Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon


ก่อนตะวันฉาย “ฉาน”

ชื่อหนังสือ: ก่อนตะวันฉาย “ฉาน”

ผู้เขียน: พันเอกเจ้ายอดศึก นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว และ นวลแก้ว บูรพวัฒน์

พิมพ์ครั้งแรก: กันยายน 2550

ราคา: 195 บาท


บันทึกจากผู้เขียน

งานเขียนชุด “ก่อนตะวันฉาย ‘ฉาน’ ” ที่อยู่ในมือท่านผู้อ่านขณะนี้ เป็นงานเขียนเกี่ยวกับไทใหญ่และกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่ รวมเล่มจากบทความที่เขียนขึ้นโดยพันเอกเจ้ายอดศึก งานเขียนสารคดีของดิฉัน และงานเขียนสารคดีเชิงข่าวของคุณนวลแก้ว บูรพวัฒน์ เป็นการทำงานต่อเนื่องมาจากหนังสือ “ไทรบพม่า” ที่สำนักพิมพ์ openbooks เคยตีพิมพ์เผยแพร่มาแล้วเมื่อเดือนมกราคม ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ที่ผ่านมา

ดิฉันเริ่มเข้าไปทำงานกับคนไทใหญ่ที่หมู่บ้านเปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ครั้งที่อายุยังไม่เยอะ เต็มไปด้วยพลังแรง ยังสนุกกับโลกและชีวิต ระหว่างนั้นดิฉันเขียนงานสารคดีมาแล้วมากกว่าสิบปี ส่วนใหญ่เน้นหนักไปด้านสารคดีการเดินทางในต่างประเทศ และเรื่องเกี่ยวกับภูมิปัญญาชาวบ้านไทยทั่วทั้ง ๔ ภาค ต่อจากนั้นการงานก็ได้ชักพาให้ดิฉันขึ้นไปเก็บข้อมูลบนดอยไตแลง ที่ตั้งของกองบัญชาการสูงสุดกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่ อีกหลายครั้ง

การเข้าไปทำงานสัมพันธ์กับคนไทใหญ่และปัญหาชายแดนไทย-พม่า จึงเป็นการ “เปิดพื้นที่” ความรู้ความเข้าใจที่ขยายขอบเขตมากยิ่งขึ้น ทำให้ได้แลกเปลี่ยนทัศนะ และได้ความรู้มากมายจากคนไทใหญ่ ทั้งยังได้รับความช่วยเหลืออย่างมากจากกัลยาณมิตรในแวดวงการทำงาน โดยเฉพาะน้องสาวที่รัก ๒ คนจากนิตยสาร “สาละวินโพสต์” คือคุณวันดี สันติวุฒิเมธี ผู้ทำงานเกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยในพม่าอย่างจริงจังต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน และคุณณัฐพร วิวรรณ ผู้ช่วยสืบค้นข้อมูลภาพถ่ายมีค่าจำนวนมาก ที่นำมาตีพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือเล่มนี้

แต่แน่นอนในฐานะนักเขียนสารคดีอิสระ ซึ่งต้องแบกรับต้นทุนการทำงานทั้งหมดด้วยตัวเอง ทั้งต้นทุนทางการเงิน ต้นทุนทางความเสี่ยงทุกรูปแบบ รวมถึงต้นทุนของกำลังใจที่สูญสิ้น มืดมนในยามวิกฤตไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร แต่สำนึกที่ประจักษ์อยู่ตลอดเวลาก็คือ ชนกลุ่มน้อยที่เราทำงานด้วย เขาทุกข์มากกว่าเรา ลำบากมากกว่าเรา และความลำเค็ญของพวกเขาที่ได้รับรู้มานั้น มันจริงยิ่งกว่าจริง มันไม่ใช่นิยายโรมานซ์ ไม่ใช่หนังฮอลลีวู้ดที่ขายความตื่นเต้นให้ซี้ดปากด้วยความมันเกินขีดจำกัด

แต่ทั้งหมดที่ดิฉันได้รับรู้ นั่นคือ “ความจริง”

ดังนั้นไม่ว่าจะ “หมดสภาพ” แค่ไหน จะเริ่มอายุมาก หมดแรง เฉยชากับความสนุกของโลกและชีวิตไปมากแล้วเพียงใด แต่สำนึกใน “หน้าที่” กลับยิ่งเข้มข้นขึ้น และหน้าที่ของเราก็คือ ต้องทำงาน ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อต่อสู้ให้ข้อมูลที่เรารับรู้ ได้รับการเผยแพร่ออกมา ที่สำคัญก็คือต้องปรากฏในที่สมควรจะอยู่ อันเหมาะควรกับโอกาสและเวลา

ซึ่งตลอดช่วงหลายปีที่ทำงานกับคนไทใหญ่ ดิฉันได้รับความกรุณา ความช่วยเหลือจากเพื่อนและพี่น้องในวงการสื่อมวลชนจำนวนมาก ผู้ไม่อาจนิ่งนอนใจกับการละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรง ดังที่รัฐบาลทหารพม่ากระทำกับชนกลุ่มน้อย และดังที่ผู้นำทางการเมืองไทยบางคนได้เข้าร่วมสังฆกรรมด้วยวิธี “ขาย” ชนกลุ่มน้อยแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ของตนเอง ความฉ้อฉลนี้สื่อมวลชนไทยผู้มีใจยุติธรรม ต่างทนนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้ ดังนั้นไม่ว่าจะถูกปิดกั้นมากเพียงใด ประสบอุปสรรคมากเพียงใด ด้วยสำนึกในการรักความยุติธรรมของสื่อมวลชนไทย ข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับไทใหญ่และชนกลุ่มน้อยชายแดนไทย-พม่า จึงยังสามารถเผยแพร่ออกมาได้

แต่แน่นอนที่สื่อมวลชนซึ่ง “แสบสะเด็ด” ห้ำหั่นกันเอง เห็นความทุกข์และความเดือดร้อนของชนกลุ่มน้อยเป็น “ข่าวร้ายขายดี” เป็นสินค้าชิ้นหนึ่งที่มีมูลค่าพอๆ กับผักปลาราคาถูกไว้วางแผ่แบขายบนแผงกลางตลาด…สื่อมวลชนชนิดนี้ก็มีอยู่จริงเช่นกัน และบุญท่วมหัวแล้วที่ดิฉันสามารถ “ถอน” เรื่องออกมาทัน ไม่ต้องถลำตัวเข้าไปในกระบวนการ “ขาย” ชนกลุ่มน้อย ด้วยกลวิธีสุดทุเรศเช่นนี้

เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล เคยเขียนไว้ในคำนำหนังสือ “แลไปข้างหลัง” ของอาจารย์สมบัติ พลายน้อย เกี่ยวกับการทำงานสารคดีว่า “ถ้าผู้ใดจะคิดว่าเป็นการหากินอย่างหนึ่งแล้ว ข้าพเจ้าก็จะขอเป็นพยานให้ว่า หนังสือสารคดีนั้น เวลานี้ยังไม่มีราคาค่าตัวถึงพอกินเลย และผู้พิมพ์ก็ไม่ยกย่องเท่าเทียบกับเรื่องอ่านเล่นด้วย เพราะฉะนั้น ผู้เขียนเรื่องสารคดี จึงได้รับความพอใจแต่เพียงเห็นหนังสือตัวเองเป็นเล่มแล้วเท่านั้น”

สภาพที่หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัยเคยพบเห็นเมื่อ ๕๐ ปีก่อนเป็นเช่นใด

๕๐ ปีผ่านไป ก็ยังเป็นเช่นเดิม

และเป็นความจริงอีกเช่นกัน ที่งานสารคดีซึ่งดิฉันเขียนมาในหลายเรื่อง หลายประเด็น รวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับคนไทใหญ่นี้ แม้ไม่มี “ราคา” เป็นตัวเงิน มากเพียงพอที่จะคุ้มค่ากับ “ต้นทุน” ทางการเงินที่ลงทุนไป แต่ดิฉันมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า “คุณค่า” ของงานสารคดีเกี่ยวกับคนไทใหญ่และกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่ ที่ดิฉันกับคุณนวลแก้ว บูรพวัฒน์ ได้บากบั่นพากเพียรเสาะหาข้อมูลนำมาเสนอต่อผู้อ่านตลอดหลายปีที่ผ่านมา จะดำรงคุณค่ามีประโยชน์ในระยะยาว ต่อผู้สนใจในปัญหาการเมืองบริเวณพรมแดนไทย-พม่า และใส่ใจให้ความนับถือในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของสามัญชน

ผู้ไม่เคยยอมพ่ายแพ้ และไม่เคยยอมก้มหัวให้กับความอยุติธรรมใดๆ ซึ่งผู้ถืออาวุธในมือได้เหยียบย่ำกระทำต่อชาติพันธุ์ของตน

นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว

บ้านบึงกุ่ม, ๒๕๕๐


สั่งซื้อหนังสือได้ที่นี่



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter