Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
Artvirus
สนธยา ทรัพย์เย็น และทีมงานฟิล์มไวรัส


มหกรรมบ้าหอบฟางที่งานหนังสือและเทศกาลหนังเดือนตุลาคม 2550

- สนธยา ทรัพย์เย็น -


มาอีกแล้ว 2 เทศกาลที่ทำให้ข้าน้อยและอีกหลายคนสิ้นเปลืองงบประมาณกันทั้งเวลาและรายจ่ายอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่ครั้นซื้อ / หรือดู-มาแล้วก็ยังไม่รู้จักอิ่ม เริ่มใหม่ปีหน้าก็หมุนวงจรกระทำซ้ำเดิมไม่รู้เบื่อ ก็นั่นและหนาความสุขของชาวหนอนและนักดูต้นคอที่สักคำว่า “กรรม” ไว้ที่ศีรษะ

โชคหรือเคราะห์ก็เถอะ ปีนี้ทั้ง 2 งานเล่นจ่อหัวปิดท้ายกันแบบราดต้นคอเลยทีเดียว โดยงานมหกรรมหนังสือที่ศูนย์สิริกิติ์ประกอบพิธีกรรมระหว่างวันที่ 17-28 ตุลาคมยังไม่เสร็จดี ฝ่ายงานเทศกาลหนัง World Film of Bangkok ก็ขอเหลื่อมหมัดซ้อนตั้งแต่ 25 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน เอากันแบบตายไปข้าง นี่ดีว่าคอหนังเทศกาลกับคอนักอ่านนั้นมักเป็นคนละกลุ่มกันอยู่แล้ว คนที่บ้าจี้คอเคล็ดกับ 2 งานนี้จึงไม่ได้มีมากแบบที่เราคิดฝันจนโอเวอร์แต่แรก

ว่าแล้วก็ขอเฉไฉถามหน่อยเถอะ ทำไมนักอ่านวรรณกรรมถึงมีรสนิยมหนังย่ำวนไปมา แถมยังขี้เกียจแสวงหาหนังท้าทายสมองตัวเองดูเสียอีก รอดูหนังแผ่นตามศูนย์เช่าแถวบ้านมันสนองหัวใจของนักเขียนแล้วหรือไร ส่วนเจ้าพวกคอหนังก็เหมือนกัน สมองเตี้ยเพลียจ้อย พอใจกับแค่หนังเบาสมอง หรือหนังที่ทำจากนิยายดัง แล้วก็คิดเอาเองว่าหนังกับวรรณกรรมอันนั้น เมื่อเล่าเรื่องเดียวกันก็ย่อมถูไถแทนกันได้หมด

เอวัง ก็ในเมื่อวรรณกรรมต้นฉบับก็ไม่ได้อ่าน หรือหนังต้นฉบับ (ก่อนดัดแปลงเป็นนิยาย) ก็ไม่ได้ดู แล้วชาตินี้จะรู้มั้ยว่าเรื่องบางเรื่องมันไม่เหมาะบอกเล่าข้ามสื่ออื่น น่าเศร้าแท้ คน 2 กลุ่มนี้ช่างประกาศตัวเป็นอนาคตที่น่าพึ่งพิงเสียจริงเทียว (เอ้า ยิ่งพูดก็เข้าตัวเองด้วยนี่หว่า)

เพ้อมาได้ที่ ปากปีนเกลียวพาไปโดยแท้ สงสัยจะมีบาทาลอยฟ้าเผื่อแผ่มามากกว่าธนบัตร แถมเขียนแค่นี้ก็ชักขี้เกียจเสียแล้ว แต่ครั้นเมื่อเริ่มเล่นแล้วก็ต้องต่อให้จบ หวังว่าคราวหน้าคงไม่แสหาเรื่องให้ตัวเองอีกนา

เรามาลองจัดอันดับสารพันหาสาระไม่ได้กันเลยดีกว่า อย่าลืมว่า นี่เป็นเพียงการเชียร์แขก มิใช่การชี้ถูกผิด ของดีเลวในลำไส้ล้วนเป็นไปตามรสนิยมกิน-ถ่าย การฝึกฝนวิดพื้น และการสมัครใจรักใคร่ ความสนุกอันแท้จริงมันอยู่ที่การลุ้นระทึก ความตื่นเต้นต่อหน้าของแปลกหน้าที่ยังไม่คุ้นเคย ไม่รู้จัก ไม่เคยรู้ข้อมูลกันมาก่อน ส่วนเบื้องต้นในขณะนี้ที่เราทำกันได้ก็พูดจากประสบการณ์ในอดีต การคาดคะเนที่ไม่จีรังยั่งยืน และความคาดหวังที่ไม่ควรตั้งตาให้โอเวอร์ หาไม่แล้วกำแพงบาเบล ก็คงบานเบอะ

ย้ำอีกครั้งนี่เป็นการเชียร์แขก เชียร์คนกันเอง เชียร์เพื่อนฝูง เชียร์ตัวเอง (ทำไปได้) และอย่าลืมว่าของฟรีดี ๆ นั้นไม่ (ค่อย) มีในโลก แถมของทุกอย่างต่างมีโฆษณาแอบแฝง


หนังสือชวนตี (สนิท)

1. ช่อการะเกด ฉบับที่ 42

ไม่ต้องเสียเวลาแนะนำกันมากความในที่มาของ บรรณาธิการคนเดิม สุชาติ สวัสดิ์ศรี หรือ สิงห์สนามหลวง ใครที่ศรัทธากับมาตรฐานของบรรณาธิการเครางาม พลาดไม่ได้กับการจับตาดูอนาคตของเรื่องสั้นไทย เล่มแรกหลังจากการหายหน้าไป 9 ปี กลับมาแล้ว พร้อมกับแรงใจผ่านจดหมายของ ส. ศิวรักษ์ และกำลังพลของนักเขียนหน้าใหม่และหน้าคุ้น เช่น ประชาคม ลุนาชัย, เดือนวาด พิมวนา, ภาณุ ตรัยเวช และ ปริญญา ตรีน้อยใส

รวมทั้งข่าวสารและบทความวรรณกรรมสากลในภาคของ “โลกหนังสือ” (กลับมาอีกครั้ง) ที่รวมพลังโดย เฟย์ลิซิตี้ (คนละคนกับ เฟย์ หว่อง), มุกหอม วงศ์เทศ, นพพร สุวรรณพานิช, อุทิศ เหมะมูล, ไอดา อรุณวงศ์ (คนแปล The End of Imagination ของ อรุณธตี รอย / Sculpting in Time ของ อังเดร ทาร์คอฟสกี้) และเจ้าบ้าน Filmvirus ซึ่งเขียนเรื่อง “ศิลปะส่องทางให้กัน” ที่ว่าด้วยการแสดงความคารวะของเหล่านักเขียนมือทองต่อ โจเซฟ คอร์เนลล์ – ศิลปินนักทำกล่อง

หนังสือประเภทนี้คงมีขายไม่กี่ร้านในกรุงเทพฯ และอาจหาไม่ได้เลยในต่างจังหวัด หากอยากได้ก่อนจากที่มีตีพิมพ์ในจำนวนจำกัดสำหรับวางขายในงาน ให้ตรงไปที่บู๊ธของสำนักพิมพ์สามัญชน ทีวีบูรพา หรืออัลเทอร์เนทีฟ ไรเตอร์ส ที่ บู๊ธ N 36 โซน C1 (ชั้นล่าง)

2. คุณนาย ดัลโลเวย์ (Mrs. Dalloway) งานประพันธ์คลาสสิกของเวอร์จิเนีย วูล์ฟ แปลโดย ดลสิทธิ์ บางคมบาง

หากใครที่ได้อ่านหรือดูหนัง The Hours ที่นิโคล คิดแมน นำแสดง แล้วประทับใจ แต่ยังไม่ยอมหาอ่านงานเล่มนี้ คุณจะอ้างว่าซาบซึ้งในโลกมืดของคุณ เวอร์จิเนีย วูล์ฟ เธอได้อย่างไร นี่คืองานเขียนของลูกผู้หญิงชั้นแนวหน้าของวงวรรณกรรมโลกที่ทั้งชายและหญิงควรอ่าน ไม่ใช่แค่เพื่อให้เข้าใจกันมากขึ้น แต่เพื่อให้ได้รับรู้ว่าเทคนิคแนวการเขียนแนวกระแสสำนึกเมื่อ 80 กว่าปีก่อนเขาไปถึงขอบโลกแล้ว นี่ป่านนี้เราชาวไทยเพิ่งได้มารู้จัก นี่ต้องรอ มาร์แซล พรูสต์ หรือ เจมส์ จอยซ์ (ฉบับเล่มเขื่อง) กันถึงชาติหน้าไหมนี่

วางแผงครั้งแรกที่งานมหกรรมหนังสือ บู๊ธสำนักพิมพ์คมบาง N 54 โซนซีชั้นล่าง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.combangweb.com

หรือบล็อกของ “นิมิตวิกาล” http://twilightvirus.blogspot.com/2007/10/mrs-dalloway.html

3. “คือเธอที่เปลี่ยนฉัน” หรือ Big Mouth and Ugly Girl งานเขียนของ จอยซ์ แครอล โอตส์ แปลโดย วนาลี เศรษฐกุล

นี่ก็อีกเล่มที่สำคัญตั้งแต่เหตุผลแรกที่เป็นงานเขียนของ แครอล โอตส์ ซึ่งหางานแปลไทยได้ยากนัก อย่าเกี่ยงไปเลย ว่ามันเป็นเพียงหนังสือวัยรุ่น เพราะระดับ โอตส์ นั้น ย่อมไม่ใช่นักเขียนที่เปลี่ยนแนวเพียงเพราะหวังเงิน เพราะแนวการอ่านความรู้สึกจิตใจของตัวละครนั้นเชื่อขนมกินได้ว่าไม่ใช่กระจอกแน่ ๆ ลำพังแนวเรื่องสยองขวัญโกธิค หรือเรื่องวัยรุ่นไม่ใช่ตัววัดความตั้งใจของนักเขียน และโอตส์ ก็เป็นนักเขียนหญิงรุ่นใหญ่แถวหน้าที่จับงานเหล่านั้น และน่าเชื่อถือพอ เช่นเดียวกับ อลิซ มุนโร

ต่อให้สำนักพิมพ์นี้เขาไม่เคยญาติดีกับเรา ก็ยังต้องเชียร์เพราะอยากให้อุดหนุนของดี ซื้อได้ที่บู๊ธของสำนักพิมพ์อมรินทร์

4. “สามก๊ก : ฉบับคนกันเอง” เล่ม 2 โดย เอื้อ อัญชลี

ถึงจะอ่านแล้วงุนงงกับชื่อจีนที่จำยาก แต่มั่นใจได้ว่า เอื้อ อัญชลี นักเขียนเรื่องสั้นหญิงมือฉมัง ไม่ปล่อยให้คนอ่านนั่งเก้อเซื่องซึมอย่างแน่นอน และนี่คือข้อพิสูจน์ว่าการอ่านหนังสือที่ดี ต้องรวมถึงการอ่านชีวิต และเธอพิสูจน์แล้วว่าเรื่อง สามก๊ก นั้นติดดิน และโยงใยได้เสมอ ตั้งแต่วัฒนธรรมจีน หนังกำลังภายในกิมย้ง หนังโจวซิงฉือ ตลอดจนชีวิตประจำวันของใครที่ไหนในโลก – ใช่ไหมท่านนักวิชาการกำมะลอ

หาซื้อ “สามก๊ก ฉบับคนกันเอง” เล่ม 1 และเล่ม 2 ของ เอื้อ อัญชลี ได้ที่บู๊ธของสำนักพิมพ์มติชน (อีกหนึ่งเจ้าที่ไม่มีความจำเป็นต้องญาติดีกับสนพ. เล็ก ๆ) และอัลเทอร์เนทีฟ ไรเตอร์ (เลือกอ่านเล่ม 1 หรือ 2 ก่อนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องอ่านเรียงเล่มก่อนหลัง)

5. “กระจกเงา / เงากระจก” นิยายของ อุทิศ เหมะมูล (ระบำเมถุน)

ใครที่ติดใจรวม 13 เรื่องสั้นในชื่อ “ปริมาตรรำพึง” ของนักเขียนรายนี้ และงานเน้นคุณภาพของสำนักพิมพ์หวีกล้วย / คมบาง รายเดิม ต้องติดตามการเดินทางของระบำอักษรละลานตาต่อไป จนกว่าจะสดับสำเนียงถึงคำสารภาพที่เยียบเย็นถึงซอกลึก

หากอ่านแล้วยังไม่สาสมในวจีละมุนละไม ให้เดินหน้าต่อที่ 151 Cinema ของ filmvirus สนพ. openbooks ที่นั่น อุทิศร่ายมนต์ภาษาของเขาต่อด้วยการเปิดประตูแห่งภาพยนตร์โลก

6. “ดื่มเบียร์ที่มุมบาร์” นิยายของ Charles Bukowski (สนพ. ข ขวด / คมบาง)

นักเขียนอเมริกันที่ชอบเดินลงขวดเป็นกิจวัตรหลัก และนิยมการเว้าเรื่องจริงแบบห่ามถึงรูขุมขน เรื่องราวชีวประวัติของเขาหลายคนอาจผ่านตาบ้างแล้วกับบทนำของ มิคกี้ รูค ในหนัง Barfly และบทของ แม็ทท์ ดิลล่อน ใน Factorum แต่งานหนังซึ่ง Bukowski ภูมิใจว่าถ่ายทอดงานเขาเป็นหนังได้ดีที่สุดคือเรื่อง Crazy Love (อ่านเพิ่มเติมได้ใน Bookvirus เล่ม 1 ของ ฟิล์มไวรัส)

7. “สัตว์วิกาล ภาพเรืองแสงของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” หรือ Unknown Forces: The Illuminated Art of Apichatpong Weerasethakul

เล่มนี้เรียกว่าพรรคพวกชาว ฟิล์มไวรัส และชาว openbooks บังคับมาให้เชียร์โดยเฉพาะ ก็จะอยู่เฉยได้อย่างไร ลงแรงเหนื่อยเศร้าไปหลายทุลักทุเล หนำซ้ำยังลงขันรีดเงินบาทบานปลายกันขนาดนี้

เอาเป็นว่าเกือบทุกอย่างที่คุณอยากรู้ แต่ไม่กล้าถาม จะเป็นเพราะอาย หรือกลัวเจ้ย กัด (หรืองอนใส่) ก็ตามแต่ มีให้อ่านกันในเล่มนี้ แถมยังมีเปิดใจ เจ้ย กับ ทระนง ศรีเชื้อ ให้อ่านอีกล่ะ เฮ้ย อ่านแล้วไม่เห่าก็แข็งใจเต็มทน

ดูปกเสียก่อน รีบดูซะ ก่อนที่กองเลินเล่อ หรือ “อ.อ.ย.” (อ่อยฉันแล้วเธอจะรู้สึก) จะต้องเต้นผางอีกรอบ มีวางแผงจำนวนจำกัด ไม่เกิน 100 เล่ม คนเขียนยังรอซื้อเอง คนอ่านที่เป็นแฟนหนังเจ้ย – อภิชาติพงศ์ ยิ่งต้องอุดหนุน เพราะกว่าจะวางแผงทั่วไปอาจต้องรอถึงธันวาคม

หาซื้อได้ที่ บู๊ธสำนักพิมพ์ openbooks บริเวณ L 01 แพลนนารีฮอลล์ และ อัลเทอร์เนทีฟ ไรเตอร์ บริเวณ บู๊ธ N 36 โซน C1 (ชั้นล่าง)

8. หนังสือเล่มใหม่ของ ฟ้า พูลวรรักษ์ (ที่ยังไม่รู้ว่าเป็นเล่มอะไร)

งานเขียน Canto หรือเรื่องสั้นของ ฟ้า อาจไม่ตรงรสนิยมของ Filmvirus เสียทีเดียว แต่ก็มีเอกลักษณ์เกินกว่าที่จะอ่านแล้วหลงลืมกลืนหายไปกับหนังสือส่วนใหญ่ อีกทั้งยังไม่ใช่งานสาธารณ์ที่เข้าถึงคนหมู่มากแน่ ๆ เรายังรอคอยอ่านงานรวมเล่มบทสัมภาษณ์คนทำหนังประหลาดชาวไทย (ที่ไม่มีตัวตน) เหล่านั้น อย่างใจจดใจจ่อ ขอบคุณที่กรุณาส่งมาให้อ่าน น่าประหลาดด้วยว่า ฟ้า นี่แหละ ที่เป็นหนึ่งในนักเขียนไทยเพียงไม่กี่คนที่เข้าใจที่มาของแรงบันดาลใจทางศิลปะ และงานภาพยนตร์นอกกระแสมากที่สุด

9. Blog Blog หนังสือเก่าของ อาจารย์หนุ่มไฟแรงล้น ปกป้อง จันวิทย์ อดีตบรรณาธิการ open online ของเรานี่เอง

งานเขียนเล่มนี้เป็นมากกว่าบันทึกของนักศึกษาไทยในต่างประเทศ และเป็นมากกว่างานเขียนแห้งแล้งของนักวิชาการเศรษฐศาสตร์ ลีลาการเขียนเรียบง่ายสะท้อนมุมมองที่พยายามเข้าใจถึงปัญหาและข้อจำกัดในตัวมนุษย์ทุกผู้นาม ไม่ว่าจะมีแนวคิดทางการเมือง หรือระดับชนชั้นที่แตกต่าง

10. “เขียนถึงญี่ปุ่น” โดย ปราบดา หยุ่น (สนพ. ไต้ฝุ่น)

ปราบดานั้นหน้าตาดี ใคร ๆ ก็รู้ แต่น้อยกว่านั้นที่รู้ว่าเขามีอารมณ์ขันและมุมมองกวนทีนไม่ธรรมดาที่สะใจชาว filmvirus และชาวไต้ฝุ่นอยู่ไม่น้อย สำหรับคนที่ติดตามอ่านงานของเขามาโดยตลอดย่อมรู้ว่าชิ้นส่วนที่เรียกว่า “ญี่ปุ่น” นั้นเป็นซีกสำคัญในใจและร่างของปราบดา เฉกเช่นเดียวกับร้านคิโนคุนิยะ หรือห้องสมุดมูลนิธิญี่ปุ่นที่ไม่อาจร้างราเงาของเขาอย่างเด็ดขาด

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม และวันเวลาแจกลายเซ็นที่ http://www.typhoonbooks.com/

แล้วอย่าลืม หนังสือของเครือฟิล์มไวรัส ตอนนี้มีออกมา ฟิล์มไวรัส เล่ม 1- เล่ม 5 (ปิดท้ายซีรี่ส์ตัวเลขด้วยเลข 5) รวมทั้ง Bookvirus เล่ม 1 และ 2 ทั้งหมดนี้ที่บู๊ธ Alternative Writers บู๊ธ N 36 โซน C1 (ชั้นล่าง) และบางเล่มเช่น 151 Cinema (หนัง 151 เรื่องที่ชาวฟิล์มไวรัส อยากให้ชม) กับ The 8 Masters (รวม 8 ผู้กำกับหนังระดับโลก) ที่บู๊ธของ openbooks เอง อำนวยการขายโดยเจ๊เล็กที่ไม่ชอบรับฝากหนังสือ ฟิล์มไวรัส (บู๊ธสำนักพิมพ์ openbooks บริเวณ L 02 แพลนนารีฮอลล์)


หนังชวนเด็ดดมที่งาน World Film Festival of Bangkok 2007

1. Fred Kelemen Masterclass-ราตรีวิเวกกับ Fred Kelemen

โปรแกรมแรกก็ต้องเชียร์ของตัวเองก่อน กับ เฟรด เคเลเม็น หนุ่มเยอรมันหน้าตาดีที่รับชวนจาก Filmvirus และเทศกาลหนัง World Film ให้มาจัดงานมาสเตอร์คลาส ฉายหนัง-งานละครเวที พูดคุยกันอย่างใกล้ชิด

โครงการนี้เหมือนโครงการในฝันที่ไม่น่าเชื่อว่าเกิดขึ้นได้จริง หลังจาก Filmvirus แอบฝันอยากฉายหนังของเขามาเนิ่นนานร่วม 7 ปี ไม่อยากให้พลาดชมกัน เพราะพลาดคราวนี้อาจหาชมไม่ได้อีก

เฟรด เคเลเม็น นั้นเป็นผู้เขียนบท-อำนวยการสร้าง-ถ่ายภาพ และกำกับหนังเรื่องล่าสุดคือเรื่อง Fallen การมางานเทศกาล World Film ครั้งนี้ เขาจะมาร่วมเป็น 1 ในคณะกรรมการตัดสินรางวัลอีกด้วย

โปรแกรมภาพยนตร์ของ Fred Kelemen ที่ Esplanade Cineplex

Fallen (Krisana) ฉายวันที่ 26 ตุลาคม 2550 เวลา 17. 40 น. และรอบสองวันที่ 2 พฤศจิกายน 2550 เวลา 20.20 น. (เฉพาะในรอบที่ 2 มีพูดคุยกับผู้กำกับ Fred Kelemen)

หนังของ Bela Tarr ที่ Fred Kelemen เป็นผู้กำกับภาพ คือเรื่อง The Man from London ซึ่งเข้าประกวดที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ปีล่าสุดนั้น สร้างจากหนังสือภาษาฝรั่งเศสของนักเขียนแนวอาชญนิยายชาวเบลเยี่ยม- จอร์จส์ ซิเมนง นิตยสาร Sight and Sound กล่าวว่างานถ่ายภาพขาวดำแนวฟิล์มนัวร์ในเรื่องนี้ของ Fred Kelemen นั้นทรงพลังนัก บางฉากถ่ายกันอย่างประณีตถึง 20 เทคทีเดียว และหนังเรื่องนี้ก็กินเวลาสร้าง 2 ปีกว่าจึงแล้วเสร็จ เพราะผู้อำนวยการสร้างด่วนฆ่าตัวตายไปเสียก่อน ทีมงานต้องใช้เวลานานกว่าจะกลับมารวมพลังใจขอทุนสร้างเพิ่มเพื่อถ่ายทำจนจบ

The Man from London ฉายวันที่ 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา 20.10 น. และวันที่ 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา 15.30 น.

อ่าน “เฟรด เคเลเม็น” คือใครใน บทความ ราตรีวิเวกกับ Fred Kelemen http://twilightvirus.blogspot.com/2007/10/fred-kelemen.html

Fallen (ราตรีวิเวกกับ Fred Kelemen)

งานราตรีวิเวกกับ Fred Kelemen ที่ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) จัดร่วมกับ สถาบันเกอเธ่ พระจันทร์เสี้ยวการละคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ และเทศกาลหนัง World Film มีตั้งแต่วันที่ 5 – 8 พฤศจิกายน 2550 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป โดย 2 วันแรกนั้นจัดที่ สถาบันเกอเธ่ ถ. สาทรใต้ และ 2 วันหลังที่สำนักหอสมุด ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ตรวจสอบรายละเอียดโปรแกรมที่ www.dkfilmhouse.blogspot.com หรือ www.twilightvirus.blogspot.com

2. รายการ A Nos Amours (To Our Loves) Masterclass

สถานทูตฝรั่งเศสนำหนังฝรั่งเศสคลาสสิกยุค 80 เรื่องนี้ของ Maurice Pialat มาเป็นตัวอย่างสาธิต โดยมีวิทยากรฝรั่งเศสมาเป็นผู้บรรยาย ดำเนินรายการเป็นภาษาอังกฤษและไทย

Maurice Pialat เป็น 1 ในผู้กำกับฝรั่งเศสที่ทรงอิทธิพลแก่ผู้กำกับหนังฝรั่งเศสในยุคปัจจุบันหลายคน อาทิ Olivier Assayas, Claire Denis และ Catherine Breillat เป็นต้น

3. อย่าพลาดเชียวอีกหนึ่งโปรแกรมทอง Phantom Love หนังหลอนทรวงของเจ้าแม่กรีดวิญญาณ Nina Menkes

งานนี้ Filmvirus ส่งแรงเชียร์ให้บิ๊ก บางกระบือ แห่ง World Film ติดต่อหนังมาจัดฉายกันตั้งแต่หลายเดือนก่อน เสร็จแล้วก็ลุล่วงได้หนังมาฉายสมใจ เกือบแล้วไหมล่ะ เกือบได้ตัวนางมารมาเมืองไทยอยู่หวุดหวิด เธอเองก็อยากมามาก ๆ แต่จังหวะไม่ดี แม้จะคลาดไปนิด แต่อย่างน้อยก็ได้ตัวหนังและผู้อำนวยการสร้างมาแทน

อ่านประวัติและผลงานคุณ Nina Menkes ผู้กำกับหญิงอเมริกันจอมแสบแห่งวงการที่ชาตินี้ขอทำหนังน้อยเรื่องแบบตามใจตูข้า ดีกว่าตามใจนายทุน เธอเปิดใจหมดเปลือกแบบไม่มีเม้มในบล็อก “นิมิตวิกาล” ฉบับวันที่ 1 ตุลาคม 2550 : http://twilightvirus.blogspot.com/2007/10/phantom-love.html

4. รายการหนังชุด Retrospective ของ Percy Adlon

แม้ว่า filmvirus จะไม่ปลื้ม Bagdad Café ของ Percy Adlon เท่าไรนัก แต่ก็คิดว่าหลายท่านคงชอบ Bagdad Café ได้ไม่อยาก ส่วนตัวอยากแอบกระซิบให้ชม Celeste ซึ่งสร้างจากบันทึกของหญิงสาวนาม เซเลสเต้ ที่ว่าด้วยการรับใช้ มาร์แซล พรูสต์ –นักเขียนระดับตำนานก่อนที่เขาจะเสียชีวิต

เรื่อง Celeste นี้ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส) ตั้งท่าจะจัดฉายอยู่หลายครั้ง แต่ยังไม่สบโอกาส คราวนี้เป็นโอกาสดีที่ท่านจะได้ดูเป็นฟิล์ม 35 มม. เหล่านักอ่านคอวรรณกรรมพยายามทำตัวให้ว่างไว้เถิด เพื่อดูเปรียบเทียบกับ Mary Reilly ที่ จูเลีย โรเบิร์ตส์ แสดงเป็นสาวใช้ให้ โรเบิร์ต หลุยส์ สตีเวนสัน ขณะแต่งเรื่อง “หมอลามก” (Dr. Jekyll and Mr. Hyde)

ว่าไปแล้วแนวทางหนังหรือวรรณกรรมอิงประวัตินักเขียน / ศิลปิน กับตัวผลงาน อาจมีที่มาจากบันทึกของสาว Celeste ก็ได้ ใครจะไปรู้ แถมยังลากยาวมาถึง “หญิงสาวกับต่างหูมุก” ของ เทรซี่ เชวาเลียร์ ด้วยอีกเรื่อง

อนึ่ง Marcel Proust คือผู้แต่ง A la recherche du temps perdu (In Search of Lost Time หรือ Remembrance of Things Past) ซึ่งถือเป็นวรรณกรรมคลาสสิกของฝรั่งเศสที่โลกรู้จักกันดีในฐานะเบ้าหลอมของวรรณคดีแนวกระแสสำนึก

อีกเรื่องของ Percy Adlon ที่น่าสนใจคือ Salmonberries ที่ได้ โรเซล เช็ค จากหนัง Veronika Voss ของ ฟาสบินเดอร์ มาแสดงนำคู่กับนักร้องสาวหล่อชื่อดัง K.D. Lang

อ่านบทความ Percy Adlon คนสองโลก ของ filmsick ได้ในนิตยสาร Filmax ฉบับเดือนตุลาคม 2007

5. Studio Gibli Special

รวมหนังฮิต 5 เรื่องของ ฮายาโอะ มิยาซากิ ตั้งแต่ Laputa, My Neighbour Totoro, Kiki’s Delivery Service, Pom Koko และ Tales from the Earthsea ใครที่ดูดีวีดีไปแล้วยังมีโอกาสดูใหม่ เอาให้ประทับใจกันไปข้าง

แปลกดีเหมือนกัน ที่ประเทศไทยคงเป็นประเทศเดียวที่การ์ตูนไร้พิษภัยของ มิยาซากิ ไม่มีโอกาสเข้าฉายในโรงใหญ่ บริษัทมงคลฟิล์มบ้านเราเล่นซื้อลิขสิทธิ์แล้วดองกันได้ตั้งหลายปี ข่าวว่าหลังจากงาน World Film คงมีหนังมิยาซากิ เข้าโรงได้สักเรื่อง ลิโด้ โรงเดียวก็ยังดีเอ้า แหม จะดูยากอะไรกันนักกันหนา เด็กชาติไหนก็ดูสนุกได้ทั่วโลก พับผ่าเถอะ!

อ่านบทสนทนาระหว่าง มิยาซากิ และปรมาจารย์การ์ตูนฝรั่งเศส โมเบียส (Moebius) ผู้เป็นแรงบันดาลใจซึ่งกันและกันได้ใน หนังสือ Bookvirus เล่ม 2 ของ filmvirus

6. คารวะ จางอ้ายเจีย หรือ Sylvia Chang

เธอเล่นหนังมาร่วม 100 เรื่อง และปัจจุบันมีผลงานกำกับ หนังเธอมีทุกแนว ตั้งแต่บ้าบอคอแตก Aces Go Places ทั้ง 2 ภาค หรือ “ความรักในหอแดง” ที่ร่วมแสดงกับ หลินชิงเสีย และ หมีเซียะ (หลินชิงเสีย คงติดใจแสดงบทหนุ่มจากเรื่องนี้ จนกลายไปเป็นหญิงห้าว หรือหญิงปนชายใน The Swordman, “นางพญาผมขาว” จนกระทั่ง Chungking Express

20-30-40

บทเด่นของ จางอ้ายเจีย ก็เช่นหนังของ แสตนลี่ย์ กวาน เรื่อง Full Moon in New York ที่เธอแสดงนำกับ จางมั่นอี้ และหนัง That Day on The Beach ที่เธอทำกับกลุ่มผู้กำกับหน้าใหม่อย่าง เอ็ดเวิร์ด หยาง

แต่ในงาน World Film คราวนี้เธอยืนยันความมั่นใจด้วยการนำงานเขียนบท-กำกับที่เธอภูมิใจที่สุดเรื่อง 20-30-40 มาเสนอ (แม้ว่าจะเคยเข้าฉายในเมืองไทยและมีวีซีดีพากย์ไทยให้เช่าตามศูนย์วีดีโอทั่วไปแล้วก็ตาม)

อ่าน http://twilightvirus.blogspot.com/2007/10/world-film-bkk-2007.html

7. หนังทดลองของ สุชาติ สวัสดิ์ศรี

พักหลังหนังชุดนี้ตระเวนหลายงาน ตั้งแต่งานของ ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ ( ฟิล์มไวรัส) ทัวร์เหนือล่องใต้ ยะลา ภูเก็ต งานของไบโอสโคป งานของมูลนิธิหนังไทย และคราวนี้งาน World Film ใครที่พลาดชมคราวก่อน ๆ รอชมจอใหญ่อิ่มตาได้อีกครั้ง รับรองว่าไม่ทำให้อับอายศักดิ์ศรีคอวรรรณกรรมเพราะสิงห์สนามหลวง ท่านนี้นอกจากเขียนเรื่องสั้น เป็นบรรณาธิการ วาดรูป ทำภาพพิมพ์แล้ว หนังสั้นก็ทำได้ ทั้งแบบหนังทดลองภาพบริสุทธิ์ และแบบหนังเล่าเรื่อง (คนส่วนใหญ่จะถนัดทำเพียงแบบใดแบบหนึ่ง หายากที่ใครจะสันทัดทั้ง 2 กรณี) ใครที่คาใจเรื่องศิลปะ และเรื่องการเมืองไทยทั้งยุค 14 ตุลาและยุคทักษิณมีสางไขให้ในหนังชุดนี้

อ่านบทความละเอียดเกี่ยวกับหนังชุดนี้ในนาม “ศิลปะวิถีของ สุชาติ สวัสดิ์ศรี” โดยฝีมือการเขียนของ กัลปพฤกษ์ ได้ที่ http://www.onopen.com/2007/02/1428 และของ Filmsick ได้ที่ www.twilightvirus.blogspot.com

8. To Each His Own Cinema (Chacun Son Cinema)

จะเกิดอะไรเมื่อ แชมป์เก่าเมืองคานส์ รับเชิญมาทำหนังเฉลิมฉลองการดูหนังเมืองคานส์ ศิษย์เก่าทั้งหมด เช่น วิม เวนเดอร์ส, โรมัน โปลันสกี้, ทาเกชิ คิตาโน่, หว่องกาไว, เจน แคมเปี้ยน, อับบาส เคียรอสตามี่, อามอส กิไต้, โอลิวิเยร์ อัสซายาส, จางอี้โหมว, ลาร์ส ฟอน เทรียร์, เดวิด โครเนนเบิร์ก, ยูเซฟ ชาฮีน, เฉินไค่เก๋อ และอื่น ๆ อีกมากนับไม่หมด รับคำมาทำหนังสั้นให้เทศกาลหนังเมืองคานส์

9. มี 2 โปรแกรมฮาร์ดคอร์

Egg

คือ Egg หนังตุรกีของเลือดใหม่ไฟแรง Semih Kaplanoglu ที่เคยมีหนัง Angel’s Fall ซึ่งสืบสานสไตล์ อังเดร ทาร์คอฟสกี้ และ โรแบร์ต เบรซง มาอย่างเหนียวแน่น ส่วนอีกเรื่องคือ Import /Export ของ Ulrich Seidl ที่เคยทำ Dog Days ได้เย็นเยือกสมกับเป็นเลือดออสเตรียนตระกูลใกล้คียงกับญาติของผู้กำกับ มิฆาเอล ฮาเนเก้ แห่งหนังโหด Funny Games

10. มหัศจรรย์แห่งชีวิต

หนังโรมาเนียเรื่อง 4 Months, 3 Weeks and 2 Days จะพาคุณไปดูนรกแห่งการทำแท้ง นี่คือหนังของผู้กำกับหน้าใหม่จากประเทศที่ไม่ใช่ตัวเต็งซึ่งได้รับรางวัลปาล์มทอง โดยผ่านกรรมการอย่างนักเขียนรางวัลโนเบลอย่าง ออร์ฮาน พามุค, นักแสดง จางมั่นอี้-โทนี่ คอลเล็ตต์-ซาร่าห์ พอลลี่ย์ และผู้กำกับหนังดังอย่าง มาร์โก้ เบลล็อคโค่ และ สตีเฟ่น เฟรียร์ส (The Queen)

อ่านเพิ่มเติมที่ “นิมิตวิกาล” http://twilightvirus.blogspot.com/2007/09/3.html

นอกจากนี้ตัวงาน World Film ยังอุดมไปด้วยเซอร์ไพรซ์ที่รอคุณค้นพบ ทั้งการฉายหนังเงียบบรรเลงดนตรีสดของ Georges Melies, หนังสารคดีบัลแกเรีย หนังเอเชียแนวเรียบร้อย และแนววาบหวามของเสี่ยวคัง แห่ง I don’t want to sleep alone รวมทั้งหนังเชกเรื่องใหม่ของ Jiri Menzel แชมป์เก่าออสการ์จาก Closely Watched Trains ที่คราวนี้นำนิยายดังของ Bohumil Hrabal เรื่อง I Served the King of England มาถ่ายทอด

นักเขียนนิยายท่านนี้ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ Milan Kundera ยกย่องมาก ทาง Filmvirus ยังไม่เคยอ่านเล่มนี้ แต่จำได้ว่าเคยชอบเรื่องหนังสือเรื่อง Too Loud A Solitude ของ Hrabal อยู่พอควร ถ้าว่างและชอบงานขำขันทะลึ่งทะเล้นของผู้กำกับ Jiri Menzel ก็อยากให้มาชม (ถ้าไม่เปลี่ยนแนวการทำหนังไปแล้วนะ) การมาเมืองไทยของ Menzel คราวนี้คงเป็นครั้งที่ 3 ได้แล้วแหละ

ตั๋วหนังแค่ 100 บาท มีตั๋วแพ็คเกจ และตั๋วนักศึกษาราคาประหยัดเข้าไปอีกขายด้วย ตรวจสอบโปรแกรมวันฉายที่ www.worldfilmbkk.com



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter