Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
เขียนแผ่นดิน
เปลว สีเงิน


พูดแต่ด้าน ‘ร้าย’ จนกลายเป็นกลัว

คุยกันถึงเรื่องที่ผมไปด้อมๆ มองๆ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใน ๓ ประเทศ คือ ฟินแลนด์ เยอรมนี และฝรั่งเศส มาก็หลายวัน แต่ยังไม่ไปถึงไหนเลย วนๆ อยู่แถวสุวรรณภูมิบ้าง ตะแร้ดแต๊ดแต๋ไปเรื่องนั้น-เรื่องนี้บ้าง พลโท (หญิง) พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ ซึ่งท่านเรียนมาทางด้านพลังงานนิวเคลียร์ โทรมาแซวว่าอีกปีจะจบมั้ยเนี่ยะ?

นั่นน่ะซี ผมก็ยังไม่แน่ใจ ก็ตั้งใจจะให้จบใน ๓ วัน ๗ วันอยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้เป็นไง พอลงมือเขียน มีเหตุให้ต้องย้วยไปทางโน้น-เย้มาทางนี้อยู่เรื่อย หมั่นไส้ตัวเองอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังมีหลายประเด็นที่ตั้งใจว่าจะต้องไปศึกษาหาความเข้าใจเพิ่มเติม กับท่านรองปลัดกระทรวงพลังงาน “ดร.คุรุจิต นาครทรรพ” ซึ่งท่านเป็นหัวเชื้อนิวเคลียร์นำคณะไปเบิ่งครั้งนี้

ถ้าไม่ได้ท่านนำขบวนก็คงยุ่งเหมือนกัน เพราะเรื่องพลังงานนิวเคลียร์มันซับซ้อนกว่าบั้งไฟแยะ แต่ ดร.คุรุจิตท่านจบมาทางด้านวิศวะพลังงานจากสหรัฐ

ฉะนั้น เวลาฟังผู้ชำนาญการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แต่ละประเทศเขาอธิบาย ก็ได้ท่านรองปลัดฯ นี่แหละ สวมวิญญาณนักข่าวนำร่อง “ซักแหลก-ถามแหลก” ก่อนที่นักข่าวตัวเป็นๆ จะได้ตามตอดกันคนละหนุบ-ละหนับ

แต่ผมไม่หรอก “อมภูมิ” ตลอดรายการ ยิ่งเจอคำว่า Fission บ้าง Fuel pellet บ้าง Coolant บ้าง Reactor vesse บ้าง Biological concrete shield บ้าง Boiling Water Reactor บ้าง PressuriZed Water Reactor บ้าง

โอ๊ย..จะบ้าตาย!

ฝรั่งผู้มาบรรยายสรุปแต่ละที่-แต่ละคน ดูจะทำการบ้านกันมาเต็มที่ โดยเฉพาะที่ฝรั่งเศส เรียกว่าจบภาคเช้า พักกินข้าว ๑ ชั่วโมง ปิดห้องประชุมอัดต่อยันบ่ายแก่ๆ

ตอนอธิบายจบ เจ้าหน้าที่ กฟผ.ฝรั่งเศสคงนึกว่าจะไม่มีใครถาม เพราะเห็นแต่ละคนเจอ “ฝรั่งเศส” ทั้งดุ้น นั่งกันตาแอ๊บแบ๊ว

ที่ไหนได้ ท่านรองปลัดฯ คุรุจิต บ้าง คุณชวลิต พิชาลัย รอง ผอ.สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน บ้าง ท่านศาสตราจารย์พลายพล คุ้มทรัพย์ จากธรรมศาสตร์ บ้าง คุณวีณารัตน์ เลาหภคกุล บก.ข่าวโทรทัศน์เนชั่น บ้าง คุณสันติ วิริยะสังสฤษฎ์ จากไทยรัฐ บ้าง คุณสมหมาย ปาริจฉัตต์ กรรมการผู้จัดการมติชน บ้าง ท่านอาจารย์สุพิน ปัญญามาก จาก กฟผ.บ้าง

ยิงคำถามแหลกผ่าน ดร.กมล ตรรกบุตร ผอ.ฝ่ายวิศวกรรมเครื่องกล กฟผ. ในทันทีที่ผู้บรรยายบอกว่า “ใครมีข้อสงสัยจะถามบ้าง?”

รุมซัก-รุมขยี้กันตั้งแต่เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องความร่วมมือจากชุมชนและประชาชน เรื่องภาวะโลกร้อน เรื่องความปลอดภัยจากกากกัมมันตรังสี เรื่องกระจายความสมดุลพลังงาน เรื่องเทคโนโลยีปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เรื่องแหล่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ฯลฯ

เรียกว่าซักกันจน “ฝรั่งซีด” จากที่ยิกๆ ให้ถาม ต้องยกมือเบรกบอกว่า “ขอคำถามสุดท้าย..คำถามสุดท้ายนะ”

เขาคงตกใจเหมือนกันว่า “นี่มันจะมาศึกษาหาความรู้เรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือว่ารับจ้าง NGO ฝรั่งเศสมาตั้งป้อมค้าน เพื่อรื้อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์กันแน่?”

ในบรรดาที่ดูมาทั้งหมด ของฝรั่งเศส “น่าสนใจ” มากที่สุด และมีอะไรที่ต้องพูด-ต้องคุยกันต่อไปอีกยาว!

ขอฟุตโน้ตถึง ดร.กมล ตรรกบุตร ซักนิด ท่านไม่ได้ไปด้วยหรอกครับ แต่ กฟผ.ของเรานี่เหมือน “ถ้ำเสือ-วังมังกร” จริงๆ แอบส่งผู้ชำนาญการด้านนิวเคลียร์ระดับเซียนนานาชาติมาซุ่มไว้ที่นี่หลายต่อหลายคน

ดร.กมลนี่เช่นกัน ไม่ใช่ส่งมาฝึก แต่ส่งมาใช้วิทยายุทธ์ด้านนิวเคลียร์เป็นการ “เตรียมการ” อยู่ที่ฝรั่งเศสนานแล้ว พอทราบว่าคณะ “เศษฝรั่ง” จะไปดูโรงไฟฟ้า

ทางสถานทูตไทยที่ฝรั่งเศสก็ดีใจหาย กลัวจะไม่รู้เรื่องกัน ก็เลยวานให้ ดร.กมลช่วยมาทำหน้าที่ ทรานสเลต อินทู ไทย และไทย อินทู ฝรั่งเศส ให้หน่อย

ท่านพูดเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ จนเจ้าหน้าที่รัฐบาลฝรั่งเศสต้องเรียก..ซือแป๋!

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ไปดู ทั้งของฟินแลนด์ และของฝรั่งเศส ล้วนตั้งห่างออกไปจากเมือง นั่งรถกันเป็นชั่วโมง-สองชั่วโมงเลยทีเดียว ที่สำคัญต้องอยู่ในย่านที่ต้องมีแหล่งน้ำ เป็นแม่น้ำบ้าง เป็นทะเลสาบบ้าง

ถึงห่างจากตัวเมือง แต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์กลับอยู่ในชุมชนท้องถิ่น เหมือนอย่างหมู่บ้านตาม อบต.ของเรา พูดได้เลยว่าชาวบ้านเข้าไปตั้งชุมชนจนเป็นเมืองย่อมๆ รอบๆ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ไม่ใช่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เข้าไปตั้งในชุมชน!

น่าอยู่มากแฮะ สังเกตเห็นได้เลยว่าทางรัฐบาล ผ่าน Electricite de France (EDF) กฟผ.ฝรั่งเศสว่างั้นเถอะ เขาจะมีงบประมาณดูแล เอาใจใส่ชุมชนเหมือนไข่ในหิน

เรียกว่าชุมชนในเขตที่มีโรงไฟฟ้า ไม่ว่านิวเคลียร์ หรือถ่านหินเข้าไปตั้งอยู่ แทนที่จะน่ากลัว นึกว่าชาวบ้านจะหวาดผวาและตั้งป้อมปฏิปักษ์ กลับเป็นว่าชุมชนสะอาด เป็นระเบียบ สวยงามกว่าที่ไม่มีโรงไฟฟ้าตั้งด้วยซ้ำไป มีสาธารณูปโภคครบครัน ร้านค้า-ร้านขายคึกคัก

เป็นชุมชนกระจุ๋มกระจิ๋มใน อบต. เหมือนเมืองในเทพนิยาย แต่กว่าจะเป็นอย่างนี้ได้ แสดงว่า กฟผ.ฝรั่งเศสต้องหนักด้านข้อมูลเพื่อความเข้าใจที่ตรงทางด้านนิวเคลียร์กับชาวบ้าน และผ่านชุมชนสัมพันธ์ขนาดหนักมาแล้ว

ไม่งั้นคงไม่สามารถฝ่าด่านอรหันต์จนบรรลุ “สงบ-เย็น” ได้ขนาดนี้ เพราะขึ้นชื่อว่า “นิวเคลียร์กับประชาชน” ที่ไหน..ที่ไหน..ในโลกก็เหมือนกันหมด คือ

ขึ้นต้นด้วยความกลัวกัมมันตรังสี กลัวก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อันเป็นตัวการทำให้โลกร้อน กลัวกระทบต่อสิ่งแวดล้อม!

ไม่ว่าคนเยอรมัน คนฝรั่งเศส คนฟินแลนด์ หรือคนไทย “เหมือนกันเดี๊ยะ” คือ ขั้นแรกก็กลัว และต่อต้าน

เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ของหน่วยงานที่ตั้งขึ้น ต้องให้ความรู้ใหม่ เพื่อเปลี่ยนกระแสความเข้าใจที่ตรงทางด้วย “ข้อมูลที่ครบถ้วน” และไม่บิดเบือน!

นี่ผมยังแอบอิจฉาเลยนะว่า “พื้นที่จังหวัดไหน หรือ อบต.แห่งไหนจะแจ็กพอร์ต ได้รับเลือกเป็นที่ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกในบ้านเรา?”

เพราะอะไร? จะรวยไม่รู้เรื่องด้วยส่วนแบ่งรายได้ตามกฎหมายน่ะซี นอกจากส่วนแบ่งแล้ว พื้นที่นั้นจะได้รับงบประมาณ ได้รับการประคบ-ประหงม ดูแลชุมชนตลอดกาลจากกระทรวงพลังงาน หรือ กฟผ. ชนิดที่เรียกว่า

“เว้นจากดาวกับเดือนแล้ว อยากได้อะไร ทูนหัวให้หมด”

จริงอยู่มันมีส่วนที่น่ากลัวและอันตราย แต่ด้วยกระบวนการควบคุมเคร่งครัด-เข้มแข็งทุกขั้นตอน ใช่ว่าใครจะทำ จะสร้างอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ หากแต่ IAEA (International Atomic Energy Agency) สำนักงานปรมาณูระหว่างประเทศ ที่ไทยเป็นสมาชิกอยู่ด้วย เขาวางกฎคุมเข้ม

เรียกว่าควบคุมทุกกระเบียดนิ้ว ทุกขั้นตอนปฏิบัติเคร่งครัดมาก ฉะนั้นจะเห็นว่า ตลอดระยะเวลา ๔๐-๕๐ ปีที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อันตรายที่เกิดขึ้นจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “น้อยกว่า” ถังแก๊สในครัวระเบิด น้อยกว่ารถชนกันตาย น้อยกว่าคนสูบบุหรี่เป็นมะเร็ง น้อยกว่าดื่มเหล้าตับแข็งตาย

ถ้าแย้งว่าไม่จริงหรอก ดูอย่างที่ “เชอร์โนบิล” ซิ!!

ผมก็อยากจะบอกว่า ให้ตั้งสติ ใจเย็นๆ ลองไปทบทวนข้อมูลดูใหม่ ที่พูดกันว่า “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดน่ะ...จริงๆ แล้ว อะไรมันระเบิดกันแน่?”

ไม่ใช่จากนิวเคลียร์ระเบิดหรอกครับ สาเหตุแรก มาจากยุคนั้นรัสเซียออกแบบมีข้อบกพร่อง สาเหตุสอง มาจากปฏิบัติการฝึกซ้อมทดลองความพร้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

และสาเหตุที่สาม เจ้าหน้าที่จงใจฝ่าฝืนขั้นตอนตามกฎระเบียบควบคุมด้านความปลอดภัย พูดง่ายๆ คือ “แหกกฎ IAEA” เขานั่นเอง และที่ระเบิดก็เป็นการระเบิดจากแรงดันไอน้ำภายใน ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้น

ผลที่ไฟลุกไหม้นั่นแหละ ทำให้กัมมันตรังสีแพร่กระจาย ตายกันไป ๓๐ กว่าคน บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน และต้องอพยพคนในรัศมี ๓๐ ก.ม.อีกกว่าแสนคน!

สิ่งที่ต้องตระหนักคิดจากกรณีนี้คือ ระเบียบ-วินัย-ความเคร่งครัด-คุณภาพคน คือหัวใจของปัญหาที่ต้องกลัว

เรื่องนิวเคลียร์ เรื่องกัมมันตรังสี ไม่ใช่ปัญหาหลักที่ต้องกลัว!

ที่ฟินแลนด์ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์โลวีซา ของบริษัทฟอร์ตุม อันเป็นของรัฐหรือ กฟผ.ฟินแลนด์ ตั้งอยู่ในเกาะกลางทะเลสาบ เปิดใช้มา ๓๐ ปีได้แล้วมั้ง ผมฟังเขาอธิบายสรรพคุณเป็นคุ้งเป็นแคว ก็สงสัยตงิดๆ ว่า

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตั้งอยู่ในเกาะกลางทะเลสาบอย่างนี้ แล้วน้ำในทะเลสาบไม่ปนเปื้อนกัมมันตรังสีหมดหรือ ชาวบ้านเขาว่าไงกัน มีมาประท้วงต่อต้านบ้างมั้ย?

ผมถามเองไม่เป็น ก็เลยวานให้คุณวีณารัตน์ สาวนักเรียนนอกจากโทรทัศน์เนชั่นเธอช่วยถาม ก็ได้ความเป็นเรื่องมะลึกกึ๊กกึ๋ยชนิดคาดไม่ถึงว่า

“ชาวบ้านไม่ประท้วงหรอก กลับชอบกันยกใหญ่ เพราะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คือโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใช้พลังงานความร้อนจากปฏิกิริยาแตกตัวทางนิวเคลียร์ ทำให้น้ำกลายเป็นไอที่มีแรงดันสูง แล้วไอน้ำนั้นจะไปหมุนกังหันที่ต่ออยู่กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าส่งไปใช้กัน”

เจ้าเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เจ้าระบบน้ำที่ระบายความร้อนจากเตาและเครื่องผลิตไอน้ำ ต่างๆ เหล่านี้มันหมุนเวียนเปลี่ยนถ่าย เลยทำให้น้ำในทะเลสาบขั้วโลกเหนือบริเวณที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตั้งอยู่ แทนที่จะกลายเป็นน้ำแข็ง กลับกลายเป็นแหล่งกระแสน้ำอุ่น

ปลาชอบ..กลายเป็นแหล่งชุมนุมของ “ปลา” มาสปาปาร์ตี้กันยกใหญ่ทั้งปี-ทั้งชาติ

แทนที่ชาวบ้านจะกลัวรังสีนิวเคลียร์ กลับยึดเป็นแหล่ง “รมณียสถาน” เป็นจุดท่องเที่ยว-พักผ่อน สำหรับมานั่งตกปลา ชมวิวเล่นกันซะนี่

โดยเฉพาะหนุ่ม-สาว ชอบมานั่งหย่อนเบ็ดจู๋จี๋ นัยว่าเย้ยรังสีแล้วมันเพิ่มพลัง วูบวาบ ซู่ซ่าดี อย่าบอกใครเชียว!

อ้าว..หมดเนื้อที่ จบไปอีกวันแบบ “ไปไม่ถึงไหน?” จนได้ ยังไม่ได้เล่าถึงภาคที่พวกผมจุดเทียน แหวกบาดาลลงใต้ทะเลสาบ แล้วเสกอาคม “ชำแรกพื้นพสุธา” ลึกเข้าไปในเนื้อโลกใบนี้เลย

เพื่อดูที่เก็บ “กากกัมมันตรังสี” พันปี เหมือน “แม่นาคพระโขนง” ถูกจับใส่หม้อถ่วงน้ำ ไม่ให้ผุดให้เกิดตลอดกัป-ตลอดกัลป์อย่างนั้นแหละ

สรุปความว่า ใครกลัว “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์” ด้วยสาเหตุไหน ประเด็นไหน แสดงความข้องใจออกมาให้หมดเถอะครับ จะต่อต้านหรือไม่ต่อต้าน ไม่ใช่ประเด็นหลัก ประเด็นหลักคือ จะได้รู้ว่ากลัวตรงไหน เพราะอะไร ฝ่ายที่จะสร้างเขาจะได้อธิบาย ให้ข้อมูล ทำความเข้าใจให้ถูกที่-ถูกจุด ทุกความสำเร็จในโลก เริ่มต้นมาจากความไม่เข้าใจ และทะเลาะกันก่อนทั้งสิ้น.


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 22 พฤศจิกายน 2550



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter