ยามเช้าอันมืดหมอง เด็กสาวมาหาเด็กหนุ่มที่ไร่ เธอถามไถ่ถึงหมายเรียกตัวไปเกณฑ์ทหาร จากนั้นเธอจูงมือเขาเข้าไปในพุ่มไม้ ถอดกางเกงเปลือยท่อนล่างแล้วนอนลงบนพื้นหญ้า ทั้งคู่ร่วมรักกันอย่างเงียบเชียบเยียบเย็นในต้นฤดูหนาว จากนั้นลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าแล้วกลับไปทำงานในไร่
สถานที่แห่งนั้นคือหมู่บ้านชนบทเล็กๆ ต้นฤดูหนาว พื้นดินเป็นโคลนหยำเหยอะในส่วนที่น้ำขัง ต้นไม้ยืนต้นแห้งตาย และทุ่งหญ้าก็แห้งและแข็ง เด็กหนุ่มชื่อ ANDRE เขากำลังจะไปเกณฑ์ทหารไปรบในตะวันออกกลาง เด็กสาวชื่อ BARBE เธออาศัยอยู่กับพ่อในไร่ติดๆ กัน ทั้งคู่ไม่ยอมรับว่าเป็นคู่รักกัน แม้จะร่วมรักกัน หรือรักกัน เพราะ BARBE มีสัมพันธ์กับผู้ชายไปทั่ว หรือเพราะ ANDRE เฉยเมยเย็นชา คืนนั้น BARBE ออกไปกับหนุ่มคนอื่นหลังจาก ANDRE ปฏิเสธว่าทั้งคู่ไม่ได้เป็นเฟนกัน หลังจากนั้น ANDRE เพื่อนของเขา และหนุ่มคนนั้นก็จากไปรบ ยังดินแดนตะวันออกกลาง ทำจิตวิญญาณหล่นหายไปในสถานที่เหมือนนรก ขณะเดียวกัน ผู้เฝ้ารอก็แตกสลายไปไม่ต่างกัน
BRUNO DUMONT เป็นผู้กำกับชาวฝรั่งเศสจอมฉาวโฉ่ FLANDERS เป็นหนังเรื่องที่สี่ของ DUMONT หนังก่อนหน้านั้นของเขาประกอบด้วย JESUS, YOU KNOW ซึ่งว่าด้วยเด็กหนุ่มสองคนที่เกลียดอาหรับเข้าไส้ เรื่องที่สองคือ L’ HUMANITE’ ว่าด้วยการสืบสวนคดีข่มขืนเด็กหญิงวัย 11 ขวบ เรื่องที่สามคือ TWENTYNINE PALMS ว่าด้วยชายหญิงคู่หนึ่งที่ขับรถไปในทะเลทรายด้วยกัน
ฟังจากเนื้อหาคร่าวๆ ก็ไม่น่าจะนับเป็นหนังฉาวโฉ่ได้ แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะหนังทั้งสี่เรื่องของเขาล้วนเต็มไปด้วยความรุนแรง เพราะในทุกเรื่องจะมีฉากข่มขืนแบบจะตา สองหนุ่มในเรื่องแรกออกข่มขืนสาวอาหรับ แน่นอน เด็กผู้หญิงในเรื่องที่สองถูกข่มขืน เรื่องที่สามนั้น ชายหญิงคู่นี้อาจเป็นคู่รักกัน แต่เมื่อเดินทางไปด้วยกันในที่สุด ฝ่ายชายก็ข่มขืนฝ่ายหญิง
ฉากเซ็กซ์โจ่งแจ้งในหนังทำให้ DUMONT ถูกประณาม แต่นั่นยังน้อยกว่าวิธีคิดแบบมองโลกในแง่ลบในหนังของเขา หนังของ BRUNO DOMONT ตีแสกหน้ามนุษย์ด้วยการเปิดเผยเนื้อหาด้านมืดในจิตใจ โดยอาศัยแรงกดของสถานที่ ทัศนียภาพ ผู้คนในหนังของ DUMONT มักเต็มไปด้วยเพศชายที่เก็บกด เห็นแก่ตัว และผู้หญิงในหนังของเขาทุกเรื่อง มักเป็นสาวร่านสวาท คลั่งเซ็กซ์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหนังของเขาคือหนังหญิงร้ายชายเลว หากมันคือหนังของคนที่แตกสลายทางวิญญาณและพยายามเยียวยาตัวเองด้วยวิธีการอำมหิต สกปรก ต่ำช้าแหกกรอบศีลธรรม จะว่าไปแล้ว เราอาจบอกได้ว่า BRUNO DUMONT คือ MICHAEL HANEKE น้อยๆ ที่ทำหนังตบกะโหลกคนดูได้อย่างถึงอารมณ์
มากไปกว่านั้น DUMONT ยังรู้จักใช้ประโยชน์จากทัศนียภาพในหนังของเขาได้เต็มประโยชน์ (อยากจะเรียกเขาว่า WIM WENDERS น้อยด้วยอีกคน) ท้องฟ้า ทุ่งโล่ง ทะเลทราย โมเต็ลริมทาง ฟาร์มหยำเหยอะ ถูกนำมาใช้ประโยชน์กดข่มตัวละครเต็มที่จนกลายเป็นตัวละครของเขาไปด้วย
แต่ BRUNO DUMONT ก็คือ BRUNO DUMONT ลักษณะเลือดเย็นเฉพาะตัวของเขา เป็นแบบที่เป็นของเขาเอง และเราเชื้อเชิญคุณมาพิสูจน์ครับ
ใน FLANDERS หนังยังมีองค์ประกอบแบบ DUMONT แบบครบถ้วนกระบวนความ หญิงสาวร่านสวาทที่มีเซ็กซ์กับคนไปทั่ว คนหนุ่มเก็บกดเห็นแก่ตัว ที่ถูกสั่งสอนจนแตกสลาย ไล่เรื่อยไปจนถึงทัศนียภาพ
FLANDERS จับภาพชนบทของฝรั่งเศส ที่ไม่ได้สวยสดงดงามแบบในโปสการ์ด แต่สกปรก เปียกชื้น และเต็มไปด้วยความแห้งแล้งเย็นชา (จาก L’ HUMANTE’ และ JESUS, YOU KNOW) ในขณะที่ ANDRE ไปรบ BARBE พล่านไปทั่วหมู่บ้าน ชายคนหนึ่งมีเซ็กซ์กับเธอในโรงนามืด ทุกอย่างเป็นไปอย่างเย็นชา (ตลอดเรื่องเราไม่เคยเห็นใบหน้าของ BARBE เปี่ยมสุขจากเพศสัมพันธ์เลยแม้แต่ครั้งเดียว) ฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยหิมะ ไปจนถึงฤดูร้อนที่ BARBE กลายเป็นบ้า เมื่อเธอตั้งท้องกับชายหนุ่มในบาร์ (หรืออาจจะANDRE หรือออาจจะใครก็ได้) เธอไปทำแท้งและถูกส่งเข้าโรงพยาบาลบ้า
หากในทะเลทรายแห้งแล้งเปลือยเปล่า จนเรารู้สึกกระหายน้ำยามจ้องมอง (ทะเลทรายเคยเป็นตัวละครหลักใน TWENTYNINE PALMS) ANDRE ลาดตระเวนและโดนไล่ล่าจากกองทัพอาหรับ พวกเขาจับสาวอาหรับคนหนึ่งมารุมข่มขืน ในฉากเซ็กซ์ของหนังเรื่องนี้ กล้องจะถ่ายทำในระยะกลาง เห็นทั้งเหตุการณ์โดยไม่ตัดต่อเร้าอารมณ์เจ็บปวดของเหยื่อ หรือแสดงความสะใจของผู้กระทำ ไม่มีดนตรีประกอบรุนแรงหรือหวานเศร้า เพียงจ้องมองเงียบเชียบจากสายตาของบุคคลที่สาม ด้วยดวงตาที่เย็นชา จนกลายเป็นฉากชวนขนลุกที่สุดฉากหนึ่ง
ที่เปิดโล่งคือปิดล้อม ทัศนียภาพในหนังเรื่องนี้เป็นเช่นนั้น หนังให้เราเห็นภาพของทุ่งหญ้าและท้องฟ้าเปิดโล่ง แต่สิ่งที่คนดูรู้สึกความกว้างใหญ่ของมันกดทับลงมา ฉากหนึ่งที่ตัวละครทุกคนในเรื่องนั่งผิงไฟ เรามองเห็นทัศนียภาพของชนบท ที่ควรจะสวยงามแต่กลับรู้สึกเยียบเย็นและกดข่ม ฉากการร่วมรักของ BARBE กับ ANDRE ก็เป็นไปอย่างชืดชา (อีกครั้งที่กล้องมองเหตุการณ์ด้วยดวงตาเย็นชา) ต่อมา ฉากในสนามเพลาะและฉากทะเลทรายกว้างไกล ยิ่งดูกดข่มจนเหมือนกับทะเลทรายจะกินเลือดเนื้อของพวกเขา
มนุษย์เพศชายในหนังของ DUMONT ก็ยังคงเป็นตัวริยำเช่นเคย พวกเขาเห็นแก่ตัว นิสัยเลว และใจโหด เห็นผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ แสดงอำนาจของเพศชายแบบเต็มที่ และการสั่งสอนมนุษย์เพศชายใน FLANDERS (เมื่อสาวอาหรับที่พวกเขาข่มขืนกลับมาเอาคืน) อาจทำให้ฉากท้ายๆ ของ TWENTYNINE PALMS กลายเป็นฉากที่พอรับได้ไปเลยทีเดียว
เลยพ้นไปจากตัวหนัง นี่คือหนังอีกเรื่องในกระบวนหนัง POST 9/11 ซึ่งบุกคานส์ปีที่แล้วแบบตบเท้า และทำได้ยอดเยี่ยมเสียด้วย ในกรณีของ FLANDERS หนังอาศัยศิลปะของความนิ่งงันและชั่วช้า สร้างภาพผลกระทบของสงคราม จากดินแดนห่างไกล แต่ส่งผลมากมายไปในทุกผู้คน ในระดับปัจเจก ANDRE กลายจากคนหนุ่มสามัญไปสู่คนหนุ่มที่แตกสลายโดยสมบูรณ์ ฉากสุดท้ายของหนังเป็นการบอกรักที่คลุมเครือเยือกเย็นจนเราไม่อาจแน่ใจได้ว่า ทั้งคู่ในที่สุดก็รักกัน หรือเพียงพยายามเกาะเกี่ยวกันไว้ไม่ให้ตัวเองแตกสลายไปในอากาศ
ในระดับใหญ่ เราสามารถแบ่งหนังได้เป็นสองช่วง สองภาค นั่นคือ ส่วนของชนบทฝรั่งเศส และส่วนของทะเลทราย (มองจากตัวDUMONT นี่คือครึ่งแรกและครึ่งหลังในหนังทั้งสี่ของเขา) หากเราพับทบหนังสองข้างเข้ามาหากัน หนังมีจุดร่วมอยู่ที่ –การข่มขืน– (อา DUMONT มากๆ) BARBE เป็นวัตถุทางเพศของผู้ชายในหมู่บ้านของเธอ ในขณะที่สาวอาหรับเป็น –วัตถุทางเพศ– ของทหารฝรั่ง ผิดกันตรงที่ BARBE ค่อยแตกสลายไปทีละน้อย ในขณะที่สาวอาหรับตอบโต้กลับด้วยวิธีการที่รุนแรงกว่าเป็นร้อยเท่า
หากเราแทนผู้หญิงในเรื่องนี้ด้วยแผ่นดิน (ฉากเซ็กซ์ทั้งเรื่องไม่มีฉากไหนเกิดในห้องหับมิดชิด (ยกเว้นฉาก BARBE ในโรงนา มันเกิดขึ้นในที่โล่งแจ้งกลางแผ่นดิน) ชายชาวตะวันตกใช้ทัศนคติจ้าวโลก กดข่มให้ใครสักคนตกเป็นเบี้ยล่าง เป็นบรรณาการทางเพศ โดยไม่รู้สึกผิด แต่กับสตรีชาวอาหรับ (ซึ่งอาจได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่เหยียดเพศตามสายตาตะวันตก) เธอลุกขึ้นมาตอบโต้อย่างรุนแรง ไม่ต่างจากการบุกรุกเข้าไปยังดินแดนเหล่านั้น แล้วโดนตอบโต้กลับด้วยการก่อการร้าย
BRUNO DUMONT ยังคงใช้วิธีการเฉพาะตัวในการแสดงทัศนะที่เขามีต่อสถานการณ์โลกได้อย่างน่าทึ่ง โลกเสรีที่เปิดโล่งที่แท้คือการปิดล้อมทัศนะแคบๆ ของตน และพยายามจัดระเบียบโลกอื่นท้องฟ้าอื่น แต่ไม่มีทางสำเร็จ ในที่สุด ANDRE กลับบ้าน พบเพียงความแตกสลายทั้งภายในตัวเขา และในโลกที่เขาเคยอาศัยอยู่

