The West Wing 2008: กรรมของคนแก่

ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดของ NBC News / Wall Street Journal เมื่อเดือนมีนาคม 2551 ชี้ว่า ผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 72% พร้อมที่จะเลือกคนผิวดำเป็นประธานาธิบดี ส่วน 18% ยังไม่พร้อม ในขณะที่ 71% ของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง พร้อมที่จะเลือกผู้หญิงเป็นประธานาธิบดี โดย 20% บอกว่าไม่

ดูเหมือนว่า ‘ผิว’ และ ‘เพศ’ จะไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาดที่สลักสำคัญมากอย่างที่คิดในศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคราวนี้ แต่เมื่อถามถึงเรื่อง ‘อายุ’ ผลสำรวจความคิดเห็นเดียวกัน กลับชี้ว่า ผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 61% พร้อมที่จะเลือกคนอายุเกิน 70 ปี โดย 29% บอกว่า ไม่มีทางเลือกคนแก่เป็นประธานาธิบดีอย่างแน่นอน

ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่า ‘อายุ’ เป็นปัจจัยชี้ขาดสำคัญเหนือ ‘ผิว’ และ ‘เพศ’ เสียอีก นี่ย่อมมิใช่ข่าวดีสำหรับ John McCain วุฒิสมาชิกวัย 71 ปี ตัวแทนพรรค Republican ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกที่แก่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองอเมริกา

ไม่ใช่แค่ความแก่ แต่ McCain มีประวัติด้านสุขภาพที่น่ากังวล เขาเคยเป็นทหารผ่านศึกสงครามเวียดนามในฐานะนักบิน เครื่องบินรบถูกยิงตก ตัวเขาถูกจับเป็นเชลยศึกนานถึง 5 ปีครึ่ง และถูกทรมานต่างๆ นานา จนมีริ้วรอยแห่งสงครามทั้งที่แขน ขา ไหล่ หน้าอก ผมหงอกขาวแม้อายุได้เพียง 30 ปี และน้ำหนักลดไปถึง 23 กิโลกรัม

เมื่อปี 2000 McCain เข้าผ่าตัดรักษาอาการมะเร็งผิวหนัง (Melanoma) เขาต่อสู้กับโรคนี้มาแล้ว 4 ครั้ง ในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา ยังไม่ต้องพูดถึงว่า ด้วยอายุขนาดนี้ ‘ร่างกาย’ ของเขาพร้อมจะแบกรับความเครียดและความกดดันในฐานะผู้นำสูงสุดเพียงใด แม้ว่า ‘จิตใจ’ นักสู้จะพร้อมเต็มร้อยก็ตาม

McCain ยืนยันโดยตลอดว่า ขณะนี้สุขภาพของเขาสมบูรณ์พร้อม ทีมงานหาเสียงมีแผนการที่จะเปิดเผยแฟ้มประวัติรักษาพยาบาลของเขาในเดือนเมษายน เพื่อคลายความกังวลของสาธารณชน และลดแรงกดดันที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้ McCain เปิดเผยข้อมูลสุขภาพทั้งหมด เพื่อให้ผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลข่าวสารที่สมบูรณ์

ด้วยความกังวลเรื่องอายุและสุขภาพของ McCain ตำแหน่งรองประธานาธิบดีในรัฐบาล McCain จึงมีความสำคัญมาก เพราะตามรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา หากประธานาธิบดีถูกถอดถอนจากตำแหน่ง ถึงแก่กรรม ลาออก หรือไร้ความสามารถที่จะปฏิบัติงานในตำแหน่งต่อไปได้ ให้ รองประธานาธิบดีสาบานตัวเข้าดำรงตำแหน่งสืบไปจนครบวาระ ดังนั้น คู่สมัคร (running mate) ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีที่ McCain เลือก จึงถูกคาดหมายว่าจะต้องเป็นคนที่มีคุณสมบัติพร้อมเป็นประธานาธิบดีได้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินไม่คาดฝันขึ้น

กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา McCain เพิ่งออกมาประกาศว่า ตอนนี้มีบัญชีรายชื่อตัวเลือกในตำแหน่งรองประธานาธิบดีอยู่ถึง 20 คน และเขายังไม่ได้ตัดสินใจในเร็ววันว่าจะเลือกใครเป็นคู่หู

การตัดสินใจเลือกรองประธานาธิบดีของ McCain มี 2 แนวทางคือ ทางหนึ่ง ‘เลือกตามใจตัว’ โดยเลือกผู้สมัครที่มีความคิดและอุดมการณ์คล้ายตน เพื่อเป็นทายาททางการเมืองต่อไป และยึดมั่นฐานเสียงกลุ่มผู้ใช้สิทธิ์อิสระเป็นหลักไว้ อีกทางหนึ่ง ‘เลือกตามใจพรรค’ โดยเลือกผู้สมัครที่มีลักษณะอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นกลุ่มฐานเสียงหลักของพรรค เพื่อสร้างความสมานฉันท์ภายในพรรค และมุ่งขยายฐานเสียงไปยังกลุ่มอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญของเขา แต่อาจต้องแลกด้วยการสูญเสียฐานเสียงอิสระไปบ้างหากเลือกคนที่เป็นอนุรักษ์นิยมเกินไป

หากสำรวจบัญชีรายชื่อคู่สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของ McCain ตัวเต็งที่มีคนพูดถึงกันมากที่สุดคือ 2 คู่แข่งเก่าในศึกชิงตำแหน่งตัวแทนพรรค นั่นคือ Mitt Romney และ Mike Huckabee

แม้ Romney จะเป็นอดีตคู่แข่งที่โจมตี McCain รุนแรงที่สุด โดยเฉพาะการวิจารณ์ว่า McCain ไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจเลย แต่หลังจากพ่ายศึก Super Tuesday Romney ก็รีบถอนตัวและประกาศสนับสนุน McCain ทันที ทั้งเพิ่งแบะท่าในการให้สัมภาษณ์สื่อว่าเขาจะรู้สึกเป็นเกียรติมากหากได้รับเลือกจาก McCain ให้เป็นคู่หู

ส่วน Huckabee นั้น แม้จะรอให้พ่ายแพ้อย่างเป็นทางการจึงค่อยถอนตัว แต่เขาไม่เคยโจมตี McCain ระหว่างการหาเสียงเลย จนหลายคนแซวว่าเป็นการหาเสียงชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของ McCain มาตั้งแต่รู้ว่าตนหมดหวังเป็นเบอร์หนึ่ง

หาก McCain เลือกคนใดคนหนึ่ง ก็ถือว่าเป็นการเลือกตามใจพรรค เพราะเป็นผู้สมัครที่กลุ่มอนุรักษ์นิยมยอมรับได้ และมีฐานเสียงที่แตกต่างจาก McCain

นอกเหนือจากทั้งสองคนแล้ว ชื่อที่มีการเอ่ยถึงบ่อยในบทวิเคราะห์การเมือง ได้แก่ Condoleezza Rice รัฐมนตรีต่างประเทศคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นหญิงผิวดำ แม้จะเป็นที่ยอมรับในพรรคมาก แต่ McCain อาจจะไม่เลือกเพราะไม่อยากให้ภาพลักษณ์ผูกติดกับรัฐบาล Bush มากเกินไป นอกจากนั้นยังมี Mark Sanford ผู้ว่าการรัฐเซาท์แคโรไลนา Tim Pawlenty ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา และ Charlie Crist ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา นักการเมืองดาวรุ่งพุ่งแรงของพรรค ซึ่งอยู่เบื้องหลังชัยชนะของ McCain ในการเลือกตั้งขั้นต้นที่ฟลอริดา อันเป็นสปริงบอร์ดสำคัญสู่ตำแหน่งตัวแทนพรรค

แต่หาก McCain เลือก ‘ตามใจตัว’ อย่างเต็มที่ ชื่อแรกที่คนนึกถึงคือ Joseph Lieberman วุฒิสมาชิกมลรัฐคอนเนตทิคัต 4 สมัย วัย 66 ปี อดีตขาใหญ่ของพรรค Democrat เขาเคยร่วมทีมเป็นผู้สมัครรองประธานาธิบดีของ Al Gore ในศึกชิงทำเนียบขาวปี 2000 กับ Bush-Cheney และเคยสมัครเป็นตัวแทนพรรค Democrat ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2004 แต่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เมื่อปี 2006 เขาแพ้การเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อเป็นตัวแทนพรรคชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิก จึงลาออกจากพรรคมาลงสมัครอิสระ และได้รับเลือกตั้งในท้ายที่สุด กลายเป็นวุฒิสมาชิกอิสระที่โหวตให้ Democrat เป็นหลัก (Independent Democrat)

Lieberman เป็นคู่หูเพื่อนซี้ในวุฒิสภาของ McCain เขาประกาศสนับสนุนและช่วย McCain หาเสียงอย่างเต็มที่ตั้งแต่ต้น ในทริปเยือนอิรักและยุโรปเพื่อสร้างภาพประธานาธิบดีของ McCain เมื่อเดือนที่แล้ว Lieberman ก็ร่วมเดินทางไปกับ McCain ด้วย

การเลือกรองประธานาธิบดีเป็นการตัดสินใจสำคัญเรื่องแรกของว่าที่ประธานาธิบดี ซึ่งจะเป็นตัวสะท้อนว่า McCain มีอำนาจมากน้อยเพียงใด เลือกใช้ยุทธศาสตร์หาเสียงใด และใส่ใจฐานเสียงอนุรักษ์นิยมในพรรคมากเพียงใด แต่หากเขาเกิดบ้าเลือดเลือก Lieberman ขึ้นมาจริงๆ –แม้จะแทบไม่มีใครกล้าคิด- การเลือกตั้งประธานาธิบดีคราวนี้คงถือว่าเป็น ‘ฝันร้าย’ ของ Republican สายอนุรักษ์นิยมอย่างสมบูรณ์


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 7 เมษายน 2551