The West Wing 2008: เท็กซัส: สนามชี้เป็นชี้ตายของ Clinton ?
ในขณะที่ John McCain กำลังจะได้เป็นตัวแทนพรรค Republican เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีค่อนข้างแน่นอนแล้ว สงครามภายในพรรค Democrat กลับมีทีท่ารุนแรงขึ้น จนสมาชิกพรรคเริ่มเป็นห่วงว่า ศึกนี้อาจจะต้องลากยาวจนถึงปลายเดือนสิงหาคม เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่ระดับชาติของพรรค ที่เมืองเดนเวอร์ เป็นผู้ชี้ขาด เพราะทั้ง Hillary Clinton และ Barack Obama มีคะแนนสูสีกันมาก จนอาจไม่มีใครได้คะแนนเสียงจากการเลือกตั้งขั้นต้นเกินครึ่งหนึ่งของ Delegates ทั้งหมด (2,025 เสียง)
ยิ่งหาตัวแทนพรรคได้ล่าช้า ยิ่งมีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนของสองผู้สมัครมาก ยิ่งบั่นทอนโอกาสในการชนะเลือกตั้งของพรรค Democrat ทั้งที่ การเลือกตั้ง 2008 นี้ พรรค Democrat ลงสนามด้วยความได้เปรียบพรรค Republican หลายช่วงตัว เนื่องจาก คะแนนนิยมของประธานาธิบดี George W. Bush ตกต่ำติดดินอยู่ที่ระดับ 33% ในปัจจุบัน แตกต่างราวฟ้ากับเหว จากคะแนนนิยม 92% เมื่อครั้งหลังเหตุการณ์ 9/11 ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์
คะแนนนิยมของ Bush ตกต่ำถึงขีดสุดในช่วงเดือนตุลาคม 2007 โดยลงต่ำถึงระดับ 24% ถือว่าต่ำที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ (อันดับแรกคือ อดีตประธานาธิบดี Harry S. Truman ในช่วงสงครามเกาหลี ปี 1952 อยู่ที่ 22%) เรียกว่า ‘ขึ้นสุด-ลงสุด’ จริงๆ
ความตกต่ำของ Bush นำพาพรรค Republican สู่หุบเหวไปด้วย ในการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2006 พรรค Democrat สามารถกลับมายึดครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา จากพรรค Republican ได้เป็นผลสำเร็จ
ยิ่งพรรค Democrat ได้ตัว 2 ผู้สมัครที่ทรงพลังและมีศักยภาพในการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ อย่าง Obama และ Clinton (คนผิวดำและผู้หญิงคนแรกที่มีโอกาสได้เป็นตัวแทนพรรค และมีโอกาสได้เป็นประธานาธิบดี) สมาชิกพรรค Democrat ทั่วประเทศจึงตื่นเต้นและกระตือรือร้นในการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างยิ่ง
อัตราการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งขั้นต้นของพรรค Democrat สูงกว่าพรรค Republican อย่างเทียบกันไม่ติด (สูงกว่าประมาณ 70%) ในวัน Super Tuesday คะแนนเสียงทั้งประเทศที่ Clinton และ Obama ได้รับรวมกันมีประมาณ 14 ล้านเสียง ขณะที่คะแนนเสียงที่ McCain, Mitt Romney และ Mike Huckabee สามผู้สมัครนำแห่งพรรค Republican ได้รับรวมกันมีประมาณ 8 ล้านเสียงเท่านั้นเอง นอกจากนั้น จำนวนผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งของพรรค Democrat ในหลายสนามเลือกตั้งขั้นต้น เพิ่มสูงขึ้นจากการเลือกตั้งขั้นต้นปี 2004 เกือบเท่าตัวทีเดียว
เมื่อฟ้าเหนือทำเนียบขาวเปิดกว้างขนาดนี้ หากปล่อยให้ศึกภายในยืดเยื้อและรุนแรง ยิ่งเป็นการทำลายตัวเอง จนกลายเป็นเตะหมูเข้าปากพรรค Republican ไป สมาชิกระดับนำของพรรค Democrat หลายคน เช่น Al Gore จึงต้องพยายามวางตัวเป็นกลาง เผื่อว่าในอนาคตอาจต้องเล่นบทสำคัญในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งภายในพรรค
สถานการณ์ภายหลัง Super Tuesday ของพรรค Democrat แรกเริ่มดูเหมือนว่า Clinton จะได้เปรียบ Obama เล็กน้อย เนื่องจากเธอได้คะแนนเสียงทั่วประเทศสูงกว่า ได้ Delegates มากกว่า และสามารถเอาชนะในมลรัฐขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญมากกว่า แม้ว่า Obama จะเอาชนะได้มากมลรัฐกว่าก็ตาม
แต่คล้อยหลังไม่นาน Obama ก็พลิกสถานการณ์จากเป็นรองกลับมาเป็นต่อได้อย่างน่าทึ่ง โดย Obama บุกลุยหาเสียงจนเอาชนะ Clinton ในการเลือกตั้งขั้นต้นหลัง Super Tuesday ติดกันถึง 9 สนามรวด และไม่ได้แค่ชนะสูสี ดังเช่นที่ผ่านมาเท่านั้น แต่เอาชนะได้อย่างขาดลอยทีเดียว
เริ่มจากมลรัฐวอชิงตัน (68% ต่อ 31%) มลรัฐเนบราสกา (68% ต่อ 32%) มลรัฐหลุยเซียนา (57% ต่อ 36%) ตามมาด้วยมลรัฐเมน (59% ต่อ 40%) ต่อด้วย มลรัฐเวอร์จิเนีย (64% ต่อ 35%) มลรัฐแมรีแลนด์ (60% ต่อ 37%) และกรุงวอชิงตันดีซี (75% ต่อ 24%) ปิดท้ายด้วย มลรัฐวิสคอนซิน (58% ต่อ 41%) และมลรัฐฮาวาย (76% ต่อ 24%)
จนทำให้ในขณะนี้ Clinton กลายมาเป็นฝ่ายไล่ล่า Obama เป็นครั้งแรก เพราะ Obama มีจำนวน Delegates จากการเลือกตั้งขั้นต้นแซงหน้า Clinton ไปแล้ว (1,158 เสียง ต่อ 1,016 เสียง จากการประเมินของ CNN) หากรวมเสียงของ Superdelegates ที่ตัดสินใจแล้ว ซึ่งสำนักข่าว CNN ประเมินเบื้องต้น (ข้อมูล ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์) Obama มีจำนวน Delegates รวมทั้งสิ้น 1,319 เสียง เทียบกับ 1,250 เสียงของ Clinton จะเห็นได้ว่าต่างฝ่ายต่างก็ยังห่างไกลจาก 2,025 เสียงเพื่อเป็นตัวแทนพรรค แม้ว่าการแข่งขันจะผ่านมาเกินครึ่งทางแล้วก็ตาม
ในขณะที่ ค่าย Obama เก็บเกี่ยวโมเมนตัมจากชัยชนะรวดแบบขาดลอยของเขาอย่างเต็มเหนี่ยว และมีแต่ข่าวดี เช่น มีเงินสนับสนุนไหลเข้าวันละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือนมกราคมเดือนเดียว Obama ได้รับเงินบริจาคจากประชาชนทั้งหมด 32 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่วนใหญ่มาจากการบริจาคผ่านอินเทอร์เน็ต โดยผู้บริจาครายเล็กรายน้อย ว่ากันว่าในช่วงเวลาเพียง 36 ชั่วโมงให้หลัง Super Tuesday เขาสามารถระดมทุนได้สูงถึง 7.2 ล้านเหรียญสหรัฐทีเดียว
ค่าย Clinton กลับมีแต่ข่าวด้านลบ ตั้งแต่ข่าวถังแตก จนเธอต้องให้ยืมเงินส่วนตัวเข้ากองทุนหาเสียงกว่า 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ข่าว Superdelegates บางคนที่เคยประกาศสนับสนุนเธอย้ายข้างไปสนับสนุน Obama แทน รวมถึงการลาออกของหัวหน้าทีมงานหาเสียง (Campaign Manager) และรองหัวหน้า เพื่อรับผิดชอบความล้มเหลวของกลยุทธ์หาเสียงที่ผ่านมา โดยมีการแต่งตั้งมือเก๋าอย่าง Maggie Williams อดีตหัวหน้าคณะทำงาน (Chief of Staff) สมัยนาง Clinton เป็นสตรีหมายเลขหนึ่ง เป็นหัวหน้าทีมคนใหม่
หากการต่อสู้ระหว่าง Clinton และ Obama ยืดเยื้อยาวนานขึ้น Obama ก็จะยิ่งได้เปรียบ สถานะผู้สมัครนำของ Obama ทำให้ค่าย Clinton ทั้งเมียและผัว ต้องกลับมาโจมตี Obama อย่างหนักอีกครั้ง
ยุทธศาสตร์การหาเสียงของ Clinton ตอนนี้คือ พุ่งเป้าไปที่การเลือกตั้งขั้นต้นในมลรัฐที่มีจำนวน Delegates มาก ไม่ให้ความสำคัญกับมลรัฐที่มี Delegates น้อยมากนัก Clinton เลือกฝากชีวิตไว้กับการเลือกตั้งที่มลรัฐเท็กซัสและมลรัฐโอไฮโอ ในวันอังคารที่ 4 มีนาคม เป็นหลัก ทั้งสองมลรัฐมีจำนวน Delegates มหาศาล โดยเท็กซัสมี 193 เสียง ถือเป็นอันดับสองรองจากแคลิฟอร์เนียเท่านั้น ส่วนโอไฮโอมีสูงถึง 141 เสียง ขณะที่ Obama ไล่เดินสายหาเสียงในสนามเลือกตั้งขั้นต้นขนาดเล็กทีละสนาม Clinton ปักหลักหาเสียงอยู่ที่ Texas โดยให้สามีและลูกสาวช่วยหาเสียงในมลรัฐอื่น
ยุทธศาสตร์ที่ละเลยการเก็บเล็กผสมน้อย โดยมุ่งหาเสียงแต่สนามใหญ่ 2 สนาม เป็นการเดิมพันที่สุ่มเสี่ยง ถ้าชนะขาด Clinton จะฟื้นคืนชีพทันที แต่ถ้าแพ้ ก็หมายถึงจุดจบเช่นกัน ดังเช่นกรณีของ Rudy Giuliani ผู้สมัครตัวเต็งพรรค Republican ที่ฝากชีวิตไว้กับมลรัฐฟลอริดา จนพ่ายแพ้อย่างหมดรูป
แม้ว่ากุนซือค่าย Clinton จะคิดว่าฝ่ายตนได้เปรียบในสองสนาม เพราะมีฐานเสียงหลักของ Clinton อยู่มาก โดยเท็กซัสประกอบด้วยคนเชื้อสายสเปน กว่า 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด ส่วนโอไฮโอประกอบด้วยกลุ่มคนงานภาคอุตสาหกรรมจำนวนมาก ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ทั้ง 2 กลุ่มนี้ถูกมองว่าเป็นฐานเสียงหลักของ Clinton
แต่ผลการเลือกตั้งในหลายมลรัฐภายหลัง Super Tuesday เป็นต้นมา โดยเฉพาะใน 2 มลรัฐสำคัญอย่างเวอร์จิเนียและวิสคอนซิน ชี้ว่า Obama สามารถเข้าตีฐานเสียงหลักของ Clinton จนแตกกระจุย โดยเอาชนะได้ทั้งในกลุ่มคนขาว กลุ่มเชื้อสายสเปน รวมถึงกลุ่มคนงานรายได้ต่ำ
ยิ่งเมื่อ Obama ท่องเท็กซัสด้วยโมเมนตัมจากชัยชนะต่อเนื่องด้วยแล้ว ... การดวลกันระหว่างสองผู้สมัครในแดนคาวบอยอาจสูสีเกินคาด สำหรับนาง Clinton ศึกนี้อยู่ในระดับ Do or Die
ชัยชนะขาดลอยของ Obama ย่อมหมายถึงจุดจบของเธอ
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2551



