Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
WTO Watch
สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)


สิงคโปร์กับเส้นทางข้อตกลงการค้าเสรี

เอกสารข่าวฉบับที่ (7 เมษายน 2551)

- สมคิด พุทธศรี -


ในรอบทศวรรษที่ผ่านมาสังคมเศรษฐกิจโลกหันมาใช้ยุทธศาสตร์การทำข้อตกลงการค้าเสรีทั้งระดับภูมิภาคีและทวิภาคีเป็นกลไกหลักในการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน ปรากฏการณ์ข้างต้นเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากมายทั้งในวงวิชาการและระดับการดำเนินนโยบาย

สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่แถวหน้าสุดของการทำข้อตกลงการค้าเสรี ด้วยการลงนามข้อตกลงการค้าเสรีทั้งแบบทวิภาคีเสรีและภูมิภาคีไปแล้วทั้งสิ้น 13 ข้อตกลงและอยู่ระหว่างการเจรจาอีก 10 ข้อตกลง ด้วยปริมาณข้างต้น ทำให้สิงคโปร์เป็นประเทศที่ทำข้อตกลงการค้าเสรีมากที่สุดในเอเชียบูรพา มิพักต้องกล่าวถึงว่า สิงคโปร์อยู่ในกลุ่มประเทศกระตือรือร้นในการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี

คำถามพื้นฐานจึงมีอยู่ว่า เหตุใดปรากกฎการณ์ ‘FTA Mania’ จึงเกิดขึ้นกับประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติและมีเศรษฐกิจขนาดเล็ก ในขณะที่ประเทศอื่นๆในภูมิภาคกลับมีท่าทีระแวดระวังและตั้งข้อกังขากับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น

การออกวิ่งบนเส้นทางการทำข้อตกลงการค้าเสรีไม่สามารถแยกออกจากประวัติศาสตร์เศรษฐกิจที่ผ่านมาของสิงคโปร์ได้ การใช้ยุทธศาสตร์การพัฒนาแบบมองออกไปข้างนอก (outward orientation) ซึ่งดำเนินอย่างต่อเนื่องตั่งแต่ทศวรรษ 2500 ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของสิงคโปร์อย่างมีนัยสำคัญ การค้าระหว่างประเทศกลายเป็นภาคที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจสิงคโปร์อย่างยิ่งยวด ในปี 2548 สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีขนาดการค้าใหญ่เป็นอันดับ 15 ของโลก ด้วยมูลค่าการค้ากว่า 430 พันล้านดอลลาร์อเมริกัน หรือคิดเป็นร้อยละ 367.96 ของ GDP นับเป็นอัตราการเปิดประเทศ (Degree of Openness) ที่สูงที่สุดในโลก การเปิดประเทศอย่างกว้างขวางเช่นนี้ ทำให้การเจริญเติบโตของสิงคโปร์ขึ้นอยู่กับระบบเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญ

เมื่อเกิดวิกฤติการณ์การเงิน 2540 สิงคโปร์เป็นประเทศเดียวในอุษาคเนย์ที่สามารถฝ่ามรสุมทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี แม้จะต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2541 (-1.5%) แต่ก็ฟื้นคืนอีกครั้งในปี 2542 และ 2543 ด้วยอัตราการเจริญเติบโตร้อยละ 7.2 และ 10.1 ตามลำดับ ซึ่งเป็นอัตราที่สูงยิ่ง อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่กลางปี 2543 สิงคโปร์ต้องเผชิญกับความยุ่งยากทางเศรษฐกิจอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ของสหรัฐอเมริกาเริ่มแตกสลาย บทสรุปในครั้งนั้น คือ อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์หดตัวร้อยละ 2.4

ภาวะถดถอยของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่ยังผลมาสู่เศรษฐกิจสิงคโปร์เป็นการเผยจุดอ่อน สำคัญของสิงคโปร์ ในขณะเดียวกันการเติบใหญ่ทางเศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีนก็บั่นทอนความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Advantage) ในการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ นักผลิตนโยบายสิงคโปร์ตระหนักถึงปัญหาข้างต้นเป็นอย่างดีและเห็นว่า สิงคโปร์จำเป็นจะต้องปรับโครงสร้างการผลิตจากระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (Industrail Ecomony) ไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบบริการ (Sevice Economy)

การปรับโครงสร้างการผลิตเป็นยุทธศาสตร์ที่ต้องใช้เวลานาน ในขณะที่ปัญหาเฉพาะหน้าที่สิงคโปร์ต้องเผชิญอยู่ คือ การขยายตลาดส่งออก นับตั้งแต่ทศวรรษ 2540 เป็นต้นมา สิงคโปร์มิอาจหวังพึ่งพิงตลาดภายในภูมิภาคอาเซียนได้อีกต่อไป วิกฤติการณ์การเงินของอาเซียในปี 2540 ส่งผลให้เกิดการแตกตัวของการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและการเงินของประเทศในกลุ่มอาเซียน ในขณะที่สิงคโปร์ต้องการที่จะเดินหน้าเพื่อเปิดเสรีมากขึ้น ประเทศอื่นๆกลับใช้นโยบายกึ่งป้องกันตนเอง (Semi-protectionism) ซึ่งส่งผลต่อช่องว่างของปัจจัยเชิงสถาบันและนโยบายการค้าระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยเหตุนี้การค้าเสรีภายในภูมิภาคจึงมิอาจไปไกลกว่า AFTA ได้ อย่างน้อยก็ในระยะเวลาอันใกล้นี้

ในขณะเดียวกัน สิงคโปร์เห็นว่า การจัดระเบียบการค้าเสรีโดย WTO ใช้เวลายาวนานเกินไป ผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกันระหว่างมวลหมู่สมาชิกองค์การการค้าโลกและการต่อต้านขององค์กรพัฒนาเอกชนทั่วโลกมิอาจแก้ปัญหาได้ในเร็ววัน ความเห็นข้างต้นได้รับการพิสูจน์ว่าถูกจากภาวะชะงักงันของการเจรจาการค้าแบบพหุภาคีหลังจากความล้มเหลวในการประชุมระดับรัฐมนตรีขององค์การการค้าโลกที่เมืองแคนคูน (Cancun) ในปี 2546

ด้วยเหตุนี้การทำข้อตกลงการค้าเสรีในลักษณะทวิภาคีและภูมิภาคีจึงเป็นหนทางเดียวที่เหลืออยู่ของสิงคโปร์ในกระบวนการเปิดเสรีทางการค้า ยุทธวิธีเช่นนี้ไม่เพียงทำให้การขยายตลาดของสิงคโปร์สามารถดำเนินต่อไปได้เท่านั้น แต่เป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับสิงคโปร์โดยตรงจากที่ไม่สู้มีมากนักในการเจรจาการค้าแบบพหุภาคี

ไม่เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงยุทธวิธีทางการค้าระหว่างประเทศเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น การปรับเปลี่ยนมาใช้การทำข้อตกลงการค้าเสรีเป็นนโยบายหลักในการดำเนินนโยบายการค้าระหว่างประเทศของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่เป็นคู่ค้าสำคัญอย่าง สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ก็สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสิงคโปร์เป็นอย่างดี

นักผลิตนโยบายสิงคโปร์เชื่อว่า ยุทธวิธีการทำข้อตกลงการค้าเสรีหาได้ขัดกับยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างการผลิตไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบบริการไม่ ตรงกันข้ามกลับช่วยส่งเสริมและเกื้อหนุนกระบวนการดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ข้อตกลงการค้าเสรีของสิงคโปร์ที่มีการลงนามแล้ว (ปีที่มีการลงนาม)

ASEAN Free Trade Area – AFTA (2535)

New Zealand and Singapore Closer Economic Partnership (2543)

The Japan-Singapore Economic Partenership Agreement – JSEPA (2544)

ASEAN and The People’sRepublic of China – ACFTA (2544)

The EFTA - Singapore Free Trade Agreement – EFSTA (2546)

Singapore-Australia Free Trade Agreement – SAFTA (2546)

India – Singapore Comprehensive Economic Cooperation Agreement – CECA (2548)

US-Singapore Free Trade Agreement – (2546)

ASEAN - Korea Free Trade Agreement – AKFTA (2548)

Singapore-Jordan Free Trade Agreement – SJFTA (2548)

Korea-Singapore Free Trade Agreement – KSFTA (2548)

Panama-Singapore Free Trade Agreement – (2549)

Trans-Pacific Strategic Economic Partnership Agreement – TPSEP (2549)

Singapore- Gulf Cooperation Council (GCC) Free Trade Agreement (2551)

ข้อตกลงการค้าเสรีของสิงคโปร์ที่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจา (ปีที่เริ่มเจรจา)

Mexico-Singapore Free Trade Agreement – MSFTA (2543)

Canada-Singapore Free Trade Agreement (2544)

ASEAN - India Free Trade Agreement – AIFTA (2546)

ASEAN - New Zealand and Australis (2548)

Bahrain-Singapore Free Trade Agreement (2548)

Pakistan-Singapore Free trade Agreement (2548)

ASEAN - Japan Comprehensive Economic Partnership – AJCEP (2548)

Peru-Singapore Free Trade Agreement (2549)

Singapore-China Free Trade Agreement (2549)

ASEAN - EU Free Trade Agreement (2551).


เอกสารข่าว WTO จัดทำโดย

โครงการจับกระแสองค์การการค้าโลก (WTO Watch)

ได้รับทุนอุดหนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter