Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
เขียนแผ่นดิน
เปลว สีเงิน


“สถานีสุดท้าย” ไทยต้องสับรางตรง

ขืนบริหารปัญหาพื้นฐานคือ “ปาก-ท้อง” ชาวบ้าน ด้วยการอ้าง “น้ำมัน” ว่าเป็นต้นทุนจำนน แล้วปล่อยให้ทุกอย่างขึ้นราคาตามใจชอบ บางชนิดขึ้นไปกว่า ๑๐๐% อย่างเวลานี้ ผมว่า “ฉิบหายนะครับ”

รัฐบาลพลังประชาชนฉิบหาย ชาวบ้านไม่เดือดร้อนหรอก แต่โครงสร้างที่เป็น “วิถีสังคมชาติ” ซีครับ มันจะจลาจล เพราะปัญหาจริงประจำวันที่ต้องเผชิญ

แบกรับไม่ไหว อยู่กันไม่ได้แล้ว!

อย่าไปยกเอาสูตรตามทฤษฎีเศรษฐกิจอะไรมาเทียบเลย เอาจากตัวอย่างจริงๆ มาพูดกันดีกว่า ต่อให้เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ ๓๐๐ บาท ด้วยเงินเดือนเดือนละ ๙,๐๐๐ บาทน่ะ

ต่อให้ซื้อซี่โครงไก่มาต้มจับฉ่ายไว้กินหม้อละเดือน ถ้ามีครอบครัว-ตระเวนปล้นเซเว่นฯ อาทิตย์ละแห่งก็ยังหืดจับ!

จอดรถริมถนน นักเลงประจำถิ่นแบมือขอค่าจอด ไม่ทราบว่าญาติโยมมันสร้างถนนไว้แต่ชาติไหน ให้เหรียญ ๑๐ มันยังถุย แล้วปาทิ้ง คิดเอาเองแล้วกัน ค่าเงินมันเสถียรธรรมสถานแค่ไหน?

ไปซื้อก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น “หมี่น้ำต้มยำ” ต่อไปอาจต้องจ่ายเพิ่มค่าต้มยำ ค่าถุงอีกตะหาก เขาบอกว่าเส้นหมี่แต่ก่อนซื้อโลละ ๗๕ บาท ณ วันนี้ ขึ้นพรวดเป็นโลละ ๑๕๐ บาท!

สั่งก๋วยเตี๋ยว ๑ ชามต่อไปนี้ แม่ค้าคงต้องถามว่า “จะรับกี่เส้นดีคะ?” แล้วคนกินต้องจ่าย เพิ่ม-ลด ตามจำนวนเส้น

นักสะสมน้ำตาลซอง พริกป่นซอง ที่แถมมากับก๋วยเตี๋ยวก็เหมือนกัน ขอแสดงความเสียใจล่วงหน้าด้วย ในอนาคตคงไม่มีแถมให้ท่านแยกน้ำตาลไปชงกาแฟ เอาพริกป่นไปเหยาะน้ำปลาเป็นแน่

น้ำตาลทรายจากโลละ ๑๗ บาท สมัครแบกทุกข์โรงน้ำตาลมานำร่องวันอาทิตย์ รุ่งขึ้นวันจันทร์ ไฟเขียว-พรวดเดียวน้ำตาลขาดตลาด แล้วขายกันกิโลฯ ละ ๒๕ บาท!

กระทรวงพาณิชย์แถลงวานนี้ว่า เงินเฟ้อเดือนเมษาพรวดขึ้นไป ๖.๒% คือหมายถึงว่า ของเท่าเดิม ชาวบ้านต้องใช้เงินมากขึ้นไปซื้อหา แต่ขณะเดียวกัน รายได้ชาวบ้านเท่าเดิม หรือลดน้อยกว่าเดิม

แล้วจะเอาอะไรไปซื้อแด๊กกันล่ะ แบบนี้!?

ไม่เหมือนข้าราชการ หรือนักการเมือง เอาเงินภาษีชาวบ้านไปเพิ่มเป็นเงินเดือนกันเองได้ แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ ราคาสินค้ากับรายได้ที่เพิ่มมันสมดุลกันที่ไหน

ผมเข้าใจ น้ำมันแพงฉุดให้ทุกอย่างแพงตาม แต่ผมไม่เข้าใจว่า เป็นรัฐบาลแล้วยอมจำนน ปล่อยให้ปัญหาเป็นตัวฉุดลาก เป็นตัวกำหนดชะตา-อนาคตประเทศอย่างนั้นหรือ?

ปัญหา มันคืองาน รัฐบาลมาทำงาน นั่นคือ หน้าที่รัฐบาลต้องแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน อยู่-ดี-มี-สุข ตามเหตุปัจจัย แต่ขณะนี้ชาวบ้านล้วน “อยู่ไม่ดี-มีแต่ทุกข์” นั่นแสดงว่า ๓ เดือนที่ผ่านพิสูจน์แล้ว

ปัญหาชนะรัฐบาล!

ทำยังไง “ค่าครองชีพ-รายรับ-รายจ่าย” ทั้ง ๓ ตัวนี้จะสะท้อนออกมาเป็นเงาสมดุลตามอัตราส่วนของกันและกัน รัฐบาลมีหน้าที่ต้องคิด ต้องทำ ไม่ใช่ปล่อยให้เงาราคาสินค้าทอดยาวไปทับเงารายรับ-รายจ่ายของประชาชน จนเป็น

“เงาดำทับประเทศ”!?

“เพิ่มเงิน” ไม่ใช่การแก้ปัญหา เพราะเงินเป็นแค่ “ค่าสมมุติ” แต่ต้องหาทางเพิ่ม “สติ-ปัญญา” ทั้งระดับรัฐ-ระดับราษฎร์ ให้รู้จักปลดเปลื้องวิถีชีวิตออกจาก “วงจรจำแลง” ของระบบเศรษฐกิจส่วนเกิน ที่กลไก “อำนาจคุมโลก” สร้างขึ้นเป็นมายาภาพสู่เป้าหมายเพื่อกำหนดเงื่อนไข “ควบคุมโลก”!

คุยว่าไทยเป็น “ครัวโลก” ความจริงก็เป็นอย่างนั้น ฉะนั้นคำว่า “ข้าวยาก-หมากแพง” มันจะต้องไม่เกิดกับเมืองไทย-คนไทย

แต่ด้วยการบริหารไร้ “สติ-ปัญญา” ของรัฐที่ใช้แต่ “เงิน” เป็นตัวตั้งของทุกปัญหา ดังนั้น ทุกวันนี้คนไทยจึงมีทัศนคติว่า “ต้องมีเงินก่อน” จึงจะมี ผัก ปลา หญ้า ข้าว ให้กิน

อย่างนี้คำว่า “ไทย-ครัวโลก” สำหรับชีวิตคนไทยมันจะเป็นได้อย่างไร เพราะเข้าครัวทีไร

มีแต่ “สากกะเบือ” ดุ้นเดียว!

ความเป็นอยู่ของคนในบ้านเมืองคล้าย “จนต่อปัญหา” เหตุก็เพราะรัฐบาลบริหารแบบ “จนปัญญา” แท้ๆ!!

เมืองไทย ถึงอย่างไร ด้วยภูมิศาสตร์และธรรมชาติสร้างสรรค์ จะไม่พรากไปจากคำว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” เป็นอันขาด

ฉะนั้น รัฐบาลตีโจทย์แตกเมื่อไหร่ ขั้นแรกนำทฤษฎี “เศรษฐกิจพอเพียง” มาปรับรากฐานให้ประชาชนที่สู้ชีวิตแบบไร้ทิศทาง สามารถยืนหลักปักฐานด้วยทิศทางถูก ประเทศไทยก็จะโชติช่วงชัชวาลเมื่อนั้น

หยิบต้นทุนธรรมชาติ วัฒนธรรม สังคม และคน มากองรวมไว้ แล้ว “ปูเสื่อ” ประเทศไทยกันใหม่ เราโหนระบบโลกเหมือนโหนรถเมล์มาจนล้าใกล้จะหล่นมิหล่นแหล่

ฉะนั้น เลิกระบบวัดความเติบโตด้วยคำว่าจีดีพีที่มี “เงิน” เป็นตัวตั้งตามแบงก์โลกชนิดหัวปักหัวปำซักทีดีไหม?

เสียเวลา “สำรวจ-ตั้งต้น” กันใหม่ วัดความเติบโตสังคมจากความ “อยู่ดี-กินดี-สังคมดี” สมมุติว่าเสียเวลาซัก ๑๐ ปี

ยังไงๆ ผมก็ว่า ดีกว่าโดยสารระบบโลกแบบโหนต่องแต่งอย่างนี้ไปอีก ๑๐๐ ปี ก็ยังไม่มีที่ให้นั่ง!

ทุกวันนี้ มีแต่ต้นทุนของเสี่ย ต้นทุนของเฮีย ต้นทุนของท่าน ไม่มีใครมอง และไม่มีใครพูดเลยว่า “แล้วต้นทุนของประเทศคืออะไร อยู่ที่ไหน?”

ต้นทุนประเทศคือ “สติ-ปัญญารู้ภาวะประเทศตัวเอง” ครับ นั่นคือทรัพย์รวมของคนทั้งชาติ

มีสติ มีปัญญา แล้วจะรู้เองว่า ผืนดิน ผืนน้ำ ผืนฟ้า ป่าเขาลำเนาไพร แมกไม้ อากาศ ๓ ฤดู อันล้วนเป็น “ต้นทุนประเทศ” ของเรามั่งคั่งมหาศาล จะเรียกว่าสหรัฐอเมริกาก็ยังด้อยกว่าด้วยซ้ำ

แล้วอย่างนี้ คนไทยอดอยากได้อย่างไร เพราะไม่อยู่กับสิ่งที่ตัวเองมีโดยแท้เชียว!

ว่าไปแล้ว ก็จริงอย่างที่คนต่างชาติเขาพูดนั่นแหละ “ประเทศไทยพร้อมหมดทุกอย่าง ยกเว้น ‘คนไทย’ ที่ไม่เคยพร้อม”?

ผมอ่านหนังสือพิมพ์พบโฆษณาชิ้นหนึ่งเรื่อง “เกษตรประณีต..ความสุขที่ไม่ใช้เงินเป็นตัวตั้ง” อ่านแล้วผมปีติมาก ไม่เคยประทับใจและนึกรัก สสส.”สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ” ของนายแพทย์สุภกร บัวสาย ครั้งไหนเท่าครั้งนี้เลย

ต้นทุนประเทศของไทย จะแปลงเป็นความร่ำรวยเฉลี่ยเป็นสุขทั่วประชาชาติก็ต้องอาชีพ “เกษตรกรรม-กสิกรรม” เป็นฐานหลักครับ ไม่ใช่อุตสาหกรรมเครื่องจักรที่ “รับจ้างประกอบ”

ทุกวันนี้ นิยามอุตสาหกรรมเครื่องจักรในไทย จะเป็นลักษณะใช้ไทยเป็นโกดังรับโละขยะเครื่องจักรหมดยุค และที่สำคัญ ใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งลำเลียง “ขยะพิษ” มาทิ้ง!

ผมอยากให้ท่านอ่าน “เกษตรประณีต” ตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงกันเอง สสส.เขาเรียบเรียงไว้ดีมาก นำไปปฏิบัติได้ทันที เขาบอกไว้ด้วยว่าถ้าใครสนใจสอบถามไปได้ที่

“ศูนย์ประสานงานเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน” จ.ขอนแก่น ๐-๔๓๔๔-๖๓๔๑ หรือที่ www.porpeanglife.com และสอบถามข้อมูล ๐-๒๒๙๘-๐๕๐๐

ครับ..วันนี้คุยยาวไปโขทีเดียว ความจริงตั้งใจจะพูดเรื่อง “ชคม.-ชั่วครองเมือง” ในยุครัฐบาลลูกกรอก ๑ ของอาจารย์ “ธีรยุทธ บุญมี” แต่คิดว่าทิ้งให้นอนก้นคนวิพากษ์ซักวัน-สองวันก่อนดีกว่า อีกไม่ช้า..ไม่ช้าหรอกครับที่ ชคม.จะ..อวส.!?


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 2 พฤษภาคม 2551



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter