สำเหนียกสุดท้ายของ “สมัคร” ?
prasong_lert@yahoo.com
หลังจากที่นายสมัคร สุนทรเวช ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ได้พยายามแสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่ “นอมินี” หรือ “หุ่นเชิด” ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วยการรื้อโผคณะรัฐมนตรีที่กลุ่มก๊วนต่างๆ ในพรรคพลังประชาชนเสนอมาใหม่ทั้งหมด
รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์บางฉบับระบุว่า การรื้อโผดังกล่าวเพราะนายสมัครอ้างว่า ต้องการให้ภาพลักษณ์ของคณะรัฐมนตรีออกมาดีในสายตาประชาชน
แต่มีบางคนบอกว่า การที่ได้นายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรและ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีอะไรที่จะทำให้รู้สึกแย่กว่านี้ได้อีกแล้ว
ดังนั้นไม่ว่า ใครมาเป็นรัฐมนตรีก็ไม่มีความหมายใดๆ
มีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การที่นายสมัครพยายามแสดงออกว่า ไม่ใช่ “หุ่นเชิด” พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเพียงการเล่นให้สมบทบาทเท่านั้นเพราะในที่สุดเมื่อผู้เชิดหุ่นหรือนายโรงละครหุ่นยืนยันคำสั่งเดิม ตัวหุ่นก็ต้องทำตามอย่างเซื่องๆ
ปรากฏการณ์ที่ทำให้เชื่อว่า นายสมัครเป็นเพียงหุ่นคือ เพียงนาทีแรกที่ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกฯ นายสมัครแถลงข่าวในตอนหนึ่งว่า มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ยิ่งหย่อนกว่าอดีตนายกรัฐมนตรี 24 คนที่ผ่านมา
“ใครก็ตามแต่ที่บังอาจในอดีตได้เอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาทำการเหยียบย่ำผู้คนอื่น ด้วยการกล่าวหาว่า เขาไม่จงรักภักดี ข้อหานี้เป็นข้อหาร้ายแรง ผมแน่ใจว่า พี่น้องประชาชนคนไทยเสียงข้างมาก ที่ได้แสดงตัวเลขให้เห็นด้วยตัวเลข 233 นั้น อย่างน้อยที่สุดไม่ได้เกี่ยวกับโรงศาล แต่เกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดว่า คนที่ถูกกล่าวหานั้น เขาไม่ได้ไม่จงรักภักดีอย่างที่ไปกล่าวหากัน เรื่องนี้เป็นเรื่องของชีวิตของคนทั้งชีวิต ทั้งครอบครัว ที่โดนเกิดเหตุ”
ว่ากันว่า บุคคลและครอบครัวที่นายสมัครอ้างว่า ถูกกล่าวหาว่า ไม่จงรักภักดีคือ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว
คิดว่า ผู้คนจำนวนมากเห็นด้วยกับนายสมัคร ที่ไม่ควรนำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองมาทำลายล้างผู้อื่น
แต่ก็เกิดคำถามว่า ทำไมนายสมัครจึงเลือกที่จะออกโรงปกป้องเฉพาะครอบครัวบางครอบครัวเท่านั้น
ถ้าไม่ใช่เพราะครอบครัวดังกล่าวมีบุญคุณกับนายสมัครล้นหัวก็เป็นเพราะนายสมัครรับงานมาเป็นการเฉพาะกิจ?
นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงต่างประเทศ (รวมทั้งนักศึกษาที่ชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จำนวนมาก) เคยถูกโจมตีและใส่ร้ายป้ายสีจากวิทยุยานเกราะช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ว่า เป็นคอมมิวนิสต์ (เป็นข้อหาร้ายแรงมากเพราะมีการปลุกระดมว่า ลัทธิคอมมิวนิสต์ต้องการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์) จนภรรยานายอานันท์ช็อค ล้มป่วย และมีอาการเรื้อรังมานานถึง 30 ปี
อยากถามนายสมัครซึ่งเป็นนักการเมืองร่วมสมัยในขณะนั้นว่า นักการเมืองคนใดหรือ “ไอ้-อี” หน้าไหนบ้างที่ใส่ร้ายป้ายสีบุคคลเหล่านั้น
ต่อมาเมื่อนายสมัครได้รับการปูนบำเหน็จเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ
ทำไมนายสมัครที่เป็นนักการเมืองซึ่งต้องทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ออกโรงปกป้องกลุ่มบุคคลนับร้อยนับพันที่ถูกป้ายสีว่า เป็นคอมมิวนิสต์ซึ่งครอบครัวเหล่านั้นต้องทุกข์ทรมานแสนสาหัส
หลายคนที่ถูกฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหดเพราะข้อกล่าวหาดังกล่าว
ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสมัยนั้นมีอำนาจล้นฟ้า เพราะคุมทั้งกรมตำรวจ กรมอัยการ กรมราชทัณฑ์ แต่นายสมัครได้ทำอะไรบ้างเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ผู้ที่ถูกกล่าวหา
หรืออุดมการณ์ของนายสมัครในเรื่องนี้ถูกเลือกนำมาใช้เมื่อได้รับคำสั่งจากนายโรงละคร (รัฐบาล) หุ่นที่ฮ่องกงหรือเมื่อตนเองได้ประโยชน์เท่านั้น?
หรือนายสมัครเพิ่งสำเหนียกได้เมื่อจวนจะเข้าโลงแล้ว!!
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2551



