‘เสียง’ จากมิชิแกนและฟลอริดา
แม้ว่ามลรัฐมิชิแกนและมลรัฐฟลอริดาจัดการเลือกตั้งขั้นต้นไปแล้วเมื่อวันที่ 15 มกราคม และ 29 มกราคมตามลำดับ แต่สนามเลือกตั้งทั้งสองแห่งถูกพรรค Democrat ประกาศลงโทษแบนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งขั้นต้นจะเริ่มขึ้น เนื่องจาก ทั้งสองมลรัฐตัดสินใจขัดมติพรรค โดยเลื่อนวันเลือกตั้งขั้นต้นให้เร็วขึ้น มาอยู่ในช่วงก่อน Super Tuesday (5 กุมภาพันธ์) แม้ว่าพรรคจะไม่เห็นชอบก็ตาม
ผลจากการถูกแบน ทำให้ Delegates จากสองมลรัฐนี้ไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกตัวแทนพรรคเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในที่ประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรคในเดือนกันยายน 2551 ทั้งที่ทั้งสองมลรัฐมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อศึกเลือกตั้งประธานาธิบดี มีขนาดใหญ่ และมีจำนวน Delegates มาก โดยมิชิแกนมีจำนวน Delegates ทั้งหมด 156 เสียง (128 เสียงมาจากการเลือกตั้งขั้นต้น อีก 28 เสียง เป็น Superdelegates) ส่วนฟลอริดามีจำนวน Delegates ทั้งหมดสูงถึง 210 เสียง (185 เสียงมาจากการเลือกตั้งขั้นต้น อีก 25 เสียง เป็น Superdelegates)
นอกจากนั้น พรรค Democrat ยังตกลงกับเหล่าผู้สมัครไม่ให้ไปรณรงค์หาเสียงในมลรัฐทั้งสอง มิหนำซ้ำ ในมลรัฐมิชิแกน มีเพียง Hillary Clinton เท่านั้นที่มีชื่ออยู่ในบัตรเลือกตั้ง โดยไม่มีชื่อของ Barack Obama และ John Edwards (ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้ถอนตัว) อยู่ในบัตรเลือกตั้งแต่อย่างใด จะมีก็แต่ช่อง ‘ไม่เลือกใคร’
ชัยชนะในการเลือกตั้งที่ไร้ความหมายและไม่เต็มรูปแบบตกเป็นของ Clinton ทั้งสองแห่ง ในมิชิแกน เธอได้คะแนนเสียง 55% โดยมีเสียง ‘ไม่เลือกใคร’ (ซึ่งส่วนใหญ่คือเสียงผู้สนับสนุน Obama รวมกับ Edwards) 40% ส่วนที่ฟลอริดา Clinton ชนะ Obama ด้วยคะแนนเสียง 50% ต่อ 33%
เมื่อ Clinton กลายเป็นฝ่ายตามหลัง และมีทีท่าว่า เธอจะไม่สามารถเก็บ Delegates จากการเลือกตั้งขั้นต้นแซงหน้า Obama ได้ ฝ่าย Clinton จึงพยายามเรียกร้องให้มีการยกเลิกโทษแบน และให้พรรคเปลี่ยนใจมานับรวม Delegates จากสนามเลือกตั้งทั้งสองสนาม ซึ่งเธอเป็นฝ่ายชนะขาดลอย โดยอ้างว่า เสียงประชาชนหลายล้านคนในมลรัฐทั้งสองควรจะเป็นเสียงที่ ‘ถูกนับ’ ไม่ตกน้ำหายไปอย่างไร้ค่า
เมื่อประเด็นนี้ได้รับการพูดถึงอย่างหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 1-2 อาทิตย์ที่ผ่านมา หลายฝ่ายในพรรค Democrat ก็เริ่มออกมาสนับสนุนหลักการให้ ‘เสียง’ จากมิชิแกนและฟลอริดา เป็นเสียงที่มีความหมาย และให้ประชาชนทั้งสองแห่งมีส่วนร่วมกับกระบวนการเลือกตั้งขั้นต้นอย่างสมบูรณ์
เหตุผลสำคัญก็คือ เกรงว่าเมื่อถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายน 2551 สมาชิกพรรค Democrat ในสองมลรัฐนี้จะเอาคืนโดย ‘ลงโทษแบน’ พรรค หันไปเลือกคู่แข่ง จนส่งผลให้ตัวแทนพรรคพ่ายแพ้ได้ เพราะฟลอริดาและมิชิแกนมี Electoral College สูงถึง 27 เสียง และ 17 เสียงตามลำดับ โดยที่ฟลอริดาเป็น Swing State (มลรัฐที่ไม่ได้สนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่งอย่างชัดเจนแน่นอน) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
กระนั้น แม้ทุกฝ่ายต้องการให้ ‘เสียง’ จากมิชิแกนและฟลอริดาถูกนับอย่างมีความหมาย แต่ไม่มีใครเลือกทางออกง่ายๆ อย่างที่ Clinton ฝัน คือให้เอาผลการเลือกตั้งเดิมมาจัดสรร Delegates ให้ผู้สมัครเลย ซึ่ง Clinton จะได้ประโยชน์ไปเต็มๆ เพราะทุกฝ่ายล้วนเห็นว่า การเลือกตั้งขั้นต้นที่จัดขึ้นไปแล้วไม่ใช่การเลือกตั้งที่แท้จริง เนื่องจากประกาศกติกาล่วงหน้าแล้วว่าผลการเลือกตั้งไม่มีความหมาย ผู้สมัครไม่ได้หาเสียง คนจำนวนมากไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ์
ทางออกที่พูดถึงกันมากในขณะนี้คือ การจัดการเลือกตั้งขั้นต้นขึ้นใหม่ซ้ำอีกครั้งในทั้งสองมลรัฐ โดยให้จัดปิดท้ายเทศกาลเลือกตั้งขั้นต้นในวันที่ 3 มิถุนายน ซึ่งข้อเสนอนี้ ทั้งฝ่าย Clinton และ Obama รวมทั้งผู้นำของพรรค Democrat จำนวนมาก มีทีท่ายอมรับได้
แม้หลักการใหญ่จะเห็นพ้องต้องกัน แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ ใครจะเป็นผู้จ่ายค่าจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งประเมินกันว่าอยู่ที่ระดับสิบล้านเหรียญสหรัฐสำหรับฟลอริดา ส่วนมิชิแกน ราคาคงถูกลงมาอีกสักหน่อย
ข้างฝ่ายมลรัฐ ทั้งรัฐบาลและประชาชน ไม่ยอมออกเงินแน่นอน เพราะเป็นการผลักภาระให้ต้องใช้เงินภาษีของประชาชนในมลรัฐมาแก้ปัญหาการเมืองของพรรค Democrat ข้างฝ่ายพรรค Democrat ก็ไม่อยากจ่าย เพราะไม่อยากใช้เงินเกือบ 20 ล้านเหรียญไปกับการเลือกตั้งขั้นต้นซ้ำ แทนที่จะเก็บไว้เป็นทุนสู้ศึกกับพรรค Republican ในสนามใหญ่ ยังไม่ต้องพูดถึงปัญหาการจัดการที่จะไม่ทันการณ์ และปัญหาปลีกย่อยเชิงเทคนิคด้านกฎหมายของแต่ละมลรัฐ
ส่วนที่หลายฝ่ายคาดหวังว่า มิชิแกนและฟลอริดา ซึ่งมี Delegates จำนวนมาก จะช่วยแก้ปัญหาเดดล็อคที่อาจจะไม่มีผู้สมัครรายใดได้จำนวน Delegates ถึง Magic Number 2,025 เสียง (ครึ่งหนึ่งของทั้งหมด) เพื่อชนะเลือกตั้งเป็นตัวแทนพรรคนั้น ต้องไม่ลืมว่า เสียง 2,025 ที่ว่า เป็นเสียงที่ตัด Delegates จากมิชิแกนและฟลอริดาออกไปแล้ว ถ้าจะนับรวมมิชิแกนและฟลอริดาอีก จำนวน Delegates รวมทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นอีก 366 เสียง เป็น 4,414 เสียง ทำให้ Magic Number ขยับขึ้นไปด้วยเป็น 2,208 เสียง ซึ่งอาจจะยิ่งทำให้คณิตศาสตร์การเมืองยากขึ้นไปอีก
ถึงขณะนี้ ยังไม่มีบทสรุปว่าจะทำอย่างไรกับ ‘เสียง’ จากมิชิแกนและฟลอริดา ไม่แน่ว่าข้อเสนอต่างๆ จะแท้งไปในท้ายที่สุดหรือไม่ แต่ที่แน่ก็คือ นี่จะเป็น ‘ระเบิดเวลา’ อีกลูกที่พรรค Democrat จะต้องเผชิญในอนาคต
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 24 มีนาคม 2551



