Artvirus - จับเข่าคุยกับ ทวีศักดิ์ หวังรังสีสถิตย์
- สนธยา ทรัพย์เย็น และ ธเนศน์ นุ่นมัน สัมภาษณ์-
filmvirus@yahoo.com
ผลประการหนึ่งของพัฒนาการแบบทุนนิยมก็คือการเติบโตของแนวคิดแบบปัจเจกชนและศิลปินอิสระ ในอดีตที่ผ่านมา พ่อแม่ของเด็กอาจภาวนาขออย่าให้ลูกของตัวเองอยากเป็นศิลปิน เพราะกลัวว่าลูกของเขาต้องมีชีวิตอยู่อย่าง “ไส้แห้ง” แต่ในสิ่งแวดล้อมทางสังคมที่มีการแข่งขันกันสูงในทศวรรษ 2520 และ 2530 สถานภาพใหม่และโอกาสครั้งใหม่ได้เปิดออกสำหรับศิลปินไทย จากอดีตที่ไม่มีการเซ็นชื่อลงในผลงาน เราได้เห็นความสำคัญของคนที่เซ็นชื่อลงในงาน และเห็นศิลปินไทยได้รับการยอมรับและกลายเป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงในปัจจุบัน การสร้างหนทางในอาชีพซึ่งเตรียมโอกาสไว้แสวงหาเงินทองนี้ ก็มักจะหมายถึงการที่จะต้องอุทิศจิตวิญญาณเพื่อปรับให้เข้ากับความพึงพอใจของผู้อุปถัมภ์และผู้บริโภคในตลาด ในกรณีของศิลปะไทย นี่อาจหมายถึงการตอบสนองความปรารถนาของผู้อุปถัมภ์ และผู้สะสมงานศิลปะที่หาผลงานไว้ประดับตกแต่งให้เกิดความบันเทิงใจ และเป็นหนทางที่ปลอดภัยที่สุดในการรักษารูปแบบประเพณีนิยม หรือทางสายกลางไว้สำหรับศิลปิน(1)
ตัวอย่างจากการวิเคราะห์ที่เป็นวิชาการ เป็นลายลักษณ์อักษร บอกว่าทางเลือกที่พอมีอยู่บ้างของคนทำงานศิลปะ อาการลิงโลด กับปัจเจกภาพที่ได้เห็นเสรีภาพในการแสดงออก ไม่ว่า เขาหรือ เธอ คนนั้นจะมาจากสำนักไหนในรั้วสถาบัน พวกเขาไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ไม่ว่าอย่างไร ทุนนิยมก็มีความชาญฉลาดและรู้จักปรับตัวกว่าที่พวกเขาคิด พวกเขาหนีจากเงื้อมมือของทุนนิยมไปได้ยาก
ข้อเท็จจริงที่เป็นเอกสารประกอบโลกศิลป์ใบเล็กๆ นี้ คือการที่ทุนนิยมนั้นมีเงื่อนไขให้ทุกอาชีพกลับไปคิดถึงมันให้จงหนัก เงื่อนไขที่พัฒนาตัวมันเอง โดยไม่รอถามความพร้อมจากฝ่ายไหนทั้งสิ้น อาชีพอื่นปัญหานี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตนัก พวกเขาอาจจะไม่จำเป็นต้องพึ่งพาปัจเจกในการทำงานหรือใช้ชีวิตมากนัก ตำรวจทหารอาจจะฝากปัจเจกไว้ที่ไหนสักแห่ง แล้วค่อยเอาคืนหลังเกษียร(หรือว่าแกล้งลืมมันไปเสียเลย) เงื่อนไขของทุนนิยม สำหรับกลุ่มคนที่มีใจฝักใฝ่ศิลปะ (ไม่ว่าแขนงใด) ทั้งอย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการหลายข้อ พร้อมจะกลายร่างเป็นคำขู่อย่างดีสำหรับคนที่เลือกเป็นศิลปิน ยิ่งมองโลกด้วยสายตาเปี่ยมอุดมคติด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เงื่อนไขทั้งหลาย เป็นเสมือนสนธิสัญญาอำมหิต บังคับให้ผู้ยอมเซ็น เก็บปัจเจกภาพหัวใจแห่งการทำงานศิลปะที่ตนภูมิใจหนักหนาไว้ที่บ้าน ในตู้เก็บของ รอวันเหี่ยวเฉา อนุญาตให้นำติดตัวมาที่ทำงานได้บ้างเท่าที่จำเป็น หรือเพียงพอสำหรับเลือกซื้อเสื้อผ้าหรือของแต่งบ้าน
การเลือกเดินบนถนนศิลปะ จึงมักจะเริ่มที่ฝันร้ายของพ่อแม่ และจบลงที่ฝันร้ายของเจ้าของลำไส้แห้งขอด นับวันจะกลายเป็นเรื่องราวที่ค่อนข้างสะสมหมักบ่มไว้มากมาย และฝันร้ายที่ว่า ก็อาจจะไม่มีวันยุติ ไม่ผิดกับภาพล้อที่ต้องพกอยู่ในกระเป๋าสตางค์ (แทนเงิน) ของแทบทุกคนที่เลือกเดินทางสายนี้ และระหว่างยังไม่สามารถค้นหาทางเลือก ทางออก ที่แยกออกมาจากทางปลอดภัยเดิมๆ ที่สังคมอนุเคราะห์ ด้วยรูปแบบที่เอื้อกับกลไกทุนนิยม น่าเป็นห่วงบรรดาศิลปินที่ยังไม่มีความสามารถในการปั่นผลงานให้กลายเป็นสินค้าแบรนด์เนมได้ พวกเขาจำต้องอดทนต่อไป หรือไม่ก็ต้องยอมรับชะตากรรม หล่อเลี้ยงตัวตน อย่างรู้เท่าทันทุนนิยมที่รุกไล่ มาถึงหน้าบ้าน พูดง่ายๆ ก็คือศิลปินจำต้องช่วยเหลือตัวเองไปก่อนนั้นแล
บทสัมภาษณ์นี้ นอกจากจะจับเข่าคุย ถึงผลงาน แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งของ ทวีศักดิ์ หวังรังสีสถิตย์ แล้ว เป็นการถือโอกาสนี้ขจัดเรื่องน่าสงสัยที่ว่า เมื่อออกมาจากนอกรั้วสถาบันสอนศิลปะ แล้วศิลปินรุ่นใหม่ๆ มีชีวิตอยู่อย่างไร
ธเนศน์ นุ่นมัน – Artvirus

อาร์ตไวรัส ต้องร่ายประวัติกันก่อน ชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็กหรือเปล่า จำความได้ก็วาดรูปเลย?
ทวีศักดิ์ ครับ ตอนเด็กๆ ก็ชอบวาดครับ จำได้ว่าที่บ้านชอบให้วาดรูป จะมีกระดานดำอันเล็กๆ ให้วาด แต่เพราะอะไรจำไม่ได้แล้ว
อาร์ตไวรัส เป็นประเภทชอบเก็บตัวมั้ย เล่นอะไรเหมือนเด็กปกติทั่วไปหรือเปล่า
ทวีศักดิ์ ปกติครับ แต่ตอนเด็กจะขี้อาย อายผู้ใหญ่ เวลาเจอคนแปลกหน้าก็รู้สึกกลัว
อาร์ตไวรัส วาดรูปอย่างเดียว หรือมีงานอดิเรกอื่นๆ ด้วย
ทวีศักดิ์ หมายถึงตอนเป็นเด็กหรือตอนนี้ครับ ถ้าตอนเป็นเด็กก็ทำบาป ฆ่าสัตว์ ตกปลา เล่นโน่นนี่เหมือนเด็กทั่วไป
อาร์ตไวรัส บ้านอยู่ไหนน่ะ
ทวีศักดิ์ เบตงครับ
อาร์ตไวรัส ที่บ้านสนับสนุนให้วาดภาพด้วยหรือเปล่า
ทวีศักดิ์ ครับ ตอนเป็นเด็กก็สนับสนุนนะครับไปประกวดเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะเป็นที่โรงเรียน
อาร์ตไวรัส ชนะมั๊ย
ทวีศักดิ์ ได้ที่ 2 หรือ 3 หรือชมเชย จำไม่ค่อยได้
อาร์ตไวรัส เรียนเก่งมั๊ย ชอบวิชาอะไรเป็นพิเศษ
ทวีศักดิ์ ปานกลางครับ แต่วิชาที่ชอบคือศิลปะ
อาร์ตไวรัส วาดตามโจทย์ เป็นวิวทิวทัศน์ บ้านของฉัน ครูของฉัน อะไรทำนองนั้นหรือเปล่า
ทวีศักดิ์ จำไม่ได้ครับ แต่ชอบวาดรูปสัตว์ พวกยอดมนุษย์ แล้วก็ตัวการ์ตูนญี่ปุ่น
อาร์ตไวรัส ตอนเรียนมหา’ลัยเรียนสาขาหรือวิชาเอกอะไร
ทวีศักดิ์ คณะจิตรกรรม (มหาวิทยาลัยศิลปากร) เอกภาพพิมพ์ครับ
อาร์ตไวรัส แล้วแนวการวาดมีช่วงเปลี่ยนแปลงมั๊ย จากเรียลลิสติกมาเป็นเน้นไอเดียแปลก
ออกไป มันมีเส้นแบ่งมั๊ย หรือว่าแล้วแต่อารมณ์
ทวีศักดิ์ ก็อย่างเรียลลิสติกนี่เขียนเหมือนเป็นการฝึก Study มากกว่า คือตอนเรียนช่างศิลป์ก็มีให้เขียน มันไม่ชัดเจนเท่าไร คือผมไม่ค่อยอยากจะใช้ เพราะถ้าใช้มันจะติด ผมจะดึงมาใช้บางส่วนนิดหน่อย ดูแล้วมันค่อนข้างจะหมกมุ่น ก็เลยสเก็ตช์ออกมาเป็นชิ้นส่วนๆ แล้วก็จับมันมารวมกัน
อาร์ตไวรัส ตอนที่สร้างงาน คิดถึงอะไรบ้าง
ทวีศักดิ์ คิดถึงเรื่องนั้น มันก็ทำให้ตัวเราหมกมุ่น แล้วก็เพี้ยนๆ
อาร์ตไวรัส เห็นว่าไปซื้อก้อนสมองหรืออะไรมา เวลาทำภาพพวกนี้ (ชุดที่นำมาลงเว็บ Open) นึกถึงภาพวัตถุพวกนั้นหรือเปล่า
ทวีศักดิ์ ไอ้พวกอวัยวะภายในหรือก้อนสมองที่ซื้อมา มันมีรูปร่างประหลาดและก็สวยดี ทั้งๆ ที่มันอยู่ข้างในตัวเรานี่แหละ แต่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยๆ เลยชอบ
อาร์ตไวรัส เพราะของพวกนี้ก็เหมือนกับงานอวัยวะอย่างหนึ่งที่มีทั้งด้านสวยและหักล้างในตัวเอง เออ แล้วทำไมต้องทำให้มันต้องมันแวววาวด้วยล่ะ
ทวีศักดิ์ ตอนนั้นเหมือนจะเคลือบอะไรสักอย่าง คือตอนแรกที่ทดลองทำคือพิมพ์ลงกระดาษที่มันเป็นเหมือนกระดาษแก้วหน่อยๆ ใสๆ โปร่งๆ คือไม่อยากให้มันออกมาดิบและดูชัดเจนมากเกินไป อยากให้มันฟุ้งมากกว่านั้น และไอ้ที่ทำเป็นชิ้นส่วนก็เพราะว่าเวลาเราคิดถึงพวกอวัยวะส่วนโน้นส่วนนี้ แล้วเราก็หมกมุ่นกับมันไปเรื่อย แล้วก็จับมันมารวมกันก็ออกมาเป็นอีกรูปร่างหนึ่งที่ประหลาดขึ้น
อาร์ตไวรัส แล้วอย่างตอนที่ทำชิ้นนี้ (Sleeping Eye) นึกถึงสัตว์บ้างมั๊ย เช่นพวกหอย อะไรพวกนี้หรือเปล่า
ทวีศักดิ์ นิดหน่อยครับ หอย เห็ด หรืออะไรที่หนืดๆ มีขนๆ ที่ดูน่าขยะแขยงด้วย
อาร์ตไวรัส อันนี้หัวเหมือนขนมเลยนะ (Lip Story)
ทวีศักดิ์ ก็รวมหลายๆ อย่างครับ มีทั้งปาก หัว นม ตูด ผมหมายถึงก้นน่ะครับ
อาร์ตไวรัส จริงๆ แล้วอยากให้คนรู้สึกถึงอะไรจากการดูงานของเรา
ทวีศักดิ์ ก็สวยๆ หลอนๆ
อาร์ตไวรัส ถ้ามีคนบอกว่ามันอุจาด นี่ก็อยู่ในส่วนที่ตั้งใจด้วยใช่มั๊ย
ทวีศักดิ์ ครับก็มันออกมาแบบนี้ ก็เพราะตั้งใจให้มันออกมาอุจาดอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ออกมาชัดเจนขนาดนั้น ถ้าดูไกลๆ เห็นแค่สีก็นึกว่าอะไรหวานๆ น่ารักๆ

อาร์ตไวรัส นี่คือส่วนหนึ่งที่ทำให้เลือกใช้สีชมพูใช่มั๊ย
ทวีศักดิ์ ใช่ครับ มันก็มากับพวกสีลิปสติก อะไรแบบนั้น ทีแรกก็กะว่าจะใช้พวกลิปสติกมาพิมพ์ แต่ทำไม่ได้ คือสีแบบนั้นพอเอามาพิมพ์แล้วมันไม่ได้ผล เลยเลิกไป
อาร์ตไวรัส ก่อนหน้านี้ที่คุยเรื่อง Woodcut ช่วยอธิบายอีกทีนะว่าทำยังไง ที่บอกว่าไม่ใช่ Woodcut แท้ๆ
ทวีศักดิ์ คือเราทำบล็อกแต่ละชิ้นออกมา อันนี้ต้องสเก็ตช์ ขั้นตอนของมันก็คือต้องทำบล็อก แต่ตอนนั้นผมไม่ค่อยมีเวลาทำ ได้อย่างละชิ้นสองชิ้นเท่านั้นเอง ใช้วิธีแกะทิ้งไปเรื่อยๆ แต่ตอนพิมพ์ช่วงท้ายๆ นี่ใช้ผสมเขียนสีไม้ลงบนบล็อกแล้วก็เคลือบด้วยตัวมีเดียม แล้วก็พิมพ์มือ มันก็จะได้ผลเหมือนมีความนุ่มมาช่วยได้มากขึ้น
อาร์ตไวรัส อันนี้มันคือ Woodcut แบบพิมพ์ครั้งเดียวหรือเปล่า คือได้ภาพเดียว
ทวีศักดิ์ ครั้งเดียวครับ ก็มีบางชิ้นผมพิมพ์สองอัน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นชิ้นเดียวเท่านั้น อย่างเช่นรูปปาก
อาร์ตไวรัส ครั้งเดียว คือบล็อกนี้มันจะใช้ไม่ได้อีกแล้วใช่มั๊ย
ทวีศักดิ์ ไม่ได้ทำบล็อกเยอะครับ คือทำบล็อกเดียวเสร็จแล้วก็แกะทิ้ง พิมพ์เสร็จก็แกะทิ้ง ไล่น้ำหนักไปเรื่อยๆ
อาร์ตไวรัส ในบล็อกเดียวกันหลาย ๆ ครั้ง
ทวีศักดิ์ ไม่ใช่ครับ หมายถึงว่าถ้าพี่จะพิมพ์งานชิ้นหนึ่งเนี่ย พี่ต้องพิมพ์... อย่างสมมุติว่าแกะไปหนึ่งครั้งเราจะพิมพ์หนึ่งสีหนึ่งน้ำหนัก พี่อาจจะต้องพิมพ์กี่แผ่นก็ว่าไป อาจจะแบบละ 3 อีดีชั่นไว้อะไรอย่างนั้น แต่ส่วนใหญ่มันจะเสีย แล้วมาจบที่ชิ้นหนึ่งหรือสองชิ้น เพราะอันนี้มันพิมพ์มือ อาจจะลำบากนิดหนึ่ง
อาร์ตไวรัส แล้วแผ่นไม้นี้ยังใช้ได้มั้ย
ทวีศักดิ์ ถ้าจะมาพิมพ์ใหม่ไม่ได้แล้ว ก็คือถ้าจะพิมพ์ใหม่ก็ต้องทำใหม่
อาร์ตไวรัส แล้วมันต่างจากตอนที่หอศิลป์จามจุรีเปิดสอนทำ Woodcut ยังไง ที่รีดด้วยเครื่อง
ทวีศักดิ์ อันนั้นพิมพ์แท่น แต่อันนี้พิมพ์มือ คือใช้ตัววัสดุที่เป็นไม้หรือช้อน แต่ที่พิมพ์แท่นนั้นมันใช้แค่บล็อกเดียว ไม่ได้ทำหลายสี ยังไงก็ใช้บล็อกนั้นอย่างเดียวก็ได้ แต่อันนี้มีหลายน้ำหนักหลายสี อย่างสมมุติถ้าจะไล่น้ำหนักอันกลมๆ นี้ ก็ต้องแกะ หนึ่ง สอง สาม สี่ ครั้ง คือผมจะเริ่มพิมพ์ตั้งแต่น้ำหนักอ่อน แล้วค่อยๆ ทับไปจนเหลือน้ำหนักเข้ม ส่วนที่เป็นสีเข้มก็จะน้ำหนักเยอะกว่า ก็คือจะเหลือบล็อกน้อยกว่าคือแกะทิ้งไป
อาร์ตไวรัส แล้วมีแรงบันดาลใจจากงานศิลปะอื่นๆ บ้างมั๊ย
ทวีศักดิ์ น่าจะเพลงนะ แบบที่ลามกหน่อยๆ ผมกำลังหมายถึงเพลงของ มามุส เพลงยุคปลาย 80 ของเขาลามกนิดๆ
อาร์ตไวรัส ลามกนี้คือเนื้อร้องเลยใช่มั๊ย (I lick you, I like you to like me to lick you But I don’t need you don’t need you to like me to lick you ตัวอย่าง บางส่วนของเนื้อเพลงที่ชื่อ I Want You, But I Don’t Need You) ตอนนั้น เหมือนเหลียงเคยพูดถึง ดีไซน์ของหลุยส์ บุนเยล ไม่ใช่หรือ
ทวีศักดิ์ อ้อ! ใช่ ลืมนึกไป อันนั้นมีอิทธิพลโดยตรง ชื่ออะไรนะ Phantom of the Liberty
อาร์ตไวรัส ตอนนั้นดูหนังอนิแมชั่นของ Jan Svankmajer คนทำเรื่อง Alice หรือยังนะ ที่ชอบมีพวกลิ้น ตัวอ่อน พวกวัสดุ
ทวีศักดิ์ ไอ้ลิ้นคางคก แมลงวัน จำได้ติดตา อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นก้อนเนื้อคลานออกมา ชื่อ
เรื่องอะไรนะ
อาร์ตไวรัส ภาพพวกนั้นมีส่วนบ้างมั๊ย
ทวีศักดิ์ มีครับ อันนั้นเป็นความน่ากลัวที่ชอบ
อาร์ตไวรัส อย่างรูปพวกสัตว์ที่เคยวาดตอนเด็ก มันน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับรูปพวกนี้บ้างมั๊ย
ทวีศักดิ์ ไม่เกี่ยวครับ นานมากแล้ว
อาร์ตไวรัส ไม่เคยมีอะไรโยงหารูปหอยหรือชิ้นส่วนของนก ปลา คน ใช่มั้ย เป็นความบังเอิญ หรือเพราะเป็นชิ้นส่วนร่างกาย แล้วนี่เป็นอะไร (ภาพ Pelvis) ทำไมตั้งชื่อนี้ (กระดูกเชิงกราน) กระดูกเชิงกรานอยู่ตรงไหนนะ
ทวีศักดิ์ ข้างล่างนี้ เชิงกรานนี้ก็เป็นทั้งอัน อันนี้ก็เป็นสันหลัง
อาร์ตไวรัส แต่นี่ไม่ใช่เรื่องเพศใช่มั๊ย ไม่แน่ใจว่าดูถูกต้องหรือเปล่า
ทวีศักดิ์ ก็แล้วแต่จะคิด หลายๆ ส่วนครับ
อาร์ตไวรัส อันนี้นึกถึงตาแมลงวัน (Diry & Nose)
ทวีศักดิ์ แมลงวันกับถุงน่องมารวมกัน มองได้ความหมายทั้งสองส่วนครับ แล้วแต่ละคนจะคิด ผมก็ใส่เข้าไปสนุกๆ คือซ่อนไว้โน้นซ่อนไว้นี่ อย่างในนี้ก็ 1 อัน 2 อัน 3 อัน 4 อัน
อาร์ตไวรัส อย่างเช่น
ทวีศักดิ์ อย่างอันนี้ (Pelvis) มันดูโปร่ง เหมือนผิวของยาง ใสๆ เหมือนมันมีน้ำครำอยู่ จำไม่ค่อยได้มันนานมาแล้ว แต่รวมๆ แล้วชิ้นนี้มันก็เป็นรูป...(ลากเสียงยาว) ไม่น่าเลย เขินที่จะบอกว่ามันมาจากรูปประกายน้ำ เอามากลับหัวเป็นรูปทรงเชิงกราน แล้วก็เป็นตูด

อาร์ตไวรัส แล้วเวลาวาดพวกนี้ต้องเอาแบบสรีระมาตั้งด้วยหรือเปล่า
ทวีศักดิ์ ก็ดูครับ แบบกระดูก แบบสะโพกผู้หญิง
อาร์ตไวรัส เพราะชุดนี้เป็นลักษณะกลม เป็นก้อนรูปทรงมันวาว
ทวีศักดิ์ ผมพยายามจะให้มันเป็นยางตรงผิวนอก อาจจะทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไร
อาร์ตไวรัส ตอนเข้าเรียน เห็นการทำงานศิลปะพวกนี้ แล้วไม่คิดที่จะมุ่งเป้าเป็นศิลปินบ้างหรือ หรือว่าคนอื่นก็ไม่ได้คิดเหมือนกัน
ทวีศักดิ์ คนอื่นผมไม่รู้ครับ แต่สำหรับผมไม่คิดว่าอยากจะเป็นศิลปินนะ ตอนที่เรียนมันมีอุปสรรคเยอะ อย่างถ้าใครพูดเก่งก็โชคดีไป แต่ถ้าพูดไม่เก่งก็ซวยไป
อาร์ตไวรัส ถ้าอย่างนั้นทุกคนทุกสถาบันจะโดนกรอบตรงนี้ใช่มั้ย ต้องพรีเซ้นท์ แล้วอาจารย์จะเข้าใจ แต่ต้องเป็นแบบนี้นะที่ถูกต้อง นักศึกษารุ่นอื่นๆ ก็โดนเหมือนกันมั๊ย
ทวีศักดิ์ ผมว่าพวกรุ่นพี่ที่ผมเคยรู้จัก ดีกว่า เพราะมีเป็นกลุ่มเป็นก้อน แต่ของผมโดดเดี่ยว
อาร์ตไวรัส อย่างอาจารย์บอกว่าอันนี้คุณต้องอธิบายนะ
ทวีศักดิ์ ขี้เกียจเขียน เพราะแค่เริ่มก็รู้จุดจบแล้ว เขียนไปก็เท่านั้น
อาร์ตไวรัส แล้วปกติจะลงเอยยังไง
ทวีศักดิ์ ก็ดูอะไรที่มันน่าจะผ่าน อะไรแรงๆ ใหญ่ๆ เนี๊ยบๆ ดูดีมีประเด็นอะไรแบบนั้น เดี๋ยวก็ผ่านแล้ว แต่อะไรที่เราอยากจะทำจริงๆ ไม่ได้ทำ หลายคนคิดเหมือนผม
อาร์ตไวรัส ถ้าอย่างนั้นเราจะแยกมั๊ยว่าอันที่อาจารย์จะชอบทางหนึ่ง แล้วที่เราชอบก็อีกทางหนึ่งของเราเอง
ทวีศักดิ์ ก็คิดอย่างนั้นครับ อย่างที่ทำชุดนี้ตอนเริ่มทำก็อยากจะใส่โน่นใส่นี่
อาร์ตไวรัส เดิมอันนี้ก็เป็นงานที่จะเสนออาจารย์ใช่มั๊ย
ทวีศักดิ์ ใช่ แต่งานที่ไม่ผ่านก่อนหน้านั้น ไม่ได้ทำ ก็ถูก Drop ไปจนถึงทุกวันนี้ ไม่ได้ทำต่อ
อาร์ตไวรัส ในที่สุดอาจารย์ก็ให้ผ่าน
ทวีศักดิ์ ใช่ ให้ผ่าน ซึ่งผมไม่แคร์ด้วยว่าตอนนั้นมันจะออกมาแล้วจะรู้สึกอย่างไง
อาร์ตไวรัส คือขั้นแรกเขาก็อนุมัติให้ทำต่อ แต่พอทำแล้วก็หยุดไม่ได้ใช่มั๊ย
ทวีศักดิ์ ก็ไปเรื่อยครับ ซึ่งเขาก็พอใจ
อาร์ตไวรัส สมมติว่าเวลามีอะไรที่เราอยากทำที่สุด แล้วยังไม่ได้ทำ สมมุติอาจารย์ไม่ยินยอมให้ผ่าน เราก็ทำอันอื่นที่คิดว่าเขาสนใจ แต่เราก็เก็บอันที่ไม่ผ่านแล้วทำควบคู่กันไปเป็นไปได้มั๊ย
ทวีศักดิ์ ก็เป็นไปได้ แต่ผมไม่ได้ทำ เพราะแค่งานนี้ไปต่อได้ก็แย่แล้วครับ
อาร์ตไวรัส ถึงตอนนี้ไม่ได้เป็นแบบว่าจะต้องทำงานตลอดเวลา นอกจากที่เป็นภาพสเก็ตช์หรือเฉพาะเวลามีอารมณ์อยากทำ เหลียงไม่ได้ทำงานจริงจังแบบนี้ ลงมือแบบเป็นชุดแบบนี้อีกเลยใช่มั้ย นอกจากรับจ้างทำภาพประกอบหนังสือ มันไม่มีแรงขับ ที่อยากทำอีกแล้วเหรอ
ทวีศักดิ์ มีแต่สเก็ตช์ ไม่ได้จริงจังเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
อาร์ตไวรัส แล้วไม่อยากจะทำเป็นชิ้นเป็นอันเหรอ
ทวีศักดิ์ อยากทำครับ แต่ยังไม่ได้ทำ แต่อย่างไงก็จะทำ
อาร์ตไวรัส ที่ไม่ได้ทำเพราะว่ามันต้องใช้เวลาทุ่มเทหรือว่า เบื่อ อยากฟังเพลงหรือทำอะไรที่ชอบมากกว่า
ทวีศักดิ์ ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นอย่างนั้น แต่ส่วนหนึ่งทำอันนี้มันสนุกดี เพราะทีแรกไม่ได้กะว่าจะทำเป็นอาชีพหรือเป็นอะไร แต่ว่าอยากทำเพราะว่าเหมือนกับพัฒนาให้ก้าวไปข้างหน้าเท่านั้นเอง เพราะถ้าไม่ได้ทำมันก็จะหยุดอยู่ที่เดิม อยากไปเรื่อยๆ
อาร์ตไวรัส กลัวอยู่ที่เดิม กับถอยหลัง กลัวมือตก สเก็ตช์มือแข็ง?
ทวีศักดิ์ ก็กลัวครับ ต่อให้เป็นอย่างนั้นก็ไม่ซีเรียส ก็เพราะจริงๆ แล้ว ถ้าอยากทำอะไรจะอยู่ที่ไหนก็ได้ ต่อให้ต้องถอยหลังอีกก้าวก็เถอะ
อาร์ตไวรัส อย่างพวกสเก็ตช์นี้ทำตอนเรียนจบแล้วหรือเปล่า (สเก็ตช์ภาพเหมือน)
ทวีศักดิ์ เปล่า อันนี้ตอนเรียนอยู่ครับ
อาร์ตไวรัส เป็นคนที่ทำงานละเอียดนะ แสงเงาก็ดี
ทวีศักดิ์ แต่งานออกมาไม่ค่อยละเอียด จริงๆ แล้วหน้าคนควรเป็นหน้าคนปกติ
อาร์ตไวรัส อย่างงั้นเหลียงก็ไม่มีจุดมุ่งหมายเอาจริงเอาตายกับมัน ไม่เคยมีภาวะแบบนั้นใช่มั้ย
ทวีศักดิ์ ถ้าหมายถึงต้องทำให้ได้ ถ้าไม่ได้จะขาดใจตายอย่างนั้นไม่เคยมี

อาร์ตไวรัส รวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วยหรือเปล่า จุดมุ่งหมายชีวิตที่สำคัญไม่เคยวางแผนไว้ใช่มั้ย
ทวีศักดิ์ ไม่ได้ตั้งเป้ายาวมาก ไม่ถึงกับว่า 50 ปี ฉันจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้อะไรแบบนั้น
อาร์ตไวรัส แม้แต่ระยะสั้นก็ไม่คิด ไม่กระตือรือร้น ไม่ได้อยากจะแสดงภาพหรือเผยแพร่ภาพ
ทวีศักดิ์ เผยแพร่ความอุจาดหรือครับ ถ้าจะทำก็ทำไว้ดูเองหรือไม่ก็ให้เพื่อนดูเท่านั้นก็พอแล้ว ไม่ต้องมีงานแสดงก็ได้แล้วครับ
อาร์ตไวรัส ตอนนี้เหลียงก็ยังทำภาพประกอบหนังสือ อย่างอันนี้ทำไมถึงไม่ภูมิใจ ทำไมมองแค่เป็นงานชั่วคราว อย่างรูปนี้ก็ดีนะ อันนี้คือเรื่องอะไรนะ (ภาพเด็กผู้หญิงเดินลงบันได และภาพเด็กหญิงหน้าบ้านเก่า)
ทวีศักดิ์ นิยายผีๆ อะไรสักอย่าง จำไม่ได้แล้ว
อาร์ตไวรัส แล้วที่ไปรับงานอะไรสักอย่างของสายการบิน อันนั้นคืออะไรนะ
ทวีศักดิ์ เขียนภาพเหมือนให้ลูกค้าวีไอพี ในสนามบิน ได้ค่าตอบแทนดีทีเดียวครับ
อาร์ตไวรัส หมายถึงว่าเวลาเข้าไป เราจะวาดใครก็ได้ใช่มั๊ย ตอนนั้นมีรูปไหนที่ภูมิใจมากเป็นพิเศษ
ทวีศักดิ์ ก็มีรูป portrait (ภาพเหมือนบุคคล) มีอยู่คนหนึ่งเป็นคนแขก จากปากีสถานให้ทิปมาใบหนึ่ง แต่ก็ใช้ซื้ออะไรไม่ได้ แลกเป็นเงินไทยไม่ได้ด้วย
อาร์ตไวรัส แต่ทำไมมันถึงเป็นกิจกรรมของสายการบินได้
ทวีศักดิ์ เป็นความร่วมมือระหว่างสายการบินกับมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นโครงการ Thai Artists วาดลูกค้าบนเครื่องบินที่ต้องบินไกลๆ อย่างยุโรป ที่ต้องเดินทางไกลน่าเบื่อๆ แต่ของผมเป็นประเภทที่ต้องอยู่บนพื้นอยู่ในห้อง
อาร์ตไวรัส ตอนเรียน ไม่ได้เป็นคนประเภทแบบว่าตระเวนดูงานศิลปะใช่มั๊ย
ทวีศักดิ์ จะดูในหนังสือมากกว่า อีกอย่างมันสะดวกดีและมีอะไรที่น่าสนใจเยอะ
อาร์ตไวรัส ช่วงนั้นไม่มีงานที่น่าศรัทธาที่ทำให้อยากไปดูเหรอ
ทวีศักดิ์ ไม่รู้เหมือนกัน เหมือนแบบโรคอะไรสักอย่าง อะไรแบบนี้
อาร์ตไวรัส อาจจะเป็นเพราะตัวงาน คงเหมือนกันทุกวงการ อย่างหนังสั้น
ทวีศักดิ์ หนังสั้น จำได้ว่าเคยไปดูมาปีหนึ่งหรือสองปีพวกหนังนักเรียน (หัวเราะ) ไม่ไหวแล้ว สงสาร
กรรมการ ถ้าเราเป็นกรรมการแล้วต้องดูหนังแบบนี้แค่ 3 เดือน คงบ้าตายแน่
อาร์ตไวรัส เขาก็หาที่ชมกันได้แหละ อย่างน้อยก็มีผู้ใหญ่ ไม่เคยมีงดมอบรางวัลเนี่ย แล้วเหลียงชอบแนวไหนมากกว่า
ทวีศักดิ์ น่ากลัวๆ
อาร์ตไวรัส ชีวิตหลอนเหรอ (หัวเราะ) ไม่มีอะไรน่าจะหลอนได้นะ แล้วมีคนต้นแบบ ฮีโร่ที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตมั๊ย
ทวีศักดิ์ จริงๆ แล้วแรงบันดาลใจอีกส่วนหนึ่งก็มาจากหนังสือพี่นั่นแหละ ฟิล์มไวรัสเล่มแรก
อาร์ตไวรัส อ้าว! ตรงไหน
ทวีศักดิ์ ก็ไอ้พวกที่เอามาลงมีแต่เรื่องประหลาดๆ หมดเลย อย่าง บุนเยล, ทาร์คอฟสกี้ คือมีมุมมองประหลาดเยอะ
อาร์ตไวรัส ตอนนั้นยังไม่เคยเห็นชื่อพวกนี้ ตอนนั้นมันยังแปลกๆ อยู่ใช่มั๊ย
ทวีศักดิ์ อีกคนหนึ่งที่ชอบคือ เรย์ คาร์นี่ (ในฟิล์มไวรัส 2) โหดดีคนนี้
อาร์ตไวรัส อ้าว! เหรอ แปลกดี

ทวีศักดิ์ ส่วนหนึ่งก็หนังที่พี่ฉาย เจอ Alice โอ๊ย ! ไม่เคยเจออะไรน่ากลัวแบบนั้น มันเป็นอารมณ์พิศวง ทำให้ผมมองเห็นความงามในด้านพิกลพิการ
อาร์ตไวรัส ก่อนหน้านั้นมันคงมีอยู่ในตัวแล้วมั๊ง
ทวีศักดิ์ ก็มี คิดว่าถ้าเอนท์ไม่ติดที่ไหนก็กะว่าจะไปเรียนที่ศิริราชที่เรียนสเก็ตช์ภาพอวัยวะให้หมออะไรแบบนั้น
อาร์ตไวรัส สอนคนทั่วไปด้วยเหรอ เป็นส่วนหนึ่งของแพทย์เหรอ
ทวีศักดิ์ มันเป็นวิชาบังคับอะไรสักอย่าง ก็มีเพื่อนช่างศิลป์ที่เอนท์ไม่ติดไปเรียนที่นั่น เขียนตาแตก เขียนอวัยวะ แบบนี้น่าสนใจดี
อาร์ตไวรัส เมื่อก่อนเคยชอบ Artist คนไหนเป็นพิเศษบ้างมั๊ย
ทวีศักดิ์ คนไหนเป็นพิเศษ ก็มีหลายคนนะ
อาร์ตไวรัส พวกที่รู้จักกันดีหรือเปล่า อย่าง แวนโก๊ะ
ทวีศักดิ์ ไม่ครับ ชอบพวกฟรานซิส เบค่อน, ฮีโรเนอมุส บอช ภาพโบราณน่ากลัวๆ, และคนที่ปั้นรูปสีน่ารักๆ แต่จำชื่อไม่ได้
อาร์ตไวรัส งานฟรานซิส เบค่อน ก็มีลักษณะทางแหวะอัปลักษณ์นี่
ทวีศักดิ์ ก็ประหลาดดีครับ งานของจอห์น เคลิน ที่ช่วงแรกเหมือนเพ้นท์ผู้หญิงนมเต้าใหญ่ๆ เละๆ พอ
ช่วงหลังเขียนเหมือนคนท้องแบบเป็นภาพแบบโบราณ ผอมๆ น่ากลัวๆ อุ๊ย! ลืม Dead Ringers (หนังของเดวิด โครเนนเบิร์ก) ได้ไง ตอนไตเติ้ลหนังสวยมากเลย ที่เป็นเครื่องมือแพทย์ประหลาดๆ นั่นล่ะ อยากทำอย่างนั้นบ้างจัง น่ากลัว แต่สวยดี
อาร์ตไวรัส ไม่รู้ว่าใช้งานได้จริงหรือเปล่า
ทวีศักดิ์ ดีไซน์เรียวๆ น่ากลัว ลองคิดดู ถ้ามีเครื่องมือแบบนั้นจริงคงน่ากลัวมาก
ถึงตอนนี้ ทวีศักดิ์ เล่าให้ฟังต่อว่า ตัวเขาขอพักทำงานศิลปะ สักช่วงเวลาหนึ่ง จนกว่าเขาจะได้คำตอบ (จากตัวเอง) ว่าจะผลิตมันออกมาให้ใครดู แม้ผลงานของเขาจะน่าสนใจ มีมุมมอง วิธีคิดค่อนข้างแตกต่างจากผลงานศิลปะที่เห็นในท้องตลาด ตัวเขากลับบอกว่า บางครั้งเขาก็รู้สึกเบื่อที่จะผลิตออกมาเพื่อนั่งชื่นชมกันเองในหมู่เพื่อน สำหรับงานเขียนภาพประกอบ ที่เป็นงานที่ต้องทำเพื่อเลี้ยงชีพ เขาบอกว่าหลายครั้งก็เบื่อที่จะต้องเอาใจตลาด ไม่รู้ว่าความพอดี สมดุลระหว่างสองสิ่งอยู่ตรงไหน จะต้องค้นหากันต่อไป เขายังอยากทำงานในทัศนคติของตัวเอง แต่ไม่บอกกำหนดเวลาได้ว่าเมื่อไหร่ บอกแค่ใครจะไปรู้ได้ว่า เวลาในการตัดสินใจเริ่มงานชุดใหม่นั้น จะหมุนมาบรรจบอีกครั้งเมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเข็มหรือตัวเลขที่วิ่งอยู่บนนาฬิกาเดินไปข้างหน้าหรือว่าข้างหลัง แต่จะอย่างไรเสีย ทางเลือกก็คือ ก็ต้องรอเวลานั้นอยู่ดี
เชิงอรรถ
1. ตัดตอนมาจาก ตัดตอนแปลจาก บทสรุปในวิทยานิพนธ์ของ Virginia Henderson, “The Social Production of Art in Thailand : Patronage and Commoditation, 1980-1998, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปีการศึกษา 2540, หน้า 216-230. แปลโดย จักรพันธ์ วิลาสินีกุล



