PAN’S LABYRINTH นิทานระทม

เดือนตุลาคม ปี 1936 นายพลฟรังโก้ซึ่งได้รับการช่วยเหลือลับๆ จากเยอรมันและออสเตรีย รวมไปถึงรัสเซีย เป็นผู้ชนะในสงครามกลางเมืองของสเปน ขึ้นปกครองประเทศด้วยรูปแบบเผด็จการเต็มขั้น ตลอดระยะเวลาของสงครามโลกครั้งที่สอง (ซึ่งการสู้รบในสเปนเป็นฉากแรกๆ ของสงครามโลกครั้งนั้น) เขานำพาสเปนให้ใช้นโยบายวางตัวเป็นกลาง แต่ก็แอบช่วยเหลือมิตรเก่าอย่างลับๆ นายพลฟรังโก้ได้รับการจดจำ ทั้งในฐานะของผู้นำที่เด็ดขาดและเผด็จการที่บ้าอำนาจ จนกระทั่งเมื่อเขาตายลง สเปนจึงกลายเป็นประชาธิปไตยเต็มขั้น และยังมีผู้กำกับสเปนหลายคนที่หวนรำลึกถึงช่วงเวลาอันยากลำบากนั้นอยู่ (กระทั่งใน BAD EDUCATION ของเจ้าป้า PEDRO ALMODOVAR ยังกล่าวถึงความบีบคั้นในยุคสมัยของนายพลฟรังโก้ไว้)

หากในปี 1944 เด็กหญิงโอฟีเลีย ลูกสาวช่างตัดเสื้อ เดินทางไกลไปกับแม่ที่กำลังท้องแก่ของเธอ ลึกเข้าไปในค่ายทหาร เพื่อไปพบพ่อใหม่ที่เป็นกัปตันนายทหารใหญ่อยู่ที่นั่น และตอนนี้กำลังตามจับพวกปฏิวัติที่หลบซ่อนอยู่บนภูเขาอย่างเข้มข้น

ระหว่างทางไปค่าย โอฟีเลียซึ่งมีเพียงหนังสือมากมายเป็นเพื่อน ได้พบกับตัวแฟรี่ แมลงประหลาดๆ ที่สามารถกลายร่างเป็นภูติได้ แฟรี่นำพาเธอไปยังเขาวงกต และพบกับฟอน สัตว์ประหลาดครึ่งม้าครึ่งคน ที่บอกกับเธอว่า ที่แท้เธอเป็นเจ้าหญิงแห่งเมืองใต้พิภพ ที่หลบหนีขึ้นมาบนโลกมนุษย์เพราะอยากเป็นมนุษย์ พระบิดาของเธอยังคงรอเธอกลับไป แต่เธอต้องปฏิบัติภารกิจสามชิ้นเสียก่อนวันเพ็ญจะมาถึง ไม่เช่นนั้นเธอจะไม่ได้กลับไปอีก

และท่ามกลางโลกจริงที่เข้มข้นบีบคั้น โลกในจินตนาการของโอฟิเลียก็บีบคั้นไม่แพ้กัน เธอหลุดหลงไปในจินตนาการประหลาดๆ ตื่นขึ้นมาพบกับความจริงอำมหิตของพ่อเลี้ยงกับโลกฟาสซิสต์ และทุกสิ่งนำไปสู่จุดจบที่สุดสะพรึง

ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ GUILERMO DEL TORO ผู้กำกับชาวเม็กซิกันที่หลายคนอาจจะรู้จักจากการทำหนังแฟนตาซี แอกชั่นอย่าง HELLBOY หรือ BLADE ภาค 2 (และถ้าใครจำได้ นั่นรวมถึง MIMIC หนังแมลงยักษ์ในทางรถไฟใต้ดินที่นำแสดงโดย MIRA SORVINO ด้วย) แต่ก่อนหน้าที่เขาจะมาฮอลลีวูดเพื่อทำ MIMIC เขาเคยทำหนังแฟนตาซีสุดสะพรึงอย่าง CRONOS (และเคยมีแผ่นลิขสิทธิ์พากย์ไทยให้เช่าในบ้านเราด้วย) หลังทำ MIMIC เขากลับไปทำ THE DEVIL’S BACKBONE (แผ่นลิขสิทธิ์ในบ้านเราชื่อ ผีเด็ก วิญญาณพยาบาท) ที่บ้านเกิด ก่อนจะกลับมาทำหนังฮอลลีวูดอีกสองเรื่อง แล้วกลับไปทำ PAN ‘S LABYRINTH นี้ ตัวหนังนั้นได้รับเชิญไปฉายในคานส์ และยังข้ามมาเข้าชิงหลากหลายสาขาในออสการ์ปีที่ผ่านมา และแน่นอน มันเป็นนิทานที่มากกว่านิทาน

"นี่คือภาคน้องสาวของ DEVIL’S BACKBONE" DEL TORO เคยให้สัมภาษณ์ เมื่อครั้ง PAN ‘S LABYRINTH ออกฉาย เพราะใน DEVIL’S BACKBONE หนังเล่าเรื่องของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าห่างไกลในสเปน ช่วงปี 1939 หลังการเรืองอำนาจของนายพลฟรังโก้ กับเรื่องของเด็กกำพร้าที่มีพ่อเป็นฝ่ายตรงข้ามกับนายพลฟรังโก้ หลังพ่อแม่ตายหมด เขาถูกส่งมาที่นี่ ค้นพบว่าโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าประหลาดๆ นี้มีผีสิง และคำทำนายของภูติผีนั้นกลายเป็นจริง มีคนล้มตายลงไปตามคำทำนายนั้น

ใน PAN’S LABYRINTH หนังพาเรากลับไปยังยุคของนายพลฟรังโก้อีกครั้งหนึ่ง และแม้จะหลอกล่อเราด้วยจินตนาการหลุดโลกสุดหลอน สลับไปกับเรื่องเล่าเข้มข้นของยุคสมัย แต่ที่จริง จินตนาการไม่ได้เป็นจินตนาการ จินตนาการไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อหลบหนีไปจากโลกจริงอันโหดร้าย หากหนังเรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่า จินตนาการนั้นรับใช้ความเป็นจริง มันคือการสนองตอบ การแสดงออก การสะท้อนสะเทือนความเป็นจริง ให้ออกมาบิดเบี้ยว และทุกขั้นตอนอาจตีความกลับไปสู่ความจริงโหดเหี้ยมได้ทั้งสิ้น

การเล่าเรื่องแบบตีคู่สองฝั่งในหนังทำให้เรื่องนี้ชัดเจนขึ้น เมื่อในโลกจริง กัปตันกำลังวุ่นวายอยู่กับการกักตุนเสบียงกรัง และกุญแจล็อกห้องเก็บเสบียง เธอก็ได้รับภารกิจให้ไปเอากุญแจจากคางคก และในเวลาต่อมา เมื่อกัปตันพาลูกน้องออกไปล้อมจับโจร โอฟีเลียก็ต้องไปปฏิบัติภารกิจกับปีศาจไร้หน้าในห้องจัดเลี้ยง โดยเฉพาะในฉากสุดท้าย เมื่อโอฟีเลียต้องเลือกภารกิจสุดท้ายของน้องชายตัวเองกับฟอน

กัปตันในโลกจริงถูกแทนที่ด้วยตัวประหลาดหน้าตาสยองในโลกจินตนาการของโอฟีเลีย ในขณะที่ตัวเธอเองก็สามารถซ้อนทับกับเมอร์ซีเดส (จำได้ไหม เธอคือนางเอกจาก Y TU MAMA TAMBIEN) หญิงรับใช้ที่เป็นไส้ศึกให้กับกองโจรบนเขา ทั้งในฐานะของคนที่แกว่งไปมาระหว่างสองโลก และอยู่ในสถานการณ์หวาดเสียวพอกัน

และคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ให้หนังไปเกิดขึ้นในช่วงเวลาฟาสซิสต์ครองเมืองของสเปน ดังนั้น กัปตันซึ่งอาจเป็นภาพแทนของปีศาจมากมายในเรื่อง (รวมทั้งฟอนด้วย) จึงจะเป็นตัวแทนของใครไปไม่ได้นอกจากนายพลฟรังโก้ ตลอดเรื่องเราได้เห็นความฉลาดและความเหี้ยมโหดของเขา หากลูกชายที่เพิ่งจะเกิดคือประชาชนยุคใหม่ของสเปน เขาเลือกโดยไม่ลังเลที่จะทำลายแผ่นดิน(แม่)ทิ้ง เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ใหม่ของตัวเอง

เช่นนั้นเราสามารถซ้อนทับโอฟีเลียเข้ากับเมอร์ซีเดส และเทียบกลับไปสู่ตัวแทนของประชาชนชาวสเปน แม่เธอตาย น้องชายถูกพรากไปจากอก ทิ้งเธอไว้ในดินแดนประหลาด ที่เธอถูกบังคับให้ต่อสู้กับเรื่องราวโหดร้าย และไม่ว่าจะอย่างไร ประชาชนก็คือผู้ที่ถูกหลอกใช้ ถูกทำลาย และหลงลืมไปในท้ายที่สุดจนได้

หนังเล่าเรื่องในรูปแบบนิทาน แต่นิทานเรื่องนี้ไม่ได้เหมาะสำหรับเด็กๆ แน่นอน มันมีเทวดา นางฟ้า เจ้าหญิง สัตว์ประหลาด แต่โลกจริงๆ มันชั่วร้ายเช่นที่แม่เธอพูด ดังนั้นไม่ใช่ว่าเจ้าหญิงจะได้พบเจอแต่เรื่องราวสวยสดงดงาม เพราะที่เธอจะเจอะเจออาจคือความทุกข์ระทมไม่สิ้นสุด หนังจบลงสวนทางกับความคาดหวังที่มีในนิทานอย่างสิ้นเชิง แม้จะปลอบประโลมเราด้วยฉากพิลาศพิไล แต่การตัดต่อในท้ายเรื่องสามารถทำให้เราเข้าใจและคลี่คลายความคลุมเครือของโลกทั้งสองใบได้ไม่ยากนัก

ตัวหนังนั้นเต็มไปด้วยฉากรุนแรงตามยุคสมัยของสงครามกลางเมือง และในข้างฉากของจินตนาการนั้นก็ออกไปแนวทางสยดสยองมากกว่าสวยงาม และนั่นคือการขยายขอบเขตให้นิทานไปไกลกว่าการหลบหนีแต่เพียงถ่ายเดียว แต่อาจกลับเป็นแรงสะท้อนกลับผ่านทางนัยยะซ่อนเร้นในตัวนิทานนั้นเองก็เป็นได้