Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon


พันธมิตร ประชาชน ประชาธิปไตย

ชื่อหนังสือ: พันธมิตร ประชาชน ประชาธิปไตย

ผู้เขียน: สุริยะใส กตะศิลา

พิมพ์ครั้งแรก: มีนาคม 2550

ราคา: 180 บาท


- คำนิยมโดย พิภพ ธงไชย -


เหตุการณ์พฤษภา 35 ได้สร้างคนรุ่นใหม่ทางการเมืองแทนคนรุ่นเก่าที่เป็นคนมาจากเหตุการณ์ 14 ตุลา และ 6 ตุลา หรือที่เรียกว่า “คนเดือนตุลา” ถึงแม้เหตุการณ์พฤษภา 35 คนรุ่นก่อนจะเข้าร่วมมากกว่าคนรุ่นใหม่ก็ตาม

คนรุ่นใหม่หลังเหตุการณ์พฤษภา 35 ที่มีบทบาทเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมืองในระบอบประชาธิปไตย จะมีมิติทางการเมืองและสังคมที่มองไปสู่อนาคตได้ไกลและมีความหวังกว่าคนรุ่น 14 ตุลา เพราะคนรุ่นใหม่รุ่นนี้หลุดจากประวัติศาสตร์คนเดือนตุลา และการต่อสู้ทางอุดมการณ์ในยุคนั้น แต่มีฐานรากที่รักความเป็นธรรมกับรักประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน ในขณะที่คนรุ่นเก่าอยู่ในมิติเผด็จการทหารและทุนอนุรักษ์ แต่คนรุ่นใหม่อยู่ในบรรยากาศเผด็จการทุนนิยมกับกระแสโลกาภิวัตน์ คนรุ่นนี้ที่มีอายุระหว่าง 30-40 ปี เติบโตมาจากขบวนการนักศึกษาและขบวนการทางสังคมที่ต่างจากยุคเผด็จการทหารในอดีต จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549 ซึ่ง “สุริยะใส กตะศิลา” เป็นคนหนึ่งในคนรุ่นใหม่นั้น

การตีความเรื่อง สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ ซึ่งเป็นฐานรากของระบอบประชาธิปไตย จึงเป็นการตีความเพื่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งเป็นสังคมที่มีโครงสร้างเรื่องสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคใหม่ตามแบบโลกยุคไอที แม้แต่การอยู่ร่วมกันและการมีส่วนร่วมในความเป็นภราดรภาพ ก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่คนรุ่น 14 ตุลา ในภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคม จะต้องทำความเข้าใจกับการตีความของคนรุ่นนี้

คำสัมภาษณ์ หรือบทความของสุริยะใสในหนังสือเล่มนี้ ผู้อ่านควรอ่านด้วยฐานความคิดดังกล่าว เพื่อทำความเข้าใจในฐานความคิดใหม่ของสังคมประชาธิปไตย ที่คนรุ่นนี้จะเป็นผู้กำหนดอนาคตประเทศไทยต่อไป

สิทธิเสรีภาพในโลกยุคโลกาภิวัตน์ เป็นเหตุให้เกิดความไร้ประสิทธิภาพต่อการแก้ไขความขัดแย้งในรูปแบบเก่า ที่ทั้ง “ทักษิณ” (รวมคนเดือนตุลา) และ “คมช.” (ซึ่งก็เป็นคนร่วมเดือนตุลา) นำมาจัดการกับสังคมไทย

รอยต่อทางประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยยุคเก่ากับยุคใหม่กำลังจะเริ่มเห็นเด่นชัดขึ้นในทศวรรษนี้ และช่วงรอยต่อทางประวัติศาสตร์นี้ สังคมไทยจะผ่านไปโดยไร้ร่องรอยความรุนแรง หรือมีร่องรอยของการประทับตราความรุนแรงที่มากที่สุดของประวัติประชาธิปไตยไทย เป็นสิ่งท้าทายสังคมไทยอยู่ข้างหน้า และแน่นอน ตัวสุริยะใส ในฐานะผู้นำคนหนึ่งของสังคม ย่อมถูกท้าทายด้วยเช่นกัน

เหตุการณ์ต่อต้าน “ทักษิณ” กับท่าทีต่อ “คมช.” จึงเป็นท่าทีที่แตกต่างกันระหว่างผู้นำนักศึกษาประชาชนในยุค 14 ตุลา และ 6 ตุลา กับยุคสมัยการนำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีสุริยะใสยืนอยู่ในกลุ่มผู้นำด้วยคนหนึ่ง เพราะฐานทางสังคม การเมืองที่ต่างกัน ฐานทางความคิดที่ต่างกัน ความขัดแย้งในการตีความปรากฏการณ์ที่เป็นรูปธรรมของการต่อสู้ จึงเกิดขึ้นในกลุ่มคนที่เคลื่อนไหวทางการเมืองและสังคมที่แตกต่างกัน

ที่น่าสนใจ คนรุ่นใหม่อย่างสุริยะใสจัดการความต่างนี้อย่างไร บทความชุดนี้จะสะท้อนออกมา จึงเป็นเรื่องน่าศึกษาความคิดความอ่านของคนคนนี้ ไม่ใช่เพราะเขาเด่น เขาดัง แต่ศึกษาว่าความคิดแบบนี้จะเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ได้หรือไม่ และเป็นความคิดที่จะกลายเป็นฐานแก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองในอนาคต และสามารถนำพาสังคมไปสู่สังคมประชาธิปไตยในอุดมคติที่เราต่างคาดหวังมาตั้งแต่คณะราษฎรเริ่มก่อการในปี 2475 โดยบุคคลรุ่นใหม่ที่เยาว์วัยและเร่าร้อนเช่นเดียวกันของยุคสมัยนั้น

สังคมไทยหลังเหตุการณ์พฤษภา 35 มีการจัดการความสัมพันธ์เชิงอำนาจของกลุ่มคนในสังคมใหม่ ระหว่างประชาชนกับชนชั้นปกครอง สังคมยอมรับสิทธิเสรีภาพที่ถูกตีความใหม่ให้กว้างขวางกว่าอดีต สิทธิเสรีภาพในระดับบุคคลทุกชนชั้น ถูกยกระดับเป็นสิทธิเสรีภาพของชุมชนและขยายไปถึงสิทธิเสรีภาพในการดูแลสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ การศึกษา และการพัฒนา ซึ่งเป็นการเปิด “ทางเลือก” มากกว่าสังคมที่มีทางเลือกเดียว ที่ชนชั้นปกครองเดิมกำหนดไว้ ดังปรากฏในแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ (ตั้งแต่ฉบับที่ 1 ถึงฉบับที่ 7) เกิดการกระจายอำนาจ เกิดการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐใหม่ การเกิดสิ่งเหล่านี้ สุริยะใสมีส่วนคิด มีส่วนร่วม มีส่วนนำพา มาตั้งแต่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)

เมื่อสุริยะใสเข้าร่วมทำงานในคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ตั้งแต่ปี 2539 ก็มีส่วนร่วมทำให้ความคิดเรื่องสิทธิเสรีภาพในมิติใหม่เข้าไปปรากฏในรัฐธรรมนูญ 2540 และสุริยะใสก็นำพาสาระของรัฐธรรมนูญไทยไปรณรงค์พร้อมๆ กับการเคลื่อนไหวให้ประชาชนตระหนัก จนเกิดปรากฏการณ์ “ทักษิณ” ซึ่งสาระของรัฐธรรมนูญได้ถูกฉีกโดยพฤตินัย สุริยะใสก็เข้าร่วมและนำการต่อสู้ในฐานะเลขาธิการ ครป. เพื่อขจัดรัฐบาล “ทักษิณ” จนการต่อสู้รวมศูนย์เป็น “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” สุริยะใสในฐานะผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ได้เป็นผู้นำทำความเข้าใจในสาระการต่อสู้ “ระบอบทักษิณ” ต่อสาธารณะและสื่อมวลชน ประสานความขัดแย้งทางความคิดในยุทธศาสตร์มาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ 2540 และนำยุทธศาสตร์สันติวิธีที่เรียกว่า “อารยะขัดขืน” มาใช้ในการนำขบวนการประชาชน องค์กรประชาชน นักวิชาการ และสื่อมวลชน ในชนชั้นต่าง ๆ อย่างแหลมคม และยึดมั่นในจุดยืนที่ว่า “จะไม่ละทิ้งประชาชนในระหว่างการต่อสู้กับ ‘ระบอบทักษิณ’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ ‘เผด็จการทุนนิยมใหม่’ จนกว่าจะได้รับชัยชนะ”

บทสัมภาษณ์ในหนังสือเล่มนี้ สุริยะใสจะบอกกล่าวต่อสาธารณะในสาระดังกล่าวมากที่สุดเท่าที่เขาเคยสัมภาษณ์ไว้ในหนังสือพิมพ์ฉบับใด

การมีโอกาสอ่านความคิดและจุดยืนของคนรุ่นใหม่ คนรุ่นสุริยะใส ที่จะนำพาสังคมต่อจากคนเดือนตุลา จะบอกเราได้ว่า สังคมการเมืองไทยในอนาคตจะเป็นเช่นไร การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่สุริยะใสเผชิญอยู่ จะเป็นตัวอย่างการแก้ไขความขัดแย้งของคนรุ่นใหม่ได้หรือไม่ แน่นอนท่าทีทั้งหมดย่อมแตกต่างจากคนรุ่นใหม่ในอดีต ไม่ใช่แค่อดีตในยุคเดือนตุลา แต่แตกต่างถึงอดีตยุคเดือนมิถุนายนของปี 2475

ผู้อ่านและตัวผมเอง คงต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม หน้าที่ของเราคือทำความเข้าใจว่าคนรุ่นใหม่เขาคิดอะไร เสียสละแบบไหน มีอุดมการณ์เช่นไร และมีจินตนาการในการสร้างสังคมใหม่อย่างไร

ผมเองเชื่อมั่นในตัวสุริยะใสว่า อุดมการณ์ ความเสียสละ ความเชื่อมั่น ความมุ่งมั่นของเขา ที่อ่านได้ระหว่างบรรทัดในบทสัมภาษณ์ชุดนี้ รวมทั้งการมีโอกาสได้ทำงานร่วมกันมากว่าทศวรรษ สุริยะใสน่าจะเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ ที่จะทำหน้าที่แทนคนรุ่นก่อนได้ อย่างที่ผมควรจะมีความหวังต่อสังคมไทยในอนาคต

ขอเพียงอย่าให้ความเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงเปลี่ยนจุดยืนของเขา แต่ผมเชื่อว่าสุริยะใสจะมั่นคงในอุดมคติทางสังคมการเมือง และอดทน อดกลั้น ต่อลาภ ยศ สรรเสริญ ที่มากระทบกับตัวตนของเขาในวัยหนุ่มตอนปลาย โดยไม่ละทิ้งประชาชน ในท่ามกลางการต่อสู้ที่ยังไม่ยุติ และคงยังไม่ยุติอีกยาวไกล จนกว่าความเป็นธรรมจะบังเกิดขึ้นในสังคมไทยในทุกมิติ

เส้นทางเดินของสุริยะใส กตะศิลา ยังอีกยาวไกลนัก


สั่งซื้อหนังสือได้ที่นี่



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter