Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
Artvirus
สนธยา ทรัพย์เย็น และทีมงานฟิล์มไวรัส


คนโง่(แสร้ง)เง่า

BORAT: Cultural Learnings of America for Make Benefit Glorious Nation of Kazakhstan

DIRECTED BY LARRY CHARLES


- อุทิศ เหมะมูล -


หนังสุดฮอต ฉาวโฉ่ และเรียกเสียงหัวเราะแบบแสบสันต์เป็นที่ถูกจริตอเมริกันชนอีกเรื่องหนึ่งประจำปีนี้ หนังม้ามืดที่ ‘เล่นล้อ’ กับเหล่าประเด็นแรงๆ ทั้งชาติพันธุ์ พรมแดนประเทศ วัฒนธรรม และความเปิ่นเทิ่งที่เห็นขำของหลากพฤติกรรมอเมริกันชน จนหนังชื่อยาวเหยียดเรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนแซ่ซ้องทั้งจากคนดูและนักวิจารณ์สามารถก้าวเข้าสู่เวทีรางวัลใหญ่ๆ ทั้งโกลเด้น โกลปและออสการ์

BORAT หนังเลียนสารคดี หรือ แสร้งสารคดี (Mockumentary) เรื่องนี้ใช้ลูกเล่นแพรวพราวในการผสมผสานบอกเล่าเรื่องราวเชิงสารคดี แต่ที่จริงแล้วหลายฉากหลายตอนมีการ ‘จัดสร้าง’ ‘ตกแต่ง’ ให้ดูเหมือนหนังสารคดีเท่านั้นเอง เป็นการเล่นล้อกับกระบวนการสร้างอีกทั้งยังสำทับการล้อเลียนเสียดเย้ยให้เห็นขันในด้านเนื้อหาเรื่องราวอีกด้วย

เรื่องมีอยู่ว่า นายบอเรต ซัคดิยีฟ (Sacha Baron Cohen) นักข่าวชาวคาซัคสถานผู้มีชื่อเสียงและเป็นที่ชื่นชอบของคนในประเทศ ได้รับทุนจากรัฐบาลคาซัคสถานให้ไปเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากวิถีอเมริกันชน ในดินแดนเจ้าโลกอย่างอเมริกา เพื่อนำกลับมาศึกษาและพัฒนาประเทศของตนต่อไป หนังเปิดเรื่องด้วยนายบอเรตแนะนำสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนชาวคาซัคสถานอันเป็นภูมิลำเนาบ้านเกิดของเขา ซึ่งแน่นอนต้องเป็นสภาพแบบประเทศโลกที่สามสุดๆ ผนวกเข้ากับวิถีชีวิตและสัมมาชีพที่คนภายนอกมองว่าประหลาดพิสดาร เช่นการมีน้องสาวเป็นโสเภณี (แต่คนในครอบครัวก็ยอมรับได้) วัฒนธรรมชายขอบแปลกต่างเหล่านี้ถูกบอกเล่าให้เห็นเป็นเรื่องขำขันผ่านสายตาบ้านนอกเดียงสาอย่างบอเรต

บอเรตเดินทางถึงอเมริกาพร้อมโปรดิวเซอร์คู่บุญ อซามัต โดยเริ่มต้นดำเนินการถ่ายทำสารคดี ‘คนต่างถิ่น’ ตั้งแต่มาถึง เขาเข้าไปทักทายผู้คนเดินถนนในนิวยอร์กตามวัฒนธรรมของเขา แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างหวาดระแวงและเห็นเขาไม่ต่างจากโรคร้าย บอเรตเข้าคอร์สเรียนรู้วัฒนธรรมตลกของอเมริกันชน และพบว่าเรื่องตลกที่เขานำติดตัวมาเผยแพร่เป็นตลกที่ไม่เหมาะกับกาลเทศะอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาเหล่านั้นเองบอเรตได้พบ พาเมล่า แอนเดอร์สันผ่านทางทีวีจากซีรี่ย์เรื่อง Baywatch เขาหลงใหลเธอทันที ปักใจว่าจะต้องแต่งงานกับเธอให้ได้ แผนการทำสารคดีของบอเรตเปลี่ยนทิศทางไปยังแคลิฟอร์เนีย โดยออกตามหาสาวเจ้าเสน่ห์คนนั้นให้พบ

บอเรตยอมซื้อรถขายไอศกรีมบุโรทั่งคันหนึ่งขับเคลื่อนมุ่งหน้าสู่แคลิฟอร์เนีย ระหว่างทางเขายังคงถ่ายทำสารคดีไปตลอด จนมาถึงการปรากฏตัวของเขาในโรดิโอ ท่ามกลางเทศกาลขี่วัวอันเป็นวัฒนธรรมประจำรัฐของชาวคาวบอย บอเรตก็ยังไม่วายป่วนอเมริกันชนไปตลอดรายทาง เขามีความใสซื่อเป็นเครื่องมือในการป่วนปั่นวัฒนธรรมของเอมริกันชนชนิดที่เป็นตัวแสบวายร้ายหาตัวจับได้ยาก และสุดท้ายหญิงสาวที่เขารักมากและเชื่อเสมอมาว่าเธอบริสุทธิ์ไร้เดียงสาอย่างพาเมล่า แอนเดอร์สัน ต่อมาจะพบว่าเธอไม่เวอร์จิ้นผ่านเซ็กซ์เทปที่มีให้เช่าทั่วไปในอเมริกา บอเรตชอกช้ำใจถึงขนาดเข้าไปหลบในชายคาของคริสต์ศาสนาในโบสถ์ที่มีการร้องรำกันอย่างบ้าคลั่งสุดเหวี่ยง

ในช่วงเวลาไม่กี่วันคืนที่อเมริกาเขาเรียนรู้วัฒนธรรมแปลกต่างหลากหลาย และความเขลาหลายสิ่งหลายอย่างที่คนอเมริกันเป็นก็ไม่ได้แตกต่างไปจากคนคาซัคสถานเป็นสักเท่าไร บทเรียนที่เขาได้รับจากความโง่เง่าบริสุทธิ์ของเขาเผยให้เห็นความโง่เง่าพอกันของอเมริกันชน ที่พัฒนา(หรือสถาปนา)ความโง่เง่านั้นให้กลายเป็นจารีต ประเพณี และวัฒนธรรม ทั้งระดับท้องถิ่นและประเทศ

ทว่าเราคนดูจะสรุปสิ่งนี้ได้ด้วยการสังเกตการณ์ผ่านสายตาของนายบอเรตได้หรือไม่ นั่นคือคำถาม เพราะสิ่งที่หนัง ‘แสร้งสารคดี’ เรื่องนี้นำเสนอ ก็ยังมีการเล่นหูเล่นตากับคนดูชนิดว่า ที่จริงแล้ว ความโง่เง่าชวนขบขันเชิงบริสุทธิ์เดียงสาของนายบอเรต ยังถูกกำกับด้วยการแสร้งโง่ ซึ่งใช้เป็นตัวล่อและลวงให้ชาวอเมริกันชนได้ ‘ปล่อยโง่’ ที่โง่กว่าออกมาประจานตนเองอย่างไม่รู้ตัว—ซึ่งนั่นดูจะไม่ยุติธรรมสักเท่าไร (เหมือนคุณถูกยั่วยุให้แสดงอารมณ์แท้ๆ ในขณะที่อีกฝ่ายเตี้ยมมา พออารมณ์คุณพลุ่งพล่าน เขาก็บอกคุณว่า คุณอยู่ในรายการล้อกันเล่น ซึ่งทำให้คุณรู้สึกโง่ เสียหน้า และอับอายสองต่อ)

ดังนั้นมุขตลกชวนแสบสันต์ของนายบอเรตที่แสร้งแสดงว่าเป็นคนชายขอบชาวคาซัคสถาน ที่เดินเด๋อด๋าเข้ามาใช้ถาดตีหัวอเมริกาอย่างย่ามใจ และเหล่าคนอเมริกันที่ถูกตีหัวก็ตอบรับด้วยอาการตึกโป๊ะ กลายเป็นเรื่องขบขันระดับประเทศและโด่งดังในเวทีเทศกาลหนังต่างๆ ทั้งจากนักวิจารณ์และคนดู เพราะชนชั้นกลางเหล่านี้(นักดูหนังและนักวิจารณ์) ก็ไม่ค่อยให้พื้นที่กับวัฒนธรรมท้องถิ่นในอเมริกาสักเท่าไรพอกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงได้พากันขำอย่างชอบอกชอบใจ และขำมากขึ้นไปอีก (สังเกตให้ดีนะครับ) เพราะคนที่มาเมคโจ๊กเรื่องราวของตัวเอง เป็นคนที่มาจากประเทศโลกที่สาม ซึ่งต่อให้ด่าว่าวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็คงยังเป็นเรื่องขบขัน เพราะในความรู้สึกแล้วพวกเขาย่อม ‘ด้อย’ กว่าอยู่วันยันค่ำเสมอมา แต่หากลองเปลี่ยนสถานะบอเรตเป็นมิสเตอร์อะไรก็ตามจากประเทศโลกที่หนึ่ง แล้ววิพากษ์ด้วยน้ำเสียงเดียวกัน คนอเมริกันชั้นกลางจะไม่ ‘ขำ’ แต่จะ ‘เคือง’ ขึ้นมาทันที

หลากหลายสถานการณ์และพฤติกรรมที่นายบอเรตเข้าไปป่วนปั่นและถึงขั้นกระทำชำเรา คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า อเมริกันชั้นกลางใช้มือของคนจากประเทศโลกที่สามเข้าปะทะและจัดการและกำหลาบกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของตัวเองอย่างไร และเพราะมันขำ มันเป็นตลกของไอ้บ้านนอกคนหนึ่ง มันจึงกลบกลืนประเด็นรุนแรงที่แบ่งแยกความเป็นเขาเป็นเรา ที่เสนอหน้าออกมาผ่านบุคลิกทุพพลภาพปราศจากพิษภัยและดูเหมือนไร้พิษสง ความตลกเปิ่งเทิ่งของบอเรตจึงเข้าไปจัดการและประจานสิ่งที่ตนไม่เข้าใจและความหลากหลายของบุคลิกทางวัฒนธรรม โดยขาดความให้เกียรติและเคารพในสิ่งที่ตนไม่เข้าใจ

และนี่เองสะท้อนให้เห็นว่า คนแสร้งโง่ กลายเป็นคนเง่า เขลา และคับแคบได้เหลือแสนเพียงไร



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter