Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
head hitting
ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์


กกต. อย่าให้ซ้ำรอย “วาด-สะ-หนา”

เห็นการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว เป็นห่วงแทนว่าจะมีชะตากรรมเหมือน กกต.ชุดที่มี พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็นประธาน

นอกจาก กกต.แต่ละคนจะชอบให้ความเห็นในเรื่องเดียวกันคนละทิศคนละทางจนสาธารณชนสับสนแล้ว กกต.บางคนพอไมค์จ่อปาก เห็นกล้องทีวีก็พูดเป็นต่อยหอยชนิดลืมตายโดยหารู้ไม่ว่า ฐานะตำแหน่งที่มีความสำคัญชนิดชี้เป็นชี้ตายผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมืองได้ ต้องแสดงออกด้วยความระมัดระวัง เพราะมักมีผู้เอาคำพูดที่ขาดความยั้งคิดไปหาประโยชน์ใส่ และใส่ร้ายผู้อื่นได้ตลอดเวลา

ล่าสุดคือกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งให้ กกต.ประกาศรับรองให้นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ เป็นผู้สมัคร ส.ส.แบบสัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน หลังจากที่ กกต.สั่งเพิกถอนสิทธิการเป็นผู้สมัคร ส.ส.ของนายสิทธิชัยโดยอ้างว่า เป็นสมาชิกมากกว่า 2 พรรค คือ เพื่อแผ่นดินและพลังประชาชน

อย่างไรก็ตาม จากการไต่สวนของศาลฎีกาได้ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติได้ว่า

1.ลายมือชื่อในเอกสารในทะเบียนพรรคพลังประชาชนมีความแตกต่างจากลายมือชื่อของนายสิทธิชัยที่เคยให้ไว้แก่สถาบันการเงินอย่างชัดเจน จึงไม่น่าเชื่อว่า ลายมือชื่อในเอกสารในทะเบียนพรรคพลังประชาชนเป็นลายมือชื่อของนายสิทธิชัยจริง

2.ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2550 ซึ่งเป็นวันที่พรรคพลังประชาชนอ้างว่า นายสิทธิชัยได้ยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกด้วยตนเองในกรุงเทพมหานครนั้น

วันดังกล่าวนายสิทธิชัยอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีพยานหลักฐานต่างๆ ที่น่าเชื่อถือและสมเหตุสมผลมายืนยันให้เห็นว่า ในวันนั้นนายสิทธิชัยอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี

3.เอกสารที่ใช้ประกอบในการยื่นใบสมัครเป็นสมาชิก เช่น ภาพถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ร้องก็ไม่ปรากฏว่ามีการลงลายมือชื่อของผู้ร้องรับรองสำเนาถูกต้องแต่ประการใด

อย่างไรก็ตาม มีปัญหาว่า เมื่อนายสิทธิชัยไม่เคยไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชนตามที่ศาลฎีกาวินิจฉัย เอกสารที่ทางพรรคพลังประชาชนใช้อ้างอิงว่า นายสิทธิชัยเป็นสมาชิกพรรคมาได้อย่างไร เช่น ลายมือชื่อที่ไม่ตรงกัน เป็นการปลอมแปลงเอกสารหรือไม่ การแจ้งต่อ กกต. (นายทะเบียนพรรคการเมือง) ว่า นายสิทธิชัยเป็นสมาชิกเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่

ในช่วงแรกทางพรรคเพื่อแผ่นดินทำท่าขึงขังว่า จะเอาคืนพรรคพลังประชาชนเพราะการแอบอ้างชื่อผู้อื่นเป็นสมาชิกเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 19 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่หลังจากนั้นนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน อ้างความสมานฉันท์ประกาศยุติเรื่องที่จะไม่ดำเนินการใดๆ กับพรรคพลังประชาชน

ขณะที่นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองออกมาให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า ต้องรอให้นายสิทธิชัยหรือพรรคเพื่อแผ่นดินมายื่นร้องต่อ กกต.ก่อนจึงจะดำเนินการกับพรรคพลังประชาชนได้

ความเห็นของนางสดศรีทำให้ผู้ที่ปรารถนาดีกับ กกต.ชุดนี้ที่เห็นความตั้งใจจริงในการทำงาน แม้จะมีกรอบคิดที่คับแคบไปบ้างหวั่นใจว่า ถ้าเป็นอย่างที่นางสดศรีพูดจริง กกต.อาจถูกเล่นงานคดีอาญา ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบได้เพราะ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมืองเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย

เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยในลักษณะดังกล่าวข้างต้น จึงน่าสังสัยว่าพรรคพลังประชาชนเข้าข่ายความผิดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 หรือไม่ (ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท ความผิดต่อรัฐหรือที่เรียกว่า อาญาแผ่นดิน เมื่อหลักฐานปรากฏชัดต่อเจ้าพนักงานคือ นายทะเบียนพรรคซึ่งเป็นผู้เสียหาย จึงไม่ต้องรอให้ใครมาร้องทุกข์ สามารถดำเนินการเองได้

นอกจากนั้น ความผิดดังกล่าวเป็นความผิดในการแอบอ้างผู้อื่นเป็นสมาชิกพรรคเป็นความผิดตามกฎหมายเฉพาะคือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 19 ซึ่งเป็นความผิดต่อรัฐเช่นเดียวกับการแจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงาน นายทะเบียนจึงดำเนินคดีต่อพรรคพลังประชาชนได้เองเช่นเดียวกัน

แต่ถ้าว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วนายสิทธิชัยได้ยื่นเรื่องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบและลบชื่อออกจากฐานข้อมูลสมาชิกพรรคพลังประชาชนไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการดำเนินการครบถ้วนตามมาตรา 19 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองแล้ว

จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ กกต.จะอิดออด รอให้พรรคเพื่อแผ่นดินมาร้องต่อ กกต.ก่อนจึงจะดำเนินการกับพรรคพลังประชาชนได้

ส่วนที่พรรคพลังประชาชนอ้างว่า มีพยานหลักฐานที่สามารถต่อสู้ได้ก็น่าจะพิสูจน์ให้สิ้นสงสัยไปเลย

จะต้องถูกยุบพรรคอีกสักครั้งหรือไม่ เป็นเรื่องของข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานหรือกลัวกรรมเก่าที่ก่อไว้


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 8 ธันวาคม 2550



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter