ผลงานหรือความอัปยศของ สนช.

นับเป็นความน่าอัศจรรย์ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่สามารถใช้เวลาเพียง 12 ชั่วโมง (ในการประชุมวันที่ 21 และ 22 พฤศจิกายน 2550) สามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบและรับหลักการร่างกฎหมายได้ถึง 40 ฉบับ

เฉลี่ยแล้วร่างกฎหมายแต่ละฉบับ สนช. ใช้เวลาพิจารณาเพียง 18 นาที แต่ถ้าตัดร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชนซึ่ง สนช. ใช้เวลาในการพิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 ประมาณ 4 ชั่วโมง ออกไปแล้ว

เท่ากับ สนช. ใช้เวลาพิจารณาร่างกฎหมายเฉลี่ยแต่ละฉบับเพียง 12 นาที เท่านั้น

เมื่อตัดเวลาที่ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น ขั้นตอนการนำเสนอร่างกฎหมายต่อที่ประชุม ขั้นตอนการนับคะแนนออกไปแล้ว คิดว่า เวลาที่ใช้ในการพิจารณาร่างกฎหมายแต่ละฉบับไม่ถึง 5 นาที ด้วยซ้ำ

ผมไม่ทราบหรอกครับว่า ทำไม สนช. จึงโรคขยันกำเริบในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า (ไม่ต้องพูดถึงมารยาททางการเมืองหรือพวกคาบคัมภีร์อ้างว่า ตามรัฐธรรมนูญแล้วสามารถทำได้) แต่อดีตและประวัติศาสตร์สอนให้เห็นประจักษ์ชัดแล้วว่า "พวกโง่แต่ขยัน" ทำความฉิบหายให้แก่บ้านเมืองมานักต่อนักแล้ว

ผมมีข้อสังเกตต่อพฤติกรรมของประดา สมาชิก สนช. เหล่านี้อยู่หลายประการ

หนึ่ง ปัจจุบันสมาชิก สนช. มีอยู่ประมาณ 240 คน (ลาออกไปสมัคร ส.ส. จำนวนหนึ่ง) คะแนนที่ใช้ในการรับหลักการร่างกฎหมายแต่ละฉบับด้วยเสียงเอกฉันท์อยู่ที่ 40-60 เสียง หรือประมาณ 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ทั้งหมด

แสดงว่า มีผู้อยู่ในห้องประชุมไม่ครบองค์ (ประมาณ 120 คน) แต่เนื่องจากข้อบังคับการประชุมสภานับแต่ตอนลงชื่อเข้าประชุมครั้งแรกเท่านั้น

หลังจากนั้นสมาชิก สนช. คนใดจะโดดร่ม เบี้ยวประชุม หรือนอนตีพุงที่ไหน ไม่มีใครรู้ ขณะที่กินภาษีอากรของประชาชนเดือนละนับแสนบาท

เราเคยประณาม ส.ส. ที่โดดประชุมว่า สันหลังยาว ไม่รู้ว่า ควรประณาม สมาชิก สนช. เหล่านี้ว่า อะไรดี

สอง สมาชิก สนช. ซึ่งมีที่มาจากเผด็จการนั้นไร้ความชอบธรรมมากพออยู่แล้ว การที่ร่างกฎหมายผ่านการพิจารณาจากกลุ่ม สมาชิก สนช. เพียงหยิบมือเดียว (ประมาณ 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด) โดยขาดกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ (อย่างลุกลี้ลุกล้น) ยิ่งไม่มีความชอบธรรมใดๆ ที่จะมาบังคับใช้กับประชาชนทั้งประเทศ

สาม การพิจารณาร่างกฎหมายแต่ละฉบับ หลังจากนำเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่ที่ประชุมแล้ว ไม่มีสมาชิก สนช. อภิปรายสักคนเดียว ทำให้ไม่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ถกเถียงถึงผลดีผลเสียของร่างกฎหมายแต่ละฉบับ ดูเหมือนว่า สมาชิก สนช. เป็นเพียงตรายางที่ยกมือตามใบสั่ง ร่างกฎหมายแต่ละฉบับจึงใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

ข้ออ้างตื้นๆ ที่มักอ้างเสมอคือ ยกมือรับหลักการไปก่อน อะไรดีไม่ดีค่อยแก้ไขกันทีหลัง ทั้งๆ สมาชิก สนช. บางคนไม่เคยอ่านร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเลยด้วยซ้ำ

สี่ เมื่อดูร่างกฎหมายที่นำเสนอแล้วส่วนใหญ่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการทำงานของหน่วยงานราชการส่วนใหญ่ แทบไม่มีร่างกฎหมายที่มีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์กับประชาชนส่วนใหญ่เลย ยกเว้น ร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน

อย่างไรก็ตามยังโชคดีที่ สมาชิก สนช. ไม่เผลอรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ธง...ที่ไม่รู้ว่าผู้เสนอเกิดมาในยุคไหนที่มองความรัก (คลั่ง?) ชาติว่า ต้องกระทำด้วยการหยุดเคารพธงชาติเท่านั้น ประเทศไหนบ้างที่บังคับประชาชนให้หยุดเคารพธงชาติในลักษณะเช่นนี้

มีข้อสงสัยด้วยว่า หากนั่งส้วมอยู่ แล้วเผอิญได้ยินเสียงเพลงชาติ ต้องลุกขึ้นยืนตรงด้วยหรือไม่ (ฮาไม่ออกครับ)

ห้า พฤติกรรมของ สนช.ที่ผ่านมา ทำให้ไม่อาจไว้วางใจได้ เพราะร่างกฎหมายหลายฉบับที่ สมาชิก สนช.ร่วมลงชื่อเสนอโดยที่ไม่เคยอ่านเนื้อหาในร่างด้วยซ้ำไป แต่เป็นการต่างตอบแทนกัน เช่น เคยมีบุญคุณต่อกัน หรือผู้ล่ารายชื่อเป็นคนดี โดยไม่มีการพิจารณาว่า หลักการในร่างกฎหมายยอมรับได้หรือไม่

ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อาจมีลักษณะเช่นนี้ แต่ทั้งสองฝ่ายก็เข้าใจเนื้อหาสาระในร่างกฎหมายเป็นอย่างดี มิได้หลับหูหลับตาลงชื่อเหมือน สมาชิก สนช.

ผมได้ฝากเพื่อนที่เป็นอาจารย์ทางด้านรัฐศาสตร์ช่วยค้นคว้าว่า มีสภาประเทศใดบ้างที่เคยพิจารณาร่างกฎหมายด้วยความเร็วเท่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ถ้าไม่มีขอแนะนำให้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นำเรื่องไปตีพิมพ์ในกินเนสส์บุ๊กเพื่อประโคมผลงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ลือลั่นไปทั่วโลก


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 24 พฤศจิกายน 2550