MEMORIES OF MATSUKO หญิงสาวแห่งสายน้ำไม่ไหลกลับ

โช เป็นไอ้หนุ่มบ้านนอกที่หนีออกจากบ้านมาอยู่วงดนตรี สองปีผ่านไปก็ยังไม่ได้ความ ขณะกำลังรู้สึกไร้ค่า สิ้นหวัง และถูกแฟนทิ้ง พ่อก็มาเยี่ยมเขาที่บ้านโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า แถมหอบโถกระดูกมาด้วย มาพร้อมกับความจริงชวนช็อกว่าเขามีป้าอยู่อีกคน และป้าของเขาเพิ่งเสียชีวิตไปอย่างไร้ค่าริมแม่น้ำ

ป้าของเขาชื่อ มัตสึโกะ เธอถูกตัดออกจากครอบครัวหลังจากทำเรื่องน่าอายหลายอย่าง สุดท้ายเธอไปเช่าห้องโทรมๆ ริมแม่น้ำ แก่ อ้วน และเป็นบ้า เป็นคนจรหมอนหมิ่นสกปรกน่ารังเกียจ ตายไปอย่างไร้ค่า พ่อของโชบอกเช่นนั้น และเป็นหน้าที่ของโชที่จะไปเก็บกวาดห้องรกรุงรังของป้ามัตสึโกะ ซึ่งนั่นเองพาเขาให้ได้โอกาสค้นลึกเข้าไปทำความรู้จักกับชีวิตของป้ามัตสึโกะ ผู้ซึ่งถูกตราหน้าว่าไร้ค่า เหมือนที่โชกำลังจะโดน!

หนังยาวเรื่องที่สองของ TETSUYA NAKASHIMA ผู้กำกับ KAMIKAZE GIRL หนังเปรี้ยวปี๊ด ว่าด้วยความสัมพันธ์เพี้ยนๆ ของสาวพังค์กับสาวโลลิต้าคลั่งแฟชั่นยุค rococo ที่เปรี้ยวทั้งเรื่องทั้งภาพจนถล่ม BOX OFFICE ญี่ปุ่น และเข้าฉายแบบจำกัดโรงในบ้านเรา กลับมาคราวนี้ NKASHIMA ยังคงไม่ทิ้งสไตล์ฉูดฉาดของตัวเอง เขาจัดการเอานิยายของ MUNEKI YAMADA ที่เล่าเรื่องของมัตสึโกะ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเลวร้าย การถูกทอดทิ้งในวัยเยาว์ เพราะพ่อสนใจน้องสาวที่นอนป่วยมากกว่า การถูกไล่ออกจากงานครูมัธยมเพราะปกป้องลูกศิษย์ผิดวิธี ต้องเตลิดออกจากบ้านไปเร่ร่อน คบผู้ชายใจร้ายคนแล้วคนเล่า กลายไปเป็นหมอนวดในคลับ พลาดพลั้งฆ่าคนตาย แล้วเตลิดหนีไปรักกับผู้ชายแสนดีคนเดียวในชีวิต ก่อนจะติดคุก ออกมาใช้ชีวิตเป็นช่างทำผม แล้วกลายเป็นเมียยากูซ่า ถูกทำร้ายทารุณจนลงเอยด้วยการกลายเป็นบ้าและตายไปอย่างโดดเดี่ยว มาสร้างเป็นหนังด้วยสไตล์สีฉูดฉาดบาดจิต และเล่าเรื่องด้วยวิธีการแบบการ์ตูน เชื่อมร้อยด้วยเพลงมากมายประดามี จนกลายเป็นหนังสุดเปรี้ยว สไตล์จัดจ้าน จนทำให้มองแค่ภาพผ่านจะไม่รู้เลยว่านี่คือหนังดราม่าที่หนักหน่วงไม่แพ้ละครทีวีประจำชาติอย่างโอชิน!

และน่าสนใจมากที่เรื่องราวอันหนักหน่วงถูกนำมาจัดวางด้วยภาพที่ฉูดฉาดชวนรื่นรมย์ ในทางหนึ่งมันสร้างอารมณ์กระอักกระอ่วน ไม่รู้จะหัวเราะหรือร่ำไห้ ลดทอนพลังทางดรามาฟูมฟายลง แต่ในทางหนึ่ง มันคือวิธีการเดียวที่จะสะท้อนวิธีคิดแบบของมัตสึโกะออกมาได้ เพราะที่แท้ เธออาจเป็นเพียงแค่หญิงสาวที่แกว่งไกวอยู่ในโลกจริงอันโหดร้ายและโลกฝันอันอึงอลด้วยเสียงเพลงที่เธอสร้างขึ้นมาเอง และเป็นอารมณ์กระอักกระอ่วนนั้นเองที่ทำให้หนังเรื่องนี้โดดเด่นขึ้นมา บางทีกับสรรพสิ่งในชีวิต นั่นคือสิ่งที่มัตสึโกะรู้สึกต่อมัน

ลองมองหนังจากอีกมุมหนึ่ง แม้หนังจะเริ่มต้นเล่าในยุค 70 แต่การที่หนังไปเริ่มต้นในชนบท ที่ยังมีการแต่งกายชวนคิดไปถึงยุคหลังสงครามโลกใหม่ๆ นี่ก็พอจะแสดงให้เห็นภาพรวมของ -ผู้หญิง- ญี่ปุ่น นับแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยยุบรวมทั้งหมดมาไว้ในมัตสึโกะแต่เพียงผู้เดียว ตั้งแต่ผู้หญิงที่ถูกกดขี่จากครอบครัว ถูกกดขี่ทางเพศ ซึ่งจะว่าไปแล้ว วิบากกรรมทั้งหมดในชีวิตของมัตสึโกะ เกิดเพราะเพศชายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อและน้องชายผู้หมางเมิน เด็กนักเรียนที่ขโมยเงิน คุณครูใหญ่และเจ้าของเรียวคังที่ทำให้เธอต้องออกจากงาน คนรักนักเขียนผู้สิ้นหวังของมัตสึโกะ และคู่แข่งของเขาที่ทำให้มัตสึโกะต้องไปเป็นเมียเก็บเพียงเพราะต้องการเอาชนะคะคานกัน พ่อเล้าที่สอนให้มัตสึโกะเป็นหมอนวดมือทอง คนรักแมงดาที่ไถเงินจากเธอ และทำให้เธอต้องเข้าคุก ชายช่างตัดผมที่วาดฝันหวานกับเธอ (เขาเป็นคนเดียวที่ดีกับเธอจริงๆ) สามียากูซ่าที่รักมากจนทำร้ายเธอ กระทั่งกลุ่มไอดอลหนุ่มๆ ที่เป็นเหมือนแสงสว่างสุดท้ายของมัตสึโกะ (ซึ่งน่าจะแทนยุคสมัย 80 - ปัจจุบัน ที่สาวญี่ปุ่นเป็นกรุปปี้เดนตายของศิลปินต่างๆ)

ครู ชู้รัก เมียเก็บ โสเภณี ช่างทำผม คนคุก เมียยากูซ่า พวกคลั่งดารา นั่นคือทั้งหมดที่มัตสึโกะเป็น ภาพรวมของผู้หญิงแบบเหมารวมในสังคมญี่ปุ่นที่เราจินตนาการกันได้ไม่ยากนัก สตรีสามัญดาษดื่นที่ไม่เป็นทั้งที่รักและที่ชื่นชม

ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับตัวละครหญิงอีกสองตัวที่เหลือ (น่าสนใจที่หนังทั้งเรื่องมีตัวละครหญิงเพียงสามตัว ) ตัวแรกคือ คุมิ น้องสาวผู้ป่วยไข้ของมัตสึโกะ เธอนอนซมอยู่บนเตียง และได้รับความรักทั้งหมดไปจากพ่อ น้องสาวคือตัวแทนของหญิงสาวอันเปราะบาง ที่ได้รับการทะนุถนอมจากทุกคน ในขณะที่เพื่อนสนิทของมัตสึโกะในคุก กลายเป็นตัวแทนของหญิงแกร่ง จากการติดคุก ออกมาเป็นนางเอกหนังโป๊ กลายเป็นเจ้าแม่ AV และเป็นท่านประธาน! เธอเป็นผู้หญิงแบบเจ้าแม่ที่ทุกคนกลัวเกรง

จึงมีแต่มัตสึโกะผู้หญิงสามัญที่ไม่เปราะบาง แต่ไม่เข้มแข็ง เธอสามัญที่สุดเท่าที่จะสามัญได้ และติดยึดอยู่กับการต้องการได้รับความรัก มัตสึโกะเชื่อว่าชีวิตที่ดีคือการได้รักใครสักคน อันเป็นวิธีคิดของผู้หญิงญี่ปุ่นหัวเก่า ที่เอาชีวิตตัวเองไปผูกยึดอยู่กับผู้ชาย ในวัยเด็ก เธอต้องการความรักจากพ่อมากจนถึงขั้นยอมทำหน้าตาตลกให้ติดเป็นนิสัย ครั้นพอโตขึ้นมา เธอก็จมอยู่กับคนรักนักเขียนที่เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ และถูกหมุนเหวี่ยงจากชายคนหนึ่งสู่ชายคนหนึ่ง จนกระทั่งมาถึง ริว คนรักที่เคยเป็นนักเรียนของเธอ คนที่เธอยอมทุกข์ยอมทน เพราะไม่ต้องการจะอยู่คนเดียวอีกแล้ว ชีวิตมัตสึโกะพังเพราะต้องการความรักของผู้ชายเหล่านี้ เธอไร้สุข และไม่เคยเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง

แต่น่าสนใจมากขึ้นเมื่อริวเชื่อว่าเธอคือพระเจ้า หนังแสดงแง่มุมให้เห็นว่าหลายชีวิตรอบมัตสึโกะเติบโตไปตามหนทางราวกับมัตสึโกะรับบาปทั้งหมดนั้นมา เป็นความชอกช้ำส่วนบุคคล (ในส่วนนี้ชวนให้รำลึกถึงความคล้ายคลึงของหนังเรื่องนี้กับ AU HASARD BALTHAZAR ของ ROBERT BRESSON ที่ว่าด้วยชีวิตของลาตัวหนึ่งที่คล้ายผู้ไถ่บาปให้กับผู้อื่น ยิ่งในฉากความตายของมัตสึโกะ และความตายของ BALTHAZAR กลางทุ่งหญ้ากว้าง แทบจะทำให้หนังเรื่องนี้คล้ายคลึงกันอย่างมาก) และหากพิจารณาในทางนี้ การเชิดชุชีวิตของมัตสึโกะ (สำหรับเรียว) มันจึงเป็นการเชิดชูความเป็นผู้หญิงที่ยอมจำนนต่อเพศชาย การแลกความทุกข์ยากลำบากของเธอ กับการได้รับการสรรเสริญเมื่อเธอไม่มีอยู่แล้ว เป็นทัศนคติที่น่าเคลือบแคลงอยู่ไม่น้อย

เลยพ้นไปจากประเด็นนั้น รูปแบบทั้งหมดที่เป็นไปของหนัง นอกจากจะทำเพื่อความเท่ส่วนบุคคลของผู้กำกับ มันยังเป็นเสมือนการแสดงการคารวะต่อวัฒนธรรมป๊อปของญี่ปุ่นตลอดเวลาอันยาวนานอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน (หลายๆ ฉากในหนังมีรูปแบบการ์ตูนญี่ปุ่นชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงท่าทางของมัตสึโกะ ฟันที่เป็นประกายของคุณครูพละ หรือกระทั่งนกน้อยร่ายรำในห้วงยามอันเป็นสุข) งานแสดงโชว์ในสวนสนุก ไปจนถึงรูปแบบภาพยนตร์ที่ฮิตในแต่ละยุคสมัย

ในช่วงแรกของหนัง มัตสึโกะเป็นครูมัธยมที่ขี่จักรยานไปโรงเรียน เป็นฉากที่ทำให้นึกถึงหนังสร้างชาติญี่ปุ่นหลังสงครามอย่าง TWENTY FOUR EYES ของ KEISUKE KINOCHITA หนังซึ่งคนญี่ปุ่นรักมากที่สุด ยิ่งเมื่อเราเห็นฉากมัตสึโกะและเด็กๆ ร้องเพลงบนเรือที่แล่นไปบนแม่น้ำ ยิ่งแสดงการคารวะฉากสำคัญที่แสนงดงามในหนังเรื่องนั้นอย่างยิ่ง และในเวลาต่อมา ชะตากรรมของมัตสึโกะก็เป็นภาพสะท้อนหนังมากมายที่เคยเป็นแนวทางฮิตในญี่ปุ่น ตั้งแต่หนังชีวิตรักรันทด (เรื่องของมัตสึโกะกับชายช่างตัดผม หรือชีวิตของมัตสึโกะกับนักเขียนหนุ่มทั้งสอง) หนังอีสาวคุกสวาท (บ้านเราก็มีหนังแนวนี้!!) ในช่วงที่เธอติดคุก หนังชีวิตเศร้าของสาวน้อยผู้ตกเป็นเหยื่อสังคม ในช่วงที่มัตสึโกะไปเป็นหมอนวด และฆ่าแมงดาตาย หนังยากูซ่าแบบของ KINJI FUKAZAKU เมื่อมัตสึโกะไปเป็นเมียยากูซ่า หรือกระทั่งแนวหนังซึ่งอยู่ยั้งยืนยงมาจนถึงปัจจุบันอย่างหนัง AV เมื่อเพื่อนรักของมัตสึโกะเป็นเจ้าแม่หนัง AV มีไตรภาคม่ายสาวร้อนสวาทเป็นของตัวเอง! เรียกได้ว่าเกือบจะครบถ้วนกระบวนความวัฒนธรรมป๊อปญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว!

หนังได้การแสดงที่น่าชื่นชมของ MIKI NAKATANI ที่มารับบทมัตสึโกะ เธอแบกหนังทั้งเรื่องไว้บนบ่าแต่เพียงผู้เดียว และเธอกลายเป็นมัตสึโกะ ผู้ซึ่งในวินาทีหนึ่งเป็นตัวการ์ตูน และในวินาทีต่อมาเป็นหญิงสาวผู้มีเลือดเนื้อขึ้นมาจริงๆ การแสดงของเธอทำให้เธอได้รับรางวัลในทุกที่ที่เธอเข้าชิง ซึ่งนั่นก็สมควรแล้ว

แล้วมัตสึโกะก็ตายลง โดดเดี่ยวและน่าสมเพช ตายไปพร้อมกับข้อความที่เขียนไว้บนข้างฝาว่า -ขอโทษที่เกิดมา- ทุกคนล้วนทิ้งรอยบากในชีวิตให้กันและกัน พ่อที่มัตสึโกะเข้าใจว่าเกลียดเธอ จบบันทึกว่ามัตสึกโกะยังไม่ติดต่อมานับตั้งแต่เธอออกจากบ้านไป น้องสาวที่แย่งความรักไปจากเธอ ตายไปพร้อมกับข้อความสุดท้ายว่าพี่กลับมาบ้านแล้ว กระทั่งตัวมัตสึโกะเอง เธอเลือกอยู่ริมแม่น้ำที่เหมือนกับที่บ้าน ออกไปเหม่อมองมันในยามเย็น คิดถึงบ้านที่เธอไม่มีวันกลับไป ไม่ว่ามัตสึโกะจะเป็นตัวแทนของผู้หญิงของวัฒนธรรมหรืออะไรก็แล้วแต่ หากในที่สุดแล้ว เธออาจเป็นเพียงเด็กสาวแสนเศร้าคนหนึ่ง ผู้ซึ่งชะตากรรมพัดพาเธอไปไกลแสนไกล

บางที มัตสึโกะอาจทำให้เราระลึกถึงใครสักคน อาจเป็นญาติพี่น้อง หรือเพื่อนบางคนที่เราชังน้ำหน้า คนที่พลัดหลงหายไปจากชีวิตของเรา คนที่เราไม่เคยคิดถึงเขาในแง่อื่นนอกจากชิงชังรังเกียจ แต่ไม่ว่าเขาจะเป็นอย่างไร เขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีชีวิตจิตใจเป็นของตนเอง และล้วนต่างทิ้งรอยบากลงในชีวิตของกันและกัน และเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำอันเศร้าสร้อยของกัน ผู้คนเหล่านั้น บางทีเขาอาจไม่ได้เป็นพียงตัวน่าชัง หากเป็นมนุษย์ ผู้แสนเศร้าเท่าๆ กับที่เราเป็น


หมายเหตุ: ชื่อบทความ ได้มาจากชื่อหนังสือเรื่องสั้นของ ชีวี ชีวา