Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
มองขวา
ภาวิน ศิริประภานุกูล + ณ พัฒน์


ประเด็นเศรษฐกิจมาแรงปี 2551

- ณ พัฒน์ -

napatization@gmail.com


หวังว่ายังไม่สายเกินไปที่จะกล่าว “สวัสดีปีใหม่” กับท่านผู้อ่าน ที่เคารพนะครับ ขอให้สุขภาพ พลานามัยแข็งแรง พบเจอแต่สิ่งดีๆ ไม่ว่าสถานการณ์รอบข้างจะน่ากลุ้มใจขนาดไหน

ขึ้นปีใหม่กันทั้งที ผมขอลองจับยามสามตา ประเมินดูสักหน่อยว่าประเด็นเศรษฐกิจเรื่องอะไรจะได้รับความสนใจในปีใหม่นี้

เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอย?

ก็เป็นประเด็นที่คนทั้งโลกยังจับตากันอยู่ อย่างต่อเนื่องว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ ภาวะถดถอย หรือจะแค่ชะลอตัวในช่วงสั้นๆ เพราะที่ผ่านมาเศรษฐกิจสหรัฐยังแสดงความแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆ ที่ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์รุมเร้าเสียขนาดนี้ แต่ภาคส่งออกและการบริโภคภาคเอกชนยังช่วยให้เศรษฐกิจโตได้อย่างต่อเนื่อง และถ้าเศรษฐกิจสหรัฐเกิด เข้าสู่ภาวะถดถอยจริงๆ ประเทศอื่นๆ (โดยเฉพาะประเทศไทยของเรา) จะได้รับผลกระทบอย่างไร น่ารอดูครับ

ผลกระทบจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในสหรัฐอเมริกาต่อตลาดการเงินโลก

เรื่องนี้คงจะได้รับความสนใจต่อเนื่องมา จากปีที่แล้ว เราคงจะได้ยินข่าวให้ประหลาดใจ กันอยู่เรื่อยๆ (เช่น ธนาคารยักษ์ใหญ่ต้อง ตัดขาดทุน เพิ่ม หรือผลการดำเนินงานย่ำแย่เพราะขาดทุนจากสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดอสังหาริมทรัพย์)

ที่ผ่านมาราคาบ้านเพิ่งจะเริ่มดิ่งหัวลง ได้ไม่นาน ยอดขายบ้านก็ยังลดลงโดย ไม่มีแนวโน้มว่าจะถึงจุดต่ำสุด ยังมีคนกู้เงินอีกจำนวนมาก ที่จ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำกว่าตลาดในช่วงต้น และอัตราดอกเบี้ยกำลังรอที่จะถูกปรับให้สูงขึ้นในปีนี้และปีหน้า ถ้าดอกเบี้ย ถูกปรับให้สูงขึ้นคงมีคนหยุดจ่ายค่างวดเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ที่ค้ำประกันโดยสินเชื่อเหล่านี้

ที่ผ่านมาบทเรียนหนึ่งจากวิกฤตการณ์อสังหาริมทรัพย์นี้ก็คือ นวัตกรรมทางการเงิน ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงไปในวงกว้าง ทำให้เราไม่รู้ว่าความเสี่ยงถูกกระจายไปอย่างไร ความเสี่ยงตกอยู่กับใครและมีปริมาณเท่าไร

ในระยะสั้นปัญหาเรื่องสภาพคล่อง ระหว่างธนาคาร คงจะยังเป็นปัญหาที่น่าจับตา กันอย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าเกิดมี “surprise” อะไรใหญ่ๆ ออกมาอีกรอบ ธนาคารที่ว่าใหญ่ๆ ก็อาจล้มครืนได้ครับ ความกลัวแบบนี้ทำให้ สถาบันการเงิน ยังไม่ค่อยไว้วางใจกันและกัน ตลาดการเงินระหว่างธนาคาร (โดยเฉพาะ ในอเมริกาและยุโรป) คงอยู่ในภาวะตึงๆ กันไปอีกสักระยะ

นอกจากนี้ ผลกระทบจากตลาดอสังหา ริมทรัพย์แล้ว สินทรัพย์ที่หนุนหลังโดยสินเชื่อ แบบอื่นๆ เช่น สินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อ ส่วนบุคคล อาจจะกลายมาเป็นข่าวได้ถ้าเศรษฐกิจอเมริกาเข้าสู่ภาวะชะลอตัว

เรื่องนี้ให้ดูกันยาวๆ ละครเรื่องนี้หลายตอนจบครับ ไม่แน่ใจว่าตัวแสดงออกมาหมด หรือยัง

เงินเฟ้อกำลังจะกลับมา?

ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้แทบจะไม่ได้ยินปัญหาเรื่องเงินเฟ้อกันเลย จนบางคนถึงกับยกย่องว่าเงินเฟ้อต่ำทั่วโลกในรอบเกือบสิบปีที่ผ่านมา เป็นความสำเร็จของการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ ทั้งๆ ที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน และโลกมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในระดับที่สูง

แต่บางคนบอกว่าน่าจะเป็นเพราะโชคช่วย มากกว่า เศรษฐกิจในเอเชียซบเซาอย่างต่อเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ ในขณะที่จีนและอินเดียช่วยลดแรงกดดันทางเงินเฟ้อด้วยการเป็น ผู้จัดหาสินค้าและบริการราคาถูกมาป้อนสู่ ตลาดโลก

พอมาถึงตอนนี้ราคาน้ำมันที่ขยับตัวสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง และราคาอาหารและสินค้า เกษตรเริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้น

นอกจากความต้องการที่ขยายตัวอย่าง ต่อเนื่องตามเศรษฐกิจ (ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมาเป็นเวลานาน) และต้นทุน ที่เพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันแล้ว ความต้องการสินค้าเกษตรอย่างข้าวโพด และอ้อย เพื่อนำไป ผลิตแอลกอฮอล์เพื่อใช้ทดแทนการใช้น้ำมันก็มีส่วนทำให้ราคาอาหาร ทั่วโลกเริ่มสูงขึ้นด้วย

ถ้าราคาอาหารสูงขึ้นไปอย่างนี้เรื่อยๆ แบบนี้ มีคนประเมินกันว่าอาจจะถึงขั้นวิกฤต และส่งผลกระทบอย่างหนักต่อประเทศยากจน ที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหาร

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันและอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นยังมีผลต่อการประเมินภาวะเศรษฐกิจอีกด้วย ในอดีตนักเศรษฐศาสตร์เคยใช้ core inflation ที่เอาราคาน้ำมันและอาหารออกจากอัตราเงินเฟ้อ เพราะราคาน้ำมันและอาหารมีความผันผวนสูง แต่ถ้าราคาน้ำมันและอาหารไม่เพียงแต่ผันผวน แต่ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เราคงจะละเลย headline inflation และสนใจเฉพาะ core inflation แต่อย่างเดียวไม่ได้เสียแล้ว...

กองทุนความมั่งคั่งของชาติ (Sovereign Wealth Funds)

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (ไม่แน่ใจว่ามีคำแปลภาษาไทยที่ดีกว่านี้หรือเปล่านะครับ) ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะกำลังกลายเป็นผู้เล่นตัวสำคัญในตลาด การเงินโลก และกลายเป็นข่าวกันอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันอยู่ระดับสูง และหลายๆ ประเทศ (โดยเฉพาะในเอเชีย) กำลังสะสมเงินทุนสำรองจากการเกินดุลการค้า กันอย่างสนุกสนาน ระดับความมั่งคั่งของประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน และประเทศผู้ส่งออกสำคัญ อย่างจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต ฯลฯ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีมูลค่า สูงเกินกว่าที่ใครๆ จะมองข้ามได้ ประเทศเหล่านี้เริ่มที่จะมองหาทางเลือกใน การลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้กับกองทุน

ยกตัวอย่างเช่น ประเทศจีนที่เคยเป็น ผู้ซื้อสุทธิรายใหญ่ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา กลายเป็นผู้ขายสุทธิในปีนี้ ทั้งๆ ที่เงินสำรองระหว่างประเทศของจีนยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีข่าวว่าจีนกันเงินทุนสำรองระหว่างประเทศส่วนหนึ่งไปลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงอย่าง hedge funds, private equity funds ผ่านทางบริษัทลงทุน China Investment Company (CIC) ของจีนเอง

และบทบาทล่าสุดของกองทุนเหล่านี้ คือการเข้าช้อนซื้อสินค้าราคาถูกยามมีวิกฤต เช่น CIC ของจีนประกาศลงทุนกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐใน Morgan Stanley ธนาคารยักษ์ใหญ่ ของอเมริกาที่ขาดทุนจากปัญหาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ จนราคาหุ้นตกฮวบฮาบ ในขณะที่ Temasek บริษัทลงทุน ยักษ์ใหญ่ของสิงคโปร์ที่อุตส่าห์เข้ามาซื้อ Shin Corp ของไทย ซื้อหุ้น Merrill Lynch กว่า 4.4 พันล้านเหรียญ หรือ Government Investment Corporation (GIC) ของสิงคโปร์ อีกเหมือนกัน เข้าซื้อหุ้นในธนาคาร UBS ที่ประสบปัญหาขาดทุน

จนระยะหลังๆ ประเทศยักษ์ใหญ่หลายๆ แห่งเริ่มเป็นห่วงว่ากองทุนขนาดยักษ์ของประเทศเหล่านี้จะกวาดซื้อทุกอย่างจนอาจจะทำให้ เกิดปัญหาเรื่องความมั่นคงทั้งทางเศรษฐกิจ ความปลอดภัย และการเมืองภายในประเทศได้ จนเริ่มมีการเรียกร้องให้มีการควบคุมดูแลการลงทุนของกองทุนเหล่านี้ แต่ก็ยังเป็นปัญหา อยู่ว่าใครจะมีอำนาจควบคุมกองทุนเหล่านี้ได้ ก็น่าสนใจครับ

การเมืองไทยมั่นคง เศรษฐกิจแข็งแกร่ง

เออ...เรื่องจริงครับหรือผมฝันไป ?

เอาละครับ ผมเดาว่าประเด็นเหล่านี้น่าจะ ได้รับความสนใจในปีนี้ ถูกหรือเปล่าปีหน้าค่อย มาตรวจคำตอบกันนะครับ

สวัสดีปีใหม่ ครับ


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 7 มกราคม 2551



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter