สังคมวันนี้ต้องมี ‘เกษม วัฒนธรรม’
มีคนโทร.มาหาผม ๒ ราย แต่เรื่องเดียวกันคือ ฝากให้กำลังใจ “คุณเกษม วัฒนธรรม” รองผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ และประธาน กกต.บุรีรัมย์ และ พ.ต.อ.สังวรณ์ ภู่ไพจิตร กกต.บุรีรัมย์ โดยบอกว่า คนในระบบราชการขณะนี้ “บางส่วน” กำลังหดหัวทิ้งบ้านเมืองให้กับอำนาจบาทว์ ด้วยหวังว่าเมื่อ “อำนาจใหม่-รัฐบาลใหม่” มาแล้ว ตัวเองจะได้ยกเป็น “ความดีความชอบ” ไปสอพลออำนาจใหม่
อืมมมม..ประเด็นนี้..ใช่ครับ เพราะผมคุยมากับหลายคนแล้ว รวมทั้ง “ข้าราชการผู้ใหญ่” บางท่านด้วย ท่านก็ยอมรับว่าในระบบข้าราชการยุคนี้ เป็นอย่างนั้นจริงๆ
ทุกคนกำลังแทงหวยทักษิณ และต่างบอกว่า “ถูกหวยทักษิณแล้ว” เพียงรอกำหนดเปิดว่าจะให้เอาโพยไปขึ้นเงินได้เมื่อไหร่เท่านั้น ฉะนั้น ที่ว่าข้าราชการเกียร์ว่างนั้น ไม่ใช่หรอก
เตรียมใส่เกียร์ยี่ห้อ “นอมินี” กันเกือบทั้งนั้น!
จะไปว่าแต่ข้าราชการก็บาป ก็รัฐบาล “พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์” เวลานี้ มีก็เหมือนไม่มี แล้วพวก “ข้าราชการแต่เปลือก” เขาจะมายึดกอสวะลอยน้ำเป็น ปราการทองแดง-กำแพงเหล็ก ยันหลังในการทำงานให้พวกเขาได้อย่างไร?
เมื่อคนทำหน้าที่รัฐบาลไม่แข็ง ทั้งข้าราชการ และประชาชน ก็จะหมดศรัทธา หมดความเชื่อถือ เมื่อไม่เชื่อถือ ก็ไม่หวังที่จะ “ฝากผี-ฝากไข้” กับคนมีอำนาจนำประเทศ ประเภท..ตอไม้ผุ!
ต่างก็ทิ้งชาติ “เอาตัวรอด” ด้วยการรออำนาจใหม่-นายใหม่ กันทั้งนั้น!
นี่เป็นสิ่งที่เห็นได้ทั่วไปในสังคมแห่งความกลัว สังคมของคนอยู่เพื่อการสยบยอม “สังคมจอกแหน” รากมีเอาไว้เพียงหาอาหารกิน ต้นและใบ มีเอาไว้ลอยไป-ลอยมา
แค่ตีนใครกระทุ่มน้ำให้กระเพื่อม ก็ตามแห่ ลอยตามกันไปเป็นแพแล้ว!
การศึกษาสูง-ต่ำ เอาเข้าจริงไม่ใช่เครื่องแยกแยะคุณภาพคนเสมอไป ฉะนั้น จึงไม่น่าแปลก ที่จะเห็นพวกมีการศึกษาถึงขนาดดอกเตอร์ ขนาดผู้บริหารสถาบันสูงๆ ด้วยซ้ำ
ยอมเป็น “หางหมา” หรือไม่ก็เป็นพวก..ลาลากเลื่อน!
ด็อก กับ ดอกเตอร์ มันก็ต่างกันตรงมี “เตอร์” ต่อเป็นหางนั่นแหละ!
พวกม็อบบุรีรัมย์นั้น ฉากหน้าก็อ้างไม่พอใจเรื่องใบแดง แต่ฉากหลัง เขารู้กันค่อนบุรีรัมย์มั้งว่า คุณเกษม-รองผู้ว่าฯ นั้น ท่านเคยเป็นนายอำเภอที่นี่มาก่อน
แล้วไอ้นักการเมืองหน้าไหนล่ะที่ใช้อิทธิพลฮุบป่าสงวน จะเอามาออกโฉนดอ้างให้ชาวบ้านทำกิน แต่คุณเกษมที่เป็นนายอำเภอครั้งนั้นไม่ยอม จึงเป็นหนามคาใจ ถูกย้ายไปหลายที่ เพิ่งกลับมาเป็น “รองผู้ว่าฯ” ล่าสุดนี่เอง
ถ้าท่านอยู่บุรีรัมย์ แต่ไม่ยอมสยบอยู่ใต้อำนาจนักการเมืองกินเมือง ก็จะถูกประชาธิปไตยเดมาก็อก คือใช้อิทธิพลพวกมากสร้างฉากกดดัน-ข่มขู่-คุกคาม อย่างนี้เรื่อยไป
และถ้ามีอำนาจบริหารรัฐผสมเสริมด้วย คิดดูแล้วกัน คนดีๆ-ข้าราชการดีๆ ที่ทำงานอุทิศตนเพื่องานต่างพระเนตร-พระกรรณพระเจ้าแผ่นดิน เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของประชาชนผ่าน “ระบบราชการ”
จะยืนหยัดอยู่ได้มั้ย ในภาวะ ๑ ลูกแกะไร้เกราะ ในวงล้อม ๑๐๐ หมาป่าที่..ครองเมือง!
ในความวังเวง หดหู่ สิ้นหวัง ต่อระบบราชการ คนราชการ เมื่อมีข้าราชการอย่าง “คุณเกษม วัฒนธรรม” โชนฉานขึ้นมาเป็นเชื้อท่ามกลางความมืดมิดของระบบคนหนึ่ง
ผมดีใจ และอยากจะบอกให้ช่วยกันรักษาไว้ “คนดี-ข้าราชการดี ต้องอยู่ได้” เราอย่าใช้ความเห็นแก่ตัว อย่าใช้ความกลัว ไปสยบยอมให้กับ “คนชั่ว-อำนาจชั่ว” เป็นอันขาด
ในสังคมประกอบด้วยคนดี และคนไม่ดี แต่เราต้องช่วยกันรักษาอย่าให้คนไม่ดีมาทำลายคนดี ทุกท่านยังคงจำความตรงนี้ได้ทุกคนใช่ไหมครับ?
ในยามนี้..จงอย่าคิด “พึ่งกำแพง” จากที่ไหนพิง
จงทำตัวให้ “เป็นกำแพง” เพื่อคนอ่อนแรงแต่ไม่ไร้ปณิธาน..พึ่งพิง!
สังคมข้าราชการศตวรรษนี้ ต้องมีคนอย่าง “เกษม วัฒนธรรม” ไม่เช่นนั้น กรุงรัตนโกสินทร์อาจถึงคราว “สิ้นแล้ว” เข้าสักวันจนได้!!
เมื่อวานนี้ (๘ ม.ค.๕๐) นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ และรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ออกมาพูดประโยคหนึ่งว่า “คตส.เปรียบเหมือนผลไม้พิษจากการรัฐประหาร หมดความชอบธรรมที่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อ เรียกร้องให้มีจิตสำนึก และแสดงสปิริตด้วยการลาออก”
อืมมมม..แค่นี้ยังสามหาว-เหิมเกริมขนาดนี้ แล้วนี่..ได้ยกคณะพรรคเข้าครองอำนาจบริหารประเทศ มันจะขนาดไหนกัน?
พูดถึงเรื่อง “นอมินี” วันก่อน นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาฯ พรรคพลังประชาชนก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นนอมินีพรรคไทยรักไทยตามที่ “นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์” กล่าวหา และวานนี้ นายนพดลก็กล่าวซ้ำว่า
“แม้ว่านายสมัครจะเคยบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณให้ถือธงนำแทน แต่ความปรารถนากับหลักกฎหมายต่างกัน ผมมั่นใจว่าศาลจะตีความตามหลักกฎหมาย.....
แต่คำว่านอมินีทางการเมืองยังไม่ทราบว่าคำจำกัดความคืออะไร เพราะเดิมทีเคยถูกใช้แต่ในทางธุรกิจ”
เอาอย่างนี้ครับ เมื่อเกิดภาวะ “แกล้งโง่ในสิ่งที่ควรฉลาด” และ “แกล้งฉลาดในสิ่งที่โง่” เกิดขึ้น ผมก็จะนำคำแถลงของ “นายสมัคร สุนทรเวช” หลังได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ของพรรคให้ขึ้นเป็นหัวหน้าเมื่อ ๒๔ ส.ค.๕๐ ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บางตอนมาให้อ่านทบทวนกันอีกที ดังนี้
.......ผมเป็นนักการเมืองที่ปกป้องสถาบันกษัตริย์ด้วยชีวิต สมัยที่คนพวกหนึ่งอยากให้ประเทศปกครองด้วยคอมมิวนิสต์ แต่ผมอยากให้เป็นประชาธิปไตย ส่วนทหารก็ปกป้องสถาบันกษัตริย์ ผมนี่แหละที่อยู่ฝ่ายทหาร ไม่มีทหารคนไหนที่เกลียดผม แต่อาจมีบางคนที่ไม่ชอบ ก็ไม่ว่าอะไร วันนี้มันผิดปกติ เหยียบย่ำอดีตนายกฯ ว่าไม่จงรักภักดี ถึงขั้นที่บอกว่าจะเปลี่ยนระบอบให้เป็นประธานาธิบดี ผมว่ามันบ้าไปแล้ว ผมเล่นการเมืองมาตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ไม่เคยทุจริต แต่ก็ถูกกล่าวหาว่า ผมกล้าพูดว่า ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงมีทุกสมัย
การทุจริตมีคู่บ้านคู่เมือง แต่พยายามกล่าวหาว่า ไข้หวัดใหญ่เป็นไข้หวัดนก อย่างนี้บ้านเมืองเดือดร้อน พวกค้าไก่ ขายไก่ เสียหายหมด เศรษฐกิจการค้าเสียหาย สื่อสารมวลชนบางฉบับอยากจะเป็นไข้หวัดนอกกันนัก มันมีอยู่จริง แต่ ๓๐ ปี มันตายไป ๔๒ คน แต่ไข้หวัดใหญ่มันตายปีละ ๑๒,๐๐๐ คน และมีใครจะเป็นจะตายเพราะไข้หวัดใหญ่ไหม คอรัปชั่นมันมีทุกสมัย แต่กล่าวหาเพื่อจะเล่นงานอดีตนายกฯ พูดกันเรื่องไข้หวัดนกจนเศรษฐกิจบรรลัยวายวอด จะเอากันให้เหมือนฆ่าหนูตัวเดียว แต่ต้องเผาไร่เผานาหมด
นอกจากนี้ จะฆ่ากันเพราะคำว่า “นอมินี” ที่ผ่านมาผมไปออกไอทีวี เขาถามว่า “คุณสมัครจะเป็นนอมินีให้ทักษิณ” ผมบอกว่า “นอมินีมันเป็นอย่างไร” ทั้งที่คำว่านอมินี มีความหมายที่เป็นคุณต่อบ้านเมืองนี้ เพราะนอมินีนี่แหละที่ทำให้เศรษฐกิจบ้านเมืองจะเจริญก้าวหน้ามาทุกวันนี้ บริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นที่มาลงทุนเมื่อ ๔๐ ปีก่อน ถือหุ้น ๒๕% นอกนั้นคนไทยถือ ตระกูลใหญ่มโหฬาร ใครเป็นประธานมูลนิธิที่ชื่อโตโยต้า นิสสัน ฮอนด้า ธุรกิจการค้า ถ้าไม่มีนอมินีแล้วใครจะมาลงทุน
ฉะนั้น ผมตอบคำถามตรงนี้ว่า “ผมจะเป็นนอมินีให้ทักษิณ ผมจะทำพรรคการเมืองนี้ให้แข็งแรง เพื่อจะเอาประชาธิปไตยกลับมาให้บ้านเมืองนี้...”
เวลานี้จะเอากันให้ตาย ไอ้คำว่านอมินีผมจะบอกว่า ผมมาทำงานนี้ ผมก็เป็นตัวของผมเอง ผมตั้งเวทีเพื่อจะกอบกู้ประชาธิปไตยให้บ้านเมือง เรื่องทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ คดีความธรรมดาๆ ผมบอกหนังสือพิมพ์เรื่องทุจริตซื้อที่ดินรัชดาฯ ผมไม่เป็น นพดล ปัทมะ นะครับ ไม่ได้มาชี้แจงแทน ที่ว่าเป็นการทุจริตที่ดินรัชดาฯ ถ้าเขาทุจริตก็ซื้อที่ดินไม่ได้ แต่นี่เขาซื้อโดยสุจริต ใครจะไปรู้ไอ้มาตรา ๑๐๐ กว่าๆ ของ ป.ป.ช.เพราะว่าธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นองค์กรอิสระ
และที่อดีตนายกฯ ไม่มาศาล ก็เพราะเขามาไม่ได้ ในสถานการณ์เป็นอย่างนี้ อัยการก็ไปขอ ศาลก็บอก ก็ให้ดำเนินการตามขั้นตอน เขาซื้อที่ดินจากการเปิดประมูลขายเท่านั้น แต่ตอนนี้อะไรก็จะยึด ทั้งที่ ทั้งเงิน ทำกันเอิกเกริก เพราะต้องการจะเหยียบย่ำก่อนจะลงประชามติรัฐธรรมนูญ.....”
ครับ..นี่คือบางตอนจากคำแถลงของ “นายสมัคร สุนทรเวช” ที่ทำการพรรคพลังประชาชน อันเป็นที่เดียวกับที่ทำการพรรคไทยรักไทยเดิม ซึ่งตั้งอยู่ ณ อาคาร IFCT เก่าของ “คุณหญิงพจมาน ชินวัตร” ดังที่ทราบกันแล้ว.. นายสมัครเป็นนอมินีทักษิณ ผู้ซึ่งถูกตัดสิทธิ์การเมืองจริงหรือไม่ โปรดอ่านกันตามสบายเถอะครับ.
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 8 มกราคม 2551



