Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon


รูของผู้ชาย

ผมเคยคิดลอบสังหารประธานาธิบดี

นั่นเป็นหนึ่งในความคิดที่โง่ที่สุดในชีวิต สมัยนั้น (เมื่อประมาณเกือบยี่สิบปีที่แล้ว) ผมนั่งคุยเล่นกับเพื่อนว่าพวกเราจะต้องเติบโตขึ้นเป็นคนที่โลกจดจำ เราคุยกันไปมาแล้วสรุปกันว่า ถ้าเอาดีมันยากนัก หรือพยายามเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ เราจะหันไปเอาดีทางชั่วกันแทน จึงคิดกันต่อว่าวิธีทำชั่วแบบไหนที่จะถูกจดจำไปถึงรุ่นเหลน ข้อสรุปก็คือบรรทัดแรก

โชคดีที่กระแสลมแห่งกาลเวลาหอบเอาความคิดชั่วๆ โง่ๆ นั้นลอยหายไป ทุกวันนี้ ผมเริ่มเข้าใจว่าการใช้ชีวิตสั้นๆ อย่างมีคุณค่ากับตัวเองและไม่ทำร้ายโลกใบนี้นั้นน่าพิสมัยและมีความสุขกว่าการพยายามสอดตัวเข้าไปอยู่ในหน้าบันทึกประวัติศาสตร์ และความคิดประเภทอยากทำเลวให้คนจดจำนั้นก็ควรจะหยุดไว้ในวัยที่ขนจั๊กกะแร้เพิ่งงอก!


วันนี้ผมเพิ่งจะมีโอกาสหลงเข้าไปดูคลิปหนังโฆษณาไทยในยูทูป (YouTube) จากการคลิกลิงค์เข้าไปเพื่อดูหนังโฆษณาดีๆ หนึ่งชิ้น นั่นคือโฆษณาชุมชนพอเพียง แต่พอได้หลงเข้าไปในป่าดงคลิป ก็ได้พบว่าเดี๋ยวนี้โฆษณาไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อสื่อกระแสหลักอย่างโทรทัศน์ วิทยุ อีกต่อไป เพราะมีโฆษณาบางชิ้นถูก “ออกแบบ” มาเพื่อปล่อยในเว็บไซด์โดยเฉพาะ ซึ่งหากมันถูกปล่อยออกไปแล้วเกิดฮิตขึ้นมา มีการบอกต่อกันปากต่อปาก มีการส่งต่อให้กันและกันดู มีการนำไปแปะไว้ในไฮไฟฟ์หรือในบล็อก มีการแพร่ขยายเหมือนไวรัสออนไลน์ นั่นคงเป็นการเลือกใช้สื่อที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เพราะเงินในการลงทุนซื้อสื่อเท่ากับศูนย์

หน้าต่างหนึ่งที่น่าสนใจในเว็บไซต์ยูทูป คือหน้าต่าง Related Videos ซึ่งจะมีลิงก์ที่คลับคล้ายคลับคลาหรือมีอะไรสักอย่างที่เกี่ยวข้องกับคลิปวิดีโอที่เรากำลังรับชมอยู่มาเรียงรายไว้ให้เลือกคลิกเข้าไปดูต่อ ความเกี่ยวเนื่องของแต่ละคลิปนั้นก็ช่างน่าสนใจ และสุดท้ายมันอาจนำเราไปสู่จุดจบที่ไม่เหมือนกับคลิปแรกที่เข้ามาดูราวฟ้ากับเหว

คุณอาจเริ่มคลิกเข้าไปรับชมคลิปปาฐกถาธรรมะแต่ไปจบลงที่คลิปโป๊ของสาวชาวปาปัวนิวกีนี!

ไม่ได้ล้อเล่น มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

ผมเริ่มต้นที่การรับชมโฆษณา และ Related Videos ก็พาผมไปสู่โฆษณาชิ้นอื่นๆ เริ่มมีโฆษณาที่มีภาพของนางแบบที่ยั่วยวน ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มมีคลิปหลุด คลิปโชว์ คลิปฉาวโชยกลิ่นคาวมาหอมๆ เอ้ย! หึ่งๆ ฮอร์โมนแห่งความเป็นชายสั่งให้นิ้วของผมคลิกต่อไปเรื่อยๆ ราวกับเด็กประถมที่ไปค้นเจอคลังหนังสือโป๊ใต้เตียงพี่ชาย ตื่นเต้น หฤหรรษ์ น่าค้นหา

เมื่อดูไปดูมา ผมก็เริ่มพบว่าตัวเองมี “รู”

ไม่ใช่รูเล็กๆ แต่เป็นรูที่อุดเท่าไหร่ก็ไม่เคยเต็ม เป็นรูที่ถูกผู้ผลิตสินค้าทั้งหลายแหย่ยั่วให้โย้เย้อยากยลอย่างไม่หยุดหย่อน ยิ่งแหย่ก็ยิ่งอยาก ยิ่งยั่วก็ยิ่งยุกยิก

มันเป็นรูของผู้ชาย

รูแห่งความอ่อนแอ รูแห่งตัณหาที่มันโหว่ลึกอยู่ในจิตใต้สำนึก ยากที่จะควบคุมเพราะมันมักจะส่งผลกระทบโดยที่ผู้ชายทั้งหลายไม่รู้ตัว หรือต่อให้รู้ตัวก็สวดภาวนา “ยุบหนอ ยุบหนอ” ไม่ค่อยจะทัน เพราะมันจะ “พองหนอ พองหนอ” เอาท่าเดียว

รูที่ว่าคือรูแห่งเซ็กซ์

ข้อมูลบางสำนักบอกว่า ในหัวสมองของผู้ชายนั้นมีเรื่องเซ็กซ์ไหลวนอยู่แทบจะตลอดเวลา นั่นหมายความว่า ลึกๆ แล้วผู้ชายมีความต้องการในเรื่องนี้แทบจะตลอดเวลาเช่นกัน เพียงแค่ถูกควบคุมเอาไว้ด้วยกฏระเบียบ จารีตประเพณี และศีลธรรม แต่ละท่านจึงกดและเก็บมันไว้ข้างใน นั่นทำให้รูที่ใหญ่อยู่แล้วยิ่งใหญ่มากขึ้นไปอีก

เมื่อความต้องการ (Demand) นั้นมีมาก แต่สิ่งที่จะตอบรับความต้องการ (Supply) นั้นมีน้อย เป็นของหายาก เพราะถูกควบคุมเอาไว้ (คิดง่ายๆ แค่จะซื้อหนังสือโป๊สักเล่ม ก็ต้องแกล้งไปเดินทำหน้าเบลอๆ ที่จตุจักรแล้วรอให้มีคนเดินเข้ามาถามว่า “โป๊ไหมพี่” ราวกับเป็นความผิดเหมือนซื้อยาบ้า ทั้งที่มันเป็นเรื่องธรรมชาติแท้ๆ) นั่นทำให้ Supply ยิ่งเพิ่มมูลค่าเข้าไปอีก

“เซ็กซ์” จึงเป็นของมีมูลค่า มีพลัง และมีแรงดึงดูดสูงอย่างยิ่ง

เป็นอุปกรณ์อุดรูของผู้ชายที่ใช้เมื่อไหร่ก็ได้ผล

ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา พ่อค้าใช้เซ็กซ์ในการขายของกับผู้ชายมาโดยตลอด โปสเตอร์เก่าๆ ราขึ้น ไม่ว่าจะขายน้ำมันมวย เสื้อผ้า แว่นตา สุรา หรือรถยนต์ เราก็จะเห็นผู้หญิงมาอวดเรือนร่างส่วนเว้าส่วนคอดก่ายกอดอยู่บนโปสเตอร์เสมอ

จนถึงทุกวันนี้ สินค้าที่ห่างไกลสาวสวยอย่างก๊อกน้ำ สีทาบ้าน หรือกระทั่งน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ ก็ยังนิยมใช้หญิงสาวนุ่งลมห่มฟ้า เอ้ย! นุ่งน้อยห่มน้อย มายืนถือก๊อกน้ำ หิ้วสีทาบ้าน และชูน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ไว้กลางเนินนมเสมอ เพราะนั่นคือภาษาภาพที่ง่ายที่สุดที่จะคุยกับผู้ชาย

เราจึงได้เห็น “น้องหนิม” มาคืบคลานไปมา เพื่อที่จะบอกคุณสมบัติของก๊อกน้ำบางยี่ห้อว่าไม่เป็นสนิม แต่เมื่อบรรดาผู้ชายทั้งหลายได้ดูหนังโฆษณาชิ้นนี้จบลงต่อให้ก๊อกยี่ห้อนี้ขึ้นสนิมก็ยังอยากใช้ มันเป็นความต้องการที่เหนือไปจากประโยชน์ใช้สอย เป็นความต้องการจากภายในที่ไหลออกมาจากรูโหว่รูนั้น

ทุกปีเราจึงโชคดีได้มีปฏิทินอวบอั๋นเต่งตึงนวลแน่นหนั่นเนื้อเนียนน่าหนุนนอนแนบมาคู่กับสุราไทย หรือเบียร์บางยี่ห้อที่ชอบจับนางแบบมาทำหน้าดุอย่างกับสิงโต แต่ก็เป็นสิงโตสาวที่ผู้ชายทั้งหลายต่างออกตามล่าเนื้อหนังเธอมาประดับผนังบ้าน และปฏิทินเหล่านี้ก็ขาดตลาดอย่างรวดเร็วทุกปีไป เดี๋ยวนี้ดีหน่อย ผม เอ้ย! ผู้ชายหลายคนอาศัยโหลดเอาจากอินเตอร์เน็ต ขณะรอโหลดก็กระดกเบียร์สิงโตไปด้วย เฮือก เฮือก

หากจะมานั่งยกตัวอย่างกันคงยกได้อีกเป็นเล่ม ลองหันมองผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผู้ชายทั้งหลายดูเถิด จะเจอผู้หญิงเอ็กซ์ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติหรือการใช้งานของผลิตภัณฑ์นั้นๆ เลยแม้แต่น้อยมาปรากฏกายอยู่ใกล้ๆ ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอยู่บ่อยๆ เหมือนเป็นมุกสิ้นคิดของนักสร้างสรรค์งานโฆษณา แต่จะว่าไปแล้วมันเป็นมุกคลาสสิกที่ไม่เคยพลาดเป้าต่างหากล่ะ

คลิปวิดีโอในยูทูปยังเปิดโลกในกะลาของผมออกไปอีก เมื่อมันลิงก์ไปสู่สาวๆ นักเต้นที่ชอบเรียกกันว่า “น้องๆ Coyote” ตามงานต่างๆ แต่ผมก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นคลิปวิดีโอจำนวนมากของสาวๆ ที่ไปเต้นกันในระยะประชิดตัวชายหนุ่มและแก่ทั้งหลายให้ยืนตาค้างน้ำลายย้อยในงานมอเตอร์โชว์ ที่นับวันยิ่งจะโชว์รถน้อยลงและโชว์เรือนร่างของสาวงามมากขึ้น กระทั่งถึงวันหนึ่งผมคิดว่ามันอาจจะพัฒนาไปขนาดที่ว่าบรรดาหนุ่มๆ มาเดินดูพริตตี้หรือสาวนักเต้นแล้วก็ลงทะเบียนจองรถกันจากการดูสาวๆ

รุ่นนี้เครื่องแรง บอดี้สวย ปลอดภัย โฉบเฉี่ยว จองเลยดีกว่า!

ในมุมของผู้ชาย คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหากกำลังเดินอยู่ในงานแล้วหันไปเห็นสาวเอวคอดกำลังโยกย้ายส่ายสะโพกไปมาคงห้ามตาตัวเองให้ไปเหล่ไปหาไม่ได้ แต่เมื่อถอยออกมามองสักหน่อย เมื่อมองจากระยะไกล เห็นผู้ชายทั้งหลายยืนตาเยิ้ม บ้างยกกล้องขึ้นถ่ายรูปกลับไปชื่นชมต่อที่บ้าน บ้างเอาไปแปะอวดเพื่อนในบล็อกหรือใจดีนำไปเผื่อแผ่ประชาชีตามเว็บบอร์ด จากระยะนั้นจะมองเห็นรูโหว่รูใหญ่ของผู้ชายที่ยืนมุงน้องสาวที่กำลังเด้งดึ๋งดั๋งราวกับลูกชิ้นหมูนางฮั้งเพ้ง

ขณะเดียวกัน ก็มองเห็นรูของน้องสาวด้วยเช่นกัน เป็นรูที่ถูกอุดด้วยค่าจ้างแลกกับการโชว์เรือนร่างเพื่อช่วยเขาขายสินค้า ซึ่งจะว่าไปมันเป็นการอวดเรือนร่างที่ไม่มีเนื้อหาแต่อย่างใด ไม่มีอะไรเกี่ยวกับรถยนต์ เครื่องยนต์ เครื่องเสียง เช่นกันกับที่ไม่มีอะไรเกี่ยวกับก๊อกน้ำ!

และการกระทำที่ไม่มีเนื้อหานั้นไม่ต่างอะไรกับความว่างเปล่า

ทุกครั้งที่ยืนดูการแสดงแบบนี้ในระยะไกล ผมกลับรู้สึกว่ามันขำมากกว่าเอ็กซ์ ทำไมคนเราต้องมาเต้นเพื่อขายรถด้วยเล่า มันขำเท่าๆ กับการเอานางแบบหุ่นดีมายืนชูกระป๋องสีนั่นแหละ

ถ้าผมจะซื้อรถสักคัน และหากการตัดสินใจของผมเผอเรอขนาดลืมเหตุผลสำคัญเรื่องประโยชน์ใช้สอยและความดีงามของเทคโนโลยีด้านยนตรกรรม หากผมจะตัดสินใจด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล ผมคงเลือกแบรนด์ที่มีหัวคิด มีภาพลักษณ์ของคนที่ไม่ทำอะไรชวนขำอย่างการนำผู้หญิงมาเต้นโชว์ และหากมีสักแบรนด์ที่มองมุมกลับ ไม่ใช้ผู้หญิงเลยสักคนแต่นำเนื้อหาดีๆ มานำเสนออย่างน่าสนใจ ร่วมสมัย ผมคิดว่ารถยนต์แบรนด์นั้นน่าจะโดดเด่นและแตกต่างพอสมควร

ที่สำคัญ สำหรับผมแล้ว การเลือกรถยนต์นั้นเหมือนการเลือกคู่ชีวิต เราจะต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน และจะมีใครเลือกรถยนต์สักคันด้วยความรู้สึกวูบวาบแบบ One night stand ด้วยหรือ

หลงใหล กับ หลงรัก น่าจะต่างกันอยู่มาก และความหลงใหลนั้นหมดอายุเร็ว เพราะยังไม่ได้รู้จักกันลึกซึ้ง ไม่รู้นิสัยใจคอและตัวตนจริงๆ ก็แค่เคลิ้มไปเดี๋ยวก็สร่าง การเต้นของหญิงสาวในงานมอเตอร์โชว์จึงทำได้แค่เรียกลูกค้าให้เดินเข้ามาในบูธ ซึ่งจะว่าไปหน้าที่ของเธอก็อาจจะมีแค่นั้น เพราะต่อไปก็เป็นเรื่องของพนักงานสาวหน้าตาดีแต่งตัวมิดชิดที่จะมาต้อนรับและให้รายละเอียดต่างๆ แก่ลูกค้าแล้วล่ะ

หากแยกหน้าที่ที่ว่ามาเป็นสองส่วน ส่วนแรกเหมือนจะเป็นเรื่องของอารมณ์ และส่วนหลังเป็นเรื่องของเหตุผล ส่วนแรกมีหน้าที่ง่ายๆ คือหลอกล่อให้คนมาติดกับ เพื่อส่งต่อให้ส่วนหลังกล่อมต่อด้วยข้อดีต่างๆ ที่สินค้าจะมอบให้กับผู้ใช้ ส่วนแรกจึงคล้ายกับงานโฆษณา ส่วนหลังเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์ บางครั้งงานโฆษณาก็แค่ทำหน้าที่เหมือนสะพาน เชื่อมลูกค้าไปสู่ผลิตภัณฑ์สำเร็จก็เป็นอันหมดหน้าที่ หากยืมสำนวนแมวดำแมวขาวของเติ้งเสี่ยวผิงมาใช้ ก็ต้องบอกว่า “จะสะพานไม้ สะพานเหล็ก หรือสะพานเรือนร่างของหญิงสาว ขอให้มันพาลูกค้าข้ามฝั่งมาหาสินค้าได้ก็เป็นอันใช้ได้แล้ว”

ซึ่งนั่นเป็นส่วนเปราะบางและต้องอาศัยสำนึกต่อสังคมอย่างมากสำหรับนักคิดโฆษณา เพราะหากไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เราจะได้โฆษณาดิบๆ ห่ามๆ มากมายออกมา ซึ่งบางครั้งมันก็แค่อยากทำให้คนจดจำ ยั่วให้คนอยากใช้ผลิตภัณฑ์ โดยไม่สนใจอะไรอื่นทั้งสิ้น

ป่าดงคลิปของยูทูปพาผมไปพบกับโฆษณาชิ้นหนึ่งที่เขียนชื่อเอาไว้ว่า “โฆษณา (ชื่อสินค้า) ที่โดนแบน” คำว่า “โดนแบน” นั้นยั่วยวนให้คลิกเข้าไปรับชม อะไรที่เป็นความผิดนั้นชวนให้ค้นหา

ทำไมมันจึง “โดนแบน”

เมื่อคลิกเข้าไปรับชมแล้วผมก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันจึงโดนแบน และผมคิดว่าหากมันไม่โดนแบน ทีมครีเอทีฟคงจะประหลาดใจมากกว่าที่มันจะโดน เพราะมันเหมือนกับพวกเขาได้คิดเอาไว้ให้โดนแบนอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะดีเสียอีกที่โดนแบน จะได้เป็นข่าวดังและดึงคนเข้ามารับชมหนังโฆษณาเรื่องนี้ในอินเตอร์เน็ตแทน ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็เท่ากับว่าประหยัดเงินค่าสื่อไปหลายล้านบาท

หนังโฆษณาเรื่องนี้มีเนื้อหาที่จงใจเล่นกับรูของผู้ชาย จะว่าไปมันคงเป็นแฟนตาซีของผู้ชายหลายคน อาจจะรวมทั้งผม และน่าจะรวมทั้งครีเอทีฟผู้คิดมันขึ้นมา ทั้งแคมเปญมีด้วยกันทั้งหมดสี่เรื่องเป็นตอนๆ ต่อกันคล้ายกับหนังโฟมล้างหน้ายี่ห้อหนึ่ง เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งรับภาระจากคุณแม่ให้มาดูแลอพาร์ตเม้นท์ แรกเริ่มก็ดูจะไม่เต็มใจสักเท่าไหร่ แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ผู้ชายทุกคนต้องอิจฉาไอ้หนุ่มคนนี้

เริ่มเรื่องขึ้นมา ชายหนุ่มบ่นกับแม่ของเขาว่า “แค่วันแรกก็ยุ่งจะแย่แล้ว แต่ละคนวุ่นวายสุดๆ” แม่ทำหน้าสงสัยและบอกว่า “หม่าม้าก็เห็นทุกคนเรียบร้อยดีนะ” ภาพตัดไปที่เหตุการณ์แรก สาวสวยผู้เช่าห้องคนหนึ่งโทรมาเรียกเขาให้ขึ้นไปเปลี่ยนหลอดไฟ แล้วก็มีบทสนทนาสยิวกิ้วว่า “ให้ช่วยไหมคะ” หลังจากนั้นเธอก็ถลกเสื้อของเขาขึ้น พร้อมกับลูบไล้ และสูดดมฟืดฟาดไปตามเรือนร่างของชายหนุ่ม ตัดกลับมาที่หนุ่มน้อยและหม่าม้าที่กำลังเอ่ยปากถาม “ไม่เรียบร้อยจริงๆ เหรอลูก” หนุ่มน้อยแสยะยิ้ม ตอบแม่ไปว่า “เรียบร้อยสิม้า” พร้อมกับทำหน้าเคลิบเคลิ้มเหมือนได้พิชิตอะไรสักอย่าง

เรื่องที่สอง ชายหนุ่มเล่าให้หม่าม้าของเขาฟังว่า มีผู้เช่าห้องหนึ่งเป็นโรคหายใจแรง ภาพฉายให้เห็นว่าหญิงสาวสองคนในห้องนั้นหายใจแรงและหอบราวกับกำลังมีเซ็กซ์กับเขา กับอีกเหตุการณ์หนึ่ง เขาติดอยู่ในลิฟต์กับผู้หญิงสี่คนที่พากันลูบไล้เรือนร่างและสูดดมร่างกายของเขาราวกับผีดิบสาวในปราสาทของท่านเค้าท์แดร็กคูล่า

เรื่องที่สาม ชายหนุ่มบอกว่าเขาอ่านหนังสือสอบไม่รู้เรื่อง ภาพฉายให้เห็นว่าเพราะเขาโดนสาวๆ ลูบไล้ร่างกายและสูดดมจนเกร็ง ขยำตำราฉีกขาดกระจุย ส่วนสาวๆ ก็หอบและส่งเสียงครางราวกับได้เห็นสวรรค์ อีกเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นขณะที่เขาขึ้นไปซ่อมก๊อกน้ำให้สาวสวยแล้วทั้งคู่ก็เปียกปอนด้วยกันในอ่างอาบน้ำ

ผมไม่คิดว่าจำเป็นจะต้องเล่าเรื่องทั้งหมดจนครบ เพราะแค่นี้ผมก็ได้ช่วยประชาสัมพันธ์และกลายร่างเป็นสื่อฟรีๆ ที่เขาไม่ต้องเสียเงินซื้อไปอีกหนึ่งสื่อแล้ว (เดาว่าจะมีผู้อ่านผู้ชายหลายคนไปเสิร์ชหาคำว่า “โฆษณาโดนแบน” ในยูทูป ผมรู้ทันคุณหรอกน่า)

แน่นอนว่า เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นสเปรย์ดับกลิ่นกายสำหรับผู้ชายยี่ห้อหนึ่ง โฆษกในโฆษณายังบอกอีกว่า หากอยากสัมผัสประสบการณ์อย่างหนุ่มน้อยคนนี้ให้ตามเข้าไปที่เว็บไซต์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ

ไม่มีพลาด ผมก็เป็นคนหนึ่งที่กลั้นความสงสัยไม่ได้และคลิกตามเข้าไป

ผลลัพธ์จากการรับชมโฆษณาชุดนี้ กระทั่งถูกยั่วยวนให้ตามเข้าไปถึงเว็บไซต์ของผลิตภัณฑ์ นั่นเท่ากับว่า “สะพาน” ที่สร้างขึ้นจากเรือนร่างของหญิงสาวและกามารมณ์นั้นได้ทำหน้าที่ของมันสำเร็จเสร็จสมลงตามความตั้งใจของครีเอทีฟคนเก่งผู้คิดงานโฆษณาชุดนี้ขึ้นมา และผมเชื่อว่า ต้องมีผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่เดินดุ่มข้ามสะพานไปถึงจุดหมายตามแผนการที่วางเอาไว้ของพวกเขา

พวกเขาทำสำเร็จ แต่พวกเราแพ้หมดรูป

ผมพบว่า ผมอ่อนแอเหลือเกิน อ่อนแอต่อความต้องการส่วนลึกและรูของผู้ชายที่อยู่ในสมองของตัวเอง ผมกลายเป็นผู้ถูกกระทำที่สิ้นไร้เรี่ยวแรงต้านทาน ทั้งที่คลิปวิดีโอนั้นไม่ได้มีมือมีเท้า แต่มันก็มีพลังมากพอที่จะยับยั้งการเลื่อนมือไปปิดหน้าต่างลง เลิกดู กระทั่งกดปุ่ม pause หรือคลิกไปยังคลิปอื่น ผมนั่งดูมันจนจบ เหมือนถูกมนต์สะกดยังไงยังงั้น

กระทั่งรู้เท่าทัน กระทั่งรู้ทั้งรู้ ดูไปก็มองเห็นรูของตัวเองตลอดเวลา แต่ผมก็ยับยั้งตัวเองไม่ได้ ขนาดที่ไหลไปจนถึงเว็บไซต์ เมื่อผมรู้ตัวอีกครั้ง ผมพบว่าพลังของโฆษณานั้นทรงพลังและน่ากลัวเอามากๆ หากมันเล่นถูกจุด ทิ่มมาตรงรูที่เป็นช่องโหว่ของผู้บริโภค ก็เป็นอันเสร็จกัน

ในมุมของผู้บริโภค หากไม่อยากตกเป็นทาสของโฆษณา ผมคิดว่าพวกเราคงต้องเกาะกุมรูของพวกเราเอาไว้ให้ดี ยิ่งเป็นรูที่อยู่ไกลอย่างในจิตใต้สำนึกก็ยิ่งต้องออกแรงเยอะในการควบคุม มิเช่นนั้นเราคงหลงเคลิ้มไปกับมนต์สะกดที่ไหลมายั่วยวนรูโหว่ของเราจนทำให้ต้องบริโภคสินค้าเหล่านั้นอย่างหัวปักหัวปำ

แต่เมื่อมองกลับไปในมุมของคนคิดงานโฆษณา ผมก็พบว่า บางทีพวกเขาเองก็มีรูไม่ต่างจากผู้บริโภค นั่นคือรูที่ต้องการจะสร้างสะพานไปสู่การซื้อ โดยไม่สนใจว่าเนื้อหานั้นเป็นสีดำหรือสีขาว

สำหรับผมแล้ว สีของแมวเป็นเรื่องสำคัญ หากต้องใช้แมวดำจับหนู ผมยอมปล่อยให้หนูหลุดลอยไปยังดีเสียกว่า

“รูแห่งการอยากถูกจดจำ” นั้นเป็นรูขนาดใหญ่ของบรรดาครีเอทีฟทั้งหลาย ไม่ว่าจะอยากสร้างงานให้เป็นที่จดจำ หรือกระทั่งอยากจารึกชื่อของตนลงในหนังสือประกาศผลรางวัลทั้งหลายให้โลกได้จดจำว่ากาลครั้งหนึ่งข้าเคยหายใจอยู่บนโลกใบนี้ ผมก็เป็นครีเอทีฟปุถุชนคนหนึ่ง ผมก็มีรูที่ว่านั้นไม่ต่างจากเพื่อนร่วมอาชีพ ผมเพียงอยากหารือกับเพื่อนๆ ว่า

การที่เราจะถูกจดจำด้วยการสังหารประธานาธิบดีนั้น มันน่าภูมิใจแล้วหรือ?



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter