แทบทุกคนที่ผ่านช่วงเวลาวัยเด็กมา มักจะถูกตั้งคำถามว่า โตขึ้นฝันอยากเป็นอะไร เป็นคำถามที่ฮิตติดปากของบรรดาผู้ใหญ่เสมอ
โตขึ้นฝันอยากเป็นอะไร... ถ้าคำตอบในวัยเด็กของข้าพเจ้าคงตอบว่าอยากเป็น นักเขียนการ์ตูนของวอลท์ดิสนีย์ สาเหตุที่ข้าพเจ้าอยากวาดการ์ตูนที่วอลท์ดิสนีย์เนื่องจากในวัยเด็กการ์ตูนของวอลท์ดิสนีย์มีอิทธิพลต่อข้าพเจ้ามาก แม่ของข้าพเจ้ามักจะหาหนัง นิทานของวอลท์ดิสนีย์มาให้ข้าพเจ้าและน้อง ๆ ดู หรือแม้แต่เพลงประกอบการ์ตูนของดิสนีย์ และท้ายเรื่องของการ์ตูนมักจะมีเบื้องหลังการทำงานของหนังการ์ตูนเรื่องนั้น ยิ่งทำให้ข้าพเจ้าซึ่งมีความชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งสนใจมากยิ่งขึ้น ดิสนีย์จึงถือเป็นต้นแบบของการ์ตูนที่ข้าพเจ้าชอบ และเป็นแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าเริ่มหัดวาดการ์ตูนต่าง ๆ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล และได้รับการคัดเลือกให้ไปวาดภาพสีเทียนในตอนนั้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในสิ่งที่ข้าพเจ้าชอบและพยายามสานต่อไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่นั้นมา และก็วาดรูปมาตลอด นับว่าเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่มีความสุขในวัยเด็ก
แต่เมื่อโตขึ้น ข้าพเจ้าได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากขึ้น ทัศนคติเกี่ยวกับความฝันของข้าพเจ้าได้เปลี่ยนไปจากเดิม ข้าพเจ้าวาดรูปน้อยลง ๆ จนวาดได้ไม่ดีเท่าแต่ก่อน แนวทางในการดำเนินชีวิต ความฝัน ก็เปลี่ยนไป และข้าพเจ้าค่อย ๆ ลืมความฝันในวัยเด็ก แล้วในคืนที่ข้าพเจ้าเขียนเรียงความแผ่นนี้ มีคน ๆ นึงถามข้าพเจ้าว่า ข้าพเจ้าฝันอยากเป็นอะไร ข้าพเจ้านึกไม่ออก และเพื่อนของข้าพเจ้าก็บอกว่า ใบไม้ที่เราเห็นว่ามันเคลื่อนไหวได้ บางทีเป็นที่จิตใจ ความคิดเรานั่นแหละที่มันเคลื่อนไหวไปเอง (ไม่ใช่ใบไม้ ที่เคลื่อนไหวได้) และคนเรามักคิดว่าของบางสิ่งเราไม่สามารถครอบครองหรือเป็นได้เพราะในชีวิตจริงเราไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ คำพูดเหล่านี้ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกถึงเรื่องความฝันของข้าพเจ้าในวัยเด็กที่มันค่อย ๆ หายไปจนจำไม่ได้ เมื่อข้าพเจ้าโตขึ้น มีความรู้ขึ้น มีสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปจากเดิม ทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องความฝันก็ถูกกดทับด้วยคำว่าความเป็นจริง หรืออาจพูดได้ว่ามันถูกกดทับด้วยความคิด จิตใจที่เปลี่ยนไปของข้าพเจ้ามากกว่า และทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่าความฝันนั้นเป็นไปไม่ได้
ข้าพเจ้าคิดถึงความฝันในวัยเด็กได้ในที่สุดและตอบเพื่อนไปว่าความฝันของข้าพเจ้าก็คือ อยากเป็นนักวาดการ์ตูนของวอลท์ดิสนีย์ ถึงมันเป็นความฝัน แต่อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งที่ดีที่คน ๆ นึงนึกถึงความฝันในครั้งแรกเริ่มของตนเองได้และสามารถยอมรับ เข้าใจตัวเองว่าเป็นอย่างไร และเป็นจุดเริ่มต้นที่จะเข้าใจและยอมรับคนอื่น ๆ ในสังคมได้ด้วยเช่นกัน
นางสาววาทินี โรจน์ดวง อายุ ๒๑ ปี

