ลม ฟ้า อาหาร
ชื่อหนังสือ: ลม ฟ้า อาหาร (ความเรียงว่าด้วยอาหารและอากาศ)
ผู้เขียน: โตมร ศุขปรีชา
พิมพ์ครั้งแรก: มีนาคม 2550
ราคา: 180 บาท
1.
ฤดูร้อนมาถึงอีกแล้ว แต่มันจะอ้อยอิ่งค้างคาอยู่ยาวนาเหมือนเมื่อปีที่แล้วไหม แล้วฤดูหนาวเล่า จะย้อนกลับมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกสักกี่ครั้งกี่คราว
ฤดูฝนจะโหดร้ายมากขึ้นด้วยสายน้ำม้วนแผ่นดินลงโถมทับซากบ้านและซากศพอีกมากน้อยแค่ไหน ใบไม้จะปลิดปลิวในปลายฤดูหนาวเพราะความแห้งแล้งหรือ แล้วดอกไม้แสนสวยในต้นฤดูร้อนเล่า จะออกดอกพราวเต็มต้นในเวลาที่เรานั่งท่องหนังสือสอบกันอยู่อีกไหม
หรือสิ่งเหล่านี้จะผ่านไปไม่หวนคืนอีกแล้ว
เราอยู่บนรอยต่อของสิ่งต่างๆ รวมทั้งรอยต่อของภูมิอากาศด้วย
โลกกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปไม่หวนกลับ
ฤดูกาลที่เราเคยรู้จักจะไม่เป็นเหมือนเดิมอีก ใบไม้ที่ปลิดปลิวไปแล้ว จะไม่ร่วงคว้างลงบนดินเดิม ย่อยสลายแล้วหวนคืนไปเป็นดอกไม้แสนสวยบนยอดไม้สูงนั้นอีก เพราะดินจะม้วนตัวในฤดูฝน ขุดรากถอนโคนต้นไม้หายไปทั้งหมดไม่เหลือแม้ราก และดอกไม้ที่อย่างน้อยเคยบานช้าลง ก็จะไม่บานอีกแล้ว
วันหนึ่ง เราจะได้เห็นสิ่งเหล่านี้เป็นครั้งสุดท้าย
2.
แม่เป็นคนสอนให้ผมดูกิ่งไม้ สอนให้รู้จักกับสายลม และสอนให้ระแวงระไวกับธรรมชาติ วันนี้นกกระยางบินกลับบ้านเป็นฝูงใหญ่สีขาวพราวฟ้าไหม เหตุใดนกปรอดหัวโขนจึงส่งเสียงร้องอึกทึก พรุ่งนี้มันจะร้องเช่นนี้อีกหรือเปล่า แล้วนกกะปูดตาแดงเล่า มันจะบินมาเกาะที่กิ่งมะม่วงใบเขียวข้างหน้าต่างห้องนอนตอนเช้า แล้วทำเสียงแกรกกรากเหมือนแมวปีนต้นไม้อีกไหม
ทำไมพวกมันถึงทำอย่างนั้น
เมื่อเมฆลอยตัวเป็นสายยาวบนท้องฟ้า แม่มักมองอย่างกังวล เมื่อลมสองสายปะทะกัน จะต้องเกิดการเตรียมตัว อย่างน้อยที่สุด แม่ก็จะจุดตะเกียงสีแดงที่ได้มาจากโบสถ์ แล้วฟ้าร้องก็จะแลบแปลบปลาบอยู่รอบๆ บ้าน ก่อนค่อยๆ เคลื่อนห่างออกไป
ผมจึงชอบนั่งดูความว่างเปล่าของสายลม มองความเป็นไปของอากาศ ทั้งที่หลายครั้งก็มองอะไรไม่เห็น
ไม่ใช่เฉพาะนกเท่านั้น ที่มีชีวิตอยู่ตามความเปลี่ยนแปลงของอากาศ มนุษย์ก็เป็นอย่างนั้น แต่หลายครั้ง ชีวิตในเมืองก็ทำให้เราสังเกตสายลมไม่ได้ เพราะมันมักจะปั่นป่วนเกินไป ไม่ได้พัดตรงไปตรงมาให้เราเห็นเหมือนสายลมในทุ่งกว้าง แล้วเราก็ลืมไปเลย ว่าเรามีชีวิตอยู่ในกระแสอากาศอันยิ่งใหญ่ และความยิ่งใหญ่เหล่านี้ส่งผลกับทุกรูปแบบชีวิตของเรา
ผมจึงมักลืมตัวบ่อยๆ ว่าตัวเองเล็กน้อยแค่ไหน เรามักจะแสวงหาสิ่งต่างๆ มารายล้อม เพื่อปิดบังตัวเองว่าเราเล็กจ้อย เพื่อสร้างอาณาจักรที่เราคิดว่าจะควบคุมมันได้ทั้งหมด
แต่เราทำอย่างนั้นไม่ได้ตลอดไปหรอก
เมื่อลมพัด เราก็จะรู้ว่าเราเล็กน้อยเกินกว่าจะบอกลมให้พัดด้วยความเร็วกี่เมตรต่อวินาที เมื่อฝนตก เราก็กะเกณฑ์ไม่ได้ว่าจะให้ฝนตกลงมากี่มิลลิเมตร เมื่อฟ้าร้อง ฟ้าควรจะร้องด้วยเสียงดังสักกี่เดซิเบล และเราบอกชีวิตได้หรือ ว่าเราควรจะดำรงอยู่ไปตลอดกาล
ไม่น่าเชื่อ ว่าการเขียนบทความต่างๆ ในหนังสือเล่มนี้ ส่วนหนึ่งได้พาผมย้อนกลับไปในวันเวลา พาผมกลับไปหายายในบ้านสีฟ้าสุดซอยเล็กๆ บนถนนสาทร กลับไปสู่คืนวันเก่าๆ เมื่อท่องไปในที่ต่างๆ และได้ค้นพบว่า แต่ละแห่งในโลกล้วนมีอากาศและอาหารเป็นของตัวเอง
เช่นกัน, ผมเชื่ออีกว่า มนุษย์ทุกคนล้วนมีวันเวลาของตัวเอง ขึ้นอยู่กับว่า เราจะค้นพบมันหรือเปล่าว่า วันเวลาของเราคืออะไร อยู่ในฤดูกาลใด มีรสชาติแบบไหนกัน และเราเลือกแล้วใช่ไหม ที่จะทำให้วันเวลาเหล่านั้นเป็นของเรา
หรือบางครั้งเราก็เลือกที่จะค้น, เพื่อไม่ให้พบ
โตมร ศุขปรีชา



