แนะนำหนังสือ
Trade Policy Review of Thailand: The Thai Government Reports, 1995-2007
รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ บรรณาธิการ
เอกสารข้อมูลหมายเลข 17
โครงการ WTO Watch (จับกระแสองค์การการค้าโลก)
กุมภาพันธ์ 2551
Trade Policy Review of Thailand: The WTO Secretariat Reports, Volume One: 1995 – 1999
รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ บรรณาธิการ
เอกสารข้อมูลหมายเลข 18
โครงการ WTO Watch (จับกระแสองค์การการค้าโลก)
มีนาคม 2551
564 หน้า
Trade Policy Review of Thailand: The WTO Secretariat Reports, Volume Two: 2003 – 2007
รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ บรรณาธิการ
เอกสารข้อมูลหมายเลข 19
โครงการ WTO Watch (จับกระแสองค์การการค้าโลก)
เมษายน 2551
494 หน้า
Trade Policy Review of Thailand เป็นเอกสารที่เผยแพร่โดยองค์การการค้าโลก เอกสารชุดนี้เป็นผลผลิตของกระบวนการประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศของไทย ซึ่งดำเนินการโดยองค์การการค้าโลก กระบวนการดังกล่าวนี้ก่อให้เกิดเอกสาร 2 ชุด ชุดหนึ่งเป็นรายงานของรัฐบาลไทย อีกชุดหนึ่งเป็นรายงานที่จัดทำโดยสำนักเลขาธิการองค์การการค้าโลก โครงการ WTO Watch (จับกระแสองค์การการค้าโลก) นำเอกสารเหล่านี้มาจัดพิมพ์เผยแพร่เป็น 2 ชุด 3 รายการ คือ
เอกสารชุดที่หนึ่ง Trade Policy Review of Thailand: The Thai Government Reports, 1995-2007 (เอกสารข้อมูลหมายเลข 17)
เอกสารชุดที่สอง Trade Policy Review of Thailand: The WTO Secretariat Reports, ซึ่งแยกพิมพ์เป็น 2 เล่ม
Volume One: 1995 – 1999 (เอกสารข้อมูลหมายเลข 18)
Volume Two: 2003 – 2007 (เอกสารข้อมูลหมายเลข 19)
การประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศ (Trade Policy Review) เป็นกลไกที่ภาคีสมาชิก GATT มีฉันทมติให้สร้างขึ้นเมื่อการประชุมการค้าพหุภาคีรอบอุรุกวัย (2529-2537) ดำเนินไปได้ครึ่งทาง ทั้งนี้เป็นผลจากมติที่ประชุม ณ นครมอนทรีอัล (Montreal) ประเทศคานาดาในเดือนธันวาคม 2531 โดยที่ต่อมาปรากฏใน Article III ของ Marrakesh Agreement Establishing the World Trade Organization ในเดือนเมษายน 2537 ยังผลให้การประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศเป็นกลไกหลักขององค์การการค้าโลกที่จัดตั้งขึ้นเมื่อ 1 มกราคม 2538 เป็นต้นมา
เหตุใดจึงต้องมีการประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศของภาคีสมาชิกองค์การการค้าโลก Annex 3 ของ Marakesh Agreement กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศของภาคีสมาชิกองค์การการค้าโลก 2 ประการ กล่าวคือ
ประการแรกเพื่อดูแลให้ภาคีสมาชิกปฏิบัติตามกฎกติกาและพันธะผูกพันที่มีต่อองค์การการค้าโลก ทั้งนี้เพื่อให้ระบบการค้าพหุภาคีดำเนินอย่างราบรื่น มีความโปร่งใสมากขึ้น และเอื้ออำนวยให้ภาคีสมาชิกรับรู้และเข้าใจนโยบายการค้าระหว่างประเทศของภาคีสมาชิกด้วยกัน โดยที่มิได้ใช้เป็นกลไกในการบังคับให้ภาคีสมาชิกปฏิบัติตามข้อตกลง หรือใช้ในกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท รวมทั้งมิได้ใช้ในการบังคับให้ภาคีสมาชิกยอมรับพันธะผูกพันใหม่ในด้านนโยบาย
ประการที่สอง เพื่อประเมินว่า นโยบายและจารีตปฏิบัติด้านการค้าระหว่างประเทศของภาคีสมาชิกหนึ่งๆ มีผลกระทบต่อระบบการค้าพหุภาคีอย่างไรบ้าง
หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศของภาคีสมาชิก คือ Trade Policy Review Body (TPRB) ทั้งนี้โดยใช้คณะมนตรีทั่วไปขององค์การการค้าโลก (WTO General Council) ทำหน้าที่ TPRB ประกอบด้วยภาคีสมาชิกองค์การการค้าโลกทุกประเทศ ทั้งนี้เพื่อให้กระบวนการประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศมีความโปร่งใสและเป็นธรรม รวมทั้งการมีส่วนร่วมของภาคีทุกประเทศ
ความถี่ในการประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศมีข้อกำหนดใน Annex 3 ของ Marakesh Agreement โดยยึดความสำคัญของการค้าระหว่างประเทศเป็นเกณฑ์ กล่าวคือ
(1) ภาคีสมาชิกที่มีการค้าระหว่างประเทศมากที่สุดในโลก 4 อันดับแรก (ปัจจุบัน ได้แก่ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐประชาชนจีน) จะมีการประเมินทุก 2 ปี
(2) ภาคีสมาชิกที่มีการค้าระหว่างประเทศมากเป็นอันดับถัดไป 16 ประเทศ จะมีการประเมินทุก 4 ปี
(3) ภาคีสมาชิกนอกเหนือจาก (1) และ (2) จะมีการประเมินทุก 6 ปี
(4) ภาคีสมาชิกที่ด้อยพัฒนามากที่สุด (The Least Developed Countries) อาจกำหนดระยะเวลาการประเมินยาวนานกว่าปกติได้
การประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศของภาคีสมาชิกองค์การการค้าโลก เน้นประเด็นนโยบายและจารีตปฏิบัติ โดยพิจารณาครอบคลุมถึงสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ และความจำเป็นในการพัฒนา ข้อมูลที่ใช้ในการประเมินมาจาก 2 แหล่ง แหล่งที่หนึ่งมาจากรัฐบาลภาคีสมาชิกที่ถูกประเมิน ซึ่งต้องนำเสนอรายงานว่าด้วยนโยบายการค้าระหว่างประเทศของประเทศของตน อีกแหล่งหนึ่งมาจากสำนักเลขาธิการองค์การการค้าโลก ซึ่งต้องนำเสนอข้อมูลและรายงานนโยบายการค้าระหว่างประเทศของภาคีสมาชิกดังกล่าว องค์กรประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศ (TPRB) จะประชุมเพื่อพิจารณาข้อมูลจากแหล่งทั้งสอง ในการนี้ TPRB กำหนดตัวผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คนล่วงหน้าเป็นผู้นำการอภิปราย โดยที่ภาคีสมาชิกองค์การการค้าโลกทุกประเทศมีสิทธิเข้าร่วมประชุม ภายหลังการถกอภิปราย TPRB แล้วสำนักเลขาธิการองค์การการค้าโลกเป็นฝ่ายนำข้อมูลและผลการถกอภิปรายเขียนเป็นรายงาน โดยเป็นผู้รับผิดชอบข้อมูลและความเห็นที่ปรากฏในรายงานแต่เพียงผู้เดียว หลังจากนั้นจึงมีการเผยแพร่รายงานการประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศฉบับที่เขียนโดยสำนักเลขาธิการองค์การการค้าโลก และฉบับที่นำเสนอโดยรัฐบาลภาคีสมาชิกที่ถูกประเมิน รวมทั้งรายงานการประชุม TPRB และข้อสรุปของประธาน TPRB ด้วย
เอกสารนี้เป็นประโยชน์ในการศึกษานโยบายการค้าระหว่างประเทศของไทย และพัฒนาการของนโยบายดังกล่าว เอกสารนี้ควรจะใช้ควบคู่กับรายงานที่จัดทำโดยสำนักเลขาธิการองค์การการค้าโลกด้วย
- รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ -
หมายเหตุ เอกสารข้อมูลชุดนี้เป็นผลงานของโครงการ WTO Watch (จับกระแสองค์การการค้าโลก)
หาอ่านเอกสารนี้ได้จาก
http://www.thailandwto.org/Doc/Pub/PubData/Datapaper_17.pdf
http://www.thailandwto.org/Doc/Pub/PubData/Data_Paper_18.pdf



