาล
ประเมินสถานการณ์ต่ำทรามเกินไปแล้ว ต้องไม่ลืมว่า วันนี้-๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ไ
ม่ใช่ ๑๒ มกรา หรือ ๑๒ กุมภา อันเป็นช่วงเวลา “ข้าวใหม่ปลามัน” หลังเลือกตั้ง
และหลังตั้งรัฐบาลใหม่ๆ!
วันนี้-โหวตลับด้วย แล้วนายชัยจะได้เป็นประธานสภาฯ ด้วยผลคะแนนที่ออกมา “ประ
จานขี้หน้า” ขนาดไหน?
สำหรับ “นายสมัคร” ผมไม่ติดใจ สงสัยอะไร เพราะท่านประกาศแต่แรกแล้วว่า รั
บอาสามาเป็น “นอมินี” ให้ทักษิณ ฉะนั้น ในพลังประชาชน ถึงขึ้นชื่อว่าเป็นหัวหน้า แต่ใ
นภาษาการเมือง
หัวหน้านอมินี เขาแปลว่า “หัวหลัก-หัวตอ”!
ก็เห็นมาแต่วันแรกที่ฟอร์ม ครม.แล้วว่ามีน้ำยาแค่ไหน ที่สมาชิกพรรคเขายังให้เกียรติ
ให้เป็นหัวหน้า-เป็นนายกฯ อยู่ได้ถึง ๓ เดือน โดยไม่วอแวอะไรมากนัก ก็นับว่า “ไว้
หน้า” มากแล้ว
ฉะนั้น ไอ้ที่จะไปร่ายเหตุ-ร่ายผล หรือไปชี้นิ้ว “เอาใคร-ไม่เอาใคร” แล้วหวังให้
บรรดา ส.ส.ในพรรคเชื่อฟัง นั้น
ชาติหน้า และต้องใช้นามสกุล “ชินวัตร” ครับ!
เรื่อง “เงินถึง-ใจถึง-บารมีถึง” นี่ดูเหมือนจะเป็น “ไตรคีย์” ของคนที่จะมาเป็นผู้
นำทางการเมืองทุกยุค-ทุกสมัย และทุกแห่งในโลกด้วย แม้กระทั่งในสหรัฐอเมริกาก็เถอะ
แค่ระดับเฟ้นหา “ตัวแทนพรรค” ยังควักกันจนกระเป๋าขาด เห็นมั้ยล่ะ?
สำหรับการเมืองบ้านเรา อย่าว่าแต่พรรครัฐบาล “พลังประชาชน” เลยครับ พูดก็พู
ด พรรคฝ่ายค้านอย่าง “ประชาธิปัตย์” ก็เถอะ ถ้าคนไหนไม่บรรลุไตรคีย์ “เงินถึง-ใจถึ
ง-บารมีถึง”
หลีกทางให้คน “เงินถึง-ใจถึง-บารมีถึง” เขานำดีกว่า!
ครับ..วันนี้ ถ้าไม่คุยเรื่อง “ไอ้หัวเถิก” ถือว่าตกรถ-ตกรา เพราะแค่เช้าจรดบ่าย
ไปทางไหนก็ได้ยินแต่คนถาม
“เมื่อเช้าดูสมัครด่าไอ้หัวเถิกหรือเปล่า?”
ผมละเจ็บใจ มัวไปปรุง “น้ำยำวุ้นเส้น” ตามสูตรลับของผมอยู่ เลยอดฟังรายการฮิ
ตติดชาร์ต “สนทนาประสาสมัคร” ตอนเช้า น่าจะทำเป็นแผ่นวีซีดีเร่ขายตามสี่แยกเหมือนตอน
ขายเทปสมัยประชากรไทยคะนองกรุงโน้นนะครับ
นี่..ถามกันขรมเชียว “ไอ้หัวเถิก” ที่สมัครด่ามา ๒ อาทิตย์ติดนั้น ใครกันคือ..ไอ้
หัวเถิก?
“คืนวันนั้น มีการปล่อยข่าว แม่ทัพนายกองเข้าไปอยู่ในบ้านสี่เสาฯ ตี ๑ ยังไม่ออก
มา ทำข่าวจะเป็นจะตาย คือปลุกระดมกันไว้หมด นี่มันอะไรกันนักหนา คนนี้ก็ได้ฟังข่าว ค
นนี้ฟังข่าว รุ่งขึ้น ผมก็ทราบบังคมทูลฯ ขอเฝ้าฯ รายงานทุก ๓ เดือน ก็รับโปรดเกล้
าฯ ให้เฝ้าฯ ออกข่าวไปแล้วตั้งแต่ตอนบ่าย จะโปรดเกล้าฯ ให้เฝ้าฯ ให้นายสมัครลาออ
ก จะจัดการเรื่องจักรภพ
เรื่องนี้ทั้งหลายทั้งปวง ผมเรียนไว้ตรงนี้ ต้องใช้โอกาสนี้รายงานไว้ครับ มีคนปลุกปั่น
เรื่องนี้ครับ ถามว่าใคร บอกได้ไหม..บอกได้ครับ ‘ไอ้หัวเถิก’ ที่ผมบอกไว้นั่นละครับ
ไอ้คนนี้ละครับเอาข่าวออกมาแล้วปลุกปั่น เรียกคนโน้นไปพบ เรียกคนนี้ไปพบ ตำรวจยังโดนเรียกไปพบเลยครับ ตำรวจ-ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งให้พบ ให้คนโน้น-คนนี้ไปพบ
ไอ้หัวเถิกเป็นคนจัดการ
.............
...นี่ละครับ ผมออกชื่อไว้ ถ้าใครจะเดือดร้อนว่าใครจะหัวเถิกก็เอากันเถอะ คนนี้ล
ะครับ ที่เสียหายทุกวันนี้เป็นข่าว ที่ใครบอกว่าอย่าดึงฟ้าต่ำ ไอ้นี่ละครับ ดึงละครับ ปั่นป่ว
นไปหมด....”
นี่ละ..วาทะท่านผู้นำสมัคร ตรงไหนสมควรนำมาพูด-ไม่สมควรนำมาพูด ก็พิจารณากันดู
นะครับ ผมยกมาพอเป็นน้ำจิ้ม ตอนนี้เห็นเดากันวุ่นวายไปหมด นาย ป.บ้าง นาย อส.บ้า
ง คือ “ไอ้หัวเถิก” ตามที่ นายสมัคร “กล้าด่า” เล่นเชิงทางกฎหมาย แต่ไม่กล้า “
ออกชื่อ” เล่นเชิงนักเลงตัวเอง
“หัวเถิก” หรือคนหน้าผากสูง อย่างท่านประธานเหมาเจ๋อตง นั่นเรียกว่าลักษณะหัวเ
ถิก หัวเถิกบ่งบอกเป็นผู้มีปัญญามาก ผมละเจ็บใจ..หัวไม่เถิก เลยไม่รู้จะออกร้อนยังไง?
แต่เดี๋ยวก็คงรู้หรอกว่า ระหว่างคนหัวเถิก กับคนปากเปราะ ไผเป็นไผ?
อันที่จริง หัวเถิกนี่เป็นของปกติ วัยเด็ก วัยหนุ่ม วัยสาว วัยแก่ เถิกได้ทั้งนั้น หา
ดูได้ทั่วไป ไม่แปลกตรงไหน
“หัวเถิก” กับ “หัวล้าน” เป็นคนละประเภทสายพันธุ์นะครับ คนมีบุญวาสนาบารมีหนัก
เท่านั้นถึงจะมีโอกาส “หัวล้าน” ครองบุคลิกเอกลักษณ์เด่น ๗ แบบ
ทั้ง ๗ แบบ ใครอยากดูให้ครบทีเดียว โดยไม่ต้องเดินไปชะเง้อดูหัวใครให้ตัวเองห
งายท้องกลางถนน ก็ไปดูได้ที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ที่พุทธมณฑล แต่ละหุ่น “แจ๋วแหวว” เริ่มตั้ง
แต่
-ทุ่งหมาหลง
-ดงช้างข้าม
-ง่ามเทโพ
-ชะโดตีแปลง
-แร้งกระพือปีก
-ซีกขวานฟาด
-ราชคลึงเครา
เพื่อให้เห็นจะจะ “ล้านทั้ง ๗” ควรไปดูให้เห็นกับตากันนะครับ ว่าไปแล้ว ทั้งคน
หัวล้าน-คนหัวเถิก หาดูได้ไม่ยากเย็นนัก แต่ที่หาดูได้ยากน่าจะเป็น “คนจมูกหมู-ปากหมา”
ที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งยังไม่มีปั้นไว้ ใครเจอที่ไหนช่วยถ่ายรูปลงเว็บไซต์ Hi Thaksin บ้างก็
จะดี.
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 12 พฤษภาคม 2551



