Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
head hitting
ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์


ถึง พปช. เป็นรัฐบาล “ทักษิณ” ก็ไม่กลับไทย ถ้า…

โพลทุกโพล นักวิเคราะห์ทุกสำนักต่างบอกว่า พรรคพลังประชาชนจะได้เก้าอี้ ส.ส.มากที่สุดในการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม บางสำนักถึงกับคาดว่า พรรคพลังประชาชนอาจชนะแบบถล่มทลายเกิน 200 เสียง ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์แบบไม่เห็นฝุ่น

แต่ประเด็นที่ยังไม่มีใครกล้าฟันธงคือ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่

เพราะนอกจากมีคดีทุจริตจัดซื้อรถดับเพลิงซึ่งอาจต้องถูกส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้นปี 2551 แล้ว บุคลิกก้าวร้าว ชอบ “ผรุสวาท” รวมถึงปัจจัยทางการเมืองอื่นๆ อาจทำให้นายสมัครต้องหลีกทางให้บุคคลอื่นนั่งเก้าอี้ประมุขฝ่ายบริหารแทน

หัวหน้าพรรคการเมืองขนาดกลาง ขนาดเล็กบางพรรคฝันหวานว่า จะมีโอกาสนั่งเก้าอี้นายกฯแทนนายสมัคร

แต่ถ้านายสมัครไม่ได้นั่งเก้าอี้นายกฯจริง มีหรือที่ “ไอ้แอบหน้าเหลี่ยม” (ให้สอดคล้องกับที่นายสมัครพูดถึง “อีแอบผมขาว”) จะยอมให้คนที่ตนเองควบคุมไม่ได้เป็น “ตาอยู่”

ดังนั้นคนที่มีโอกาสจะนั่งเก้าอี้นายกฯแทนนายสมัคร ย่อมเป็นคนในพรรคซึ่งตัวเต็งคนหนึ่งคือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค ที่เคยมีข่าวว่า “นายหญิง” ผลักดันให้นั่งเก้าอี้นายกฯแทนสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขับไล่ในปี 2549 จึงมีโอกาสลุ้นเก้าอี้นายกฯอีกครั้งหนึ่ง

ยุทธศาสตร์ที่นายสมัครและพลพรรคใช้ในการหาเสียงครั้งนี้คือ ถ้าชนะการเลือกตั้ง จะนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย ยุบคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวสอดคล้องกับคำปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ผ่านวีซีดีที่ยืนยันว่า ถ้าพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้งและได้จัดตั้งรัฐบาลจะเดินทางกลับประเทศไทยทันที

อย่างไรก็ตาม การที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับเมืองไทยหรือไม่ ต้องมีเงื่อนไขมากกว่าที่พรรคพลังประชาชนได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลเพราะเป้าหมายหลักของ พ.ต.ท.ทักษิณคือ ต่อสู้ให้หลุดจากคดีอาญาและพ้นจากการอายัดทรัพย์ของ คตส.

ดังนั้น สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณต้องดำเนินการคือ

หนึ่ง ผลักดันให้รัฐบาลพรรคพลังประชาชนยุบ คตส.ให้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องเสนอเป็นกฎหมายผ่านรัฐสภา ยิ่งถ้าพรรคพลังประชาชนไม่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งหรือ 240 เสียงขึ้นไปแล้ว มิได้หมายความว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะเห็นด้วย เพราะการปลดปล่อยให้ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นอิสระจาก คตส. เท่ากับเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับพรรคพลังประชาชน ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลอื่นต้องตกเป็นเบี้ยล่างหนักยิ่งขึ้นไปอีก

แม้พรรคพลังประชาชนได้เสียงมากเกินกึ่งหนึ่ง แต่ก็ต้องเจอด่านวุฒิสภา (150 เสียง แบ่งเป็น 74 คน มาจากการสรรหา 76 คน มาจากการเลือกตั้ง) นั่นหมายความว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องคุมเสียงวุฒิสภาให้ได้เกินกึ่งได้ด้วยเช่นกันเพื่อให้เกิดความราบรื่น

นี่ยังไม่นับกระแสต่อต้านจากสาธารณชนที่อาจทำให้การยุบ คตส.มีความยากลำบากมากยิ่งขึ้น

สอง ประมาณเดือนมีนาคม คาดว่า คตส. (ถ้ายังไม่ถูกยุบ) จะสามารถส่งคดีที่ไต่สวนอยู่ 16 คดี ให้อัยการสูงสุดได้ทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 7 คดี เช่น คดีการซื้อที่ดินถนนรัชดาภิเษก, คดีหวยบนดิน, คดีเงินกู้ธนาคารกรุงไทย 9,000 ล้านบาท คดีธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าปล่อยกู้พม่า 4,000 ล้านบาท คดีเอื้อประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ฯลฯ

หลังจากนั้นภายใน 30 วัน หรือประมาณปลายเดือนเมษายนจนถึงพฤษภาคม อัยการสูงสุดต้องส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

จากประสบการณ์ ศาลฎีกาฯจะใช้เวลาในการพิจารณาคดีประเภทนี้อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งตัดสินใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน แล้วรู้กันว่า จะติดคุกหรือไม่ โดยไม่มีการอุทธรณ์ ฎีกา

หมายความว่า ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับมาประเทศไทยต้องเดินขึ้นศาลฎีกาฯเป็นว่าเล่น แม้ พ.ต.ท.ทักษิณจะชนะคดีหนึ่ง แต่อาจแพ้อีกคดีหนึ่งซึ่งไม่มีโอกาสแก้ตัว (อุทธรณ์) ต้องติดคุกทันที

คำถามคือ พ.ต.ท.ทักษิณซึ่งมีทรัพย์สินอยู่นับหมื่นนับแสนล้านบาทจะยอมเดินเข้าไปสู่จุดที่เสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางเช่นนี้หรือ ถ้าไม่มั่นใจว่า จะล้มคดีหรือควบคุมกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบได้

การสร้างปัจจัยแวดล้อมทั้งทางสังคมและการเมืองให้เหมือนกับการต่อสู้คดีซุกหุ้นเมื่อปี 2543-2544 จนศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ชนะด้วยเสียง 8 ต่อ 7 คงไม่ใช่เรื่องง่าย

ดังนั้นที่คุยว่า จะเดินทางกลับไทยทันที ถ้าพลังประชาชนได้จัดตั้งรัฐบาล ขอให้เป็นจริงเถอะเพราะไม่อยากเห็นอดีตผู้นำถูกเหยียดหยามว่า โกหกเอาตัวรอดไปวันๆ


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 22 ธันวาคม 2550



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter