Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
มองขวา
ภาวิน ศิริประภานุกูล + ณ พัฒน์


หุ้นตลาดเกิดใหม่ : ฟองสบู่ลูกใหม่?

- ณ พัฒน์ -

napatization@gmail.com


พูดไปเหมือนโกหก ตลาดการเงิน ทั่วโลกเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ขั้นวิกฤตครั้งใหญ่มาแค่ไม่ถึงสองเดือน แต่เหมือนกับว่าคนลืมไปหมดแล้วว่า เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมเกิดอะไรขึ้น

พอสถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ภาวะสภาพคล่องที่ตึงตัวเริ่มผ่อนคลาย ธนาคารเริ่มหมุนเงินได้อีกครั้ง

ปัญหาซับพงซับไพรมก็เริ่มไม่มีใครพูดถึง (ตอนนี้ใครยังพูดเรื่องซับไพรมอยู่คงเชยน่าดู) แม้ว่าสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอเมริกา ยังไม่มีทีท่าว่าจะทรงตัว ราคาบ้านยังตกอยู่ไม่หยุด ยอดขายบ้านใหม่และเก่ายังย่ำแย่แบบไม่เคยมีมาก่อน จำนวนบ้านที่ค้างอยู่ในตลาดและระยะเวลาที่บ้านค้างอยู่ในตลาดเพิ่มขึ้นทุกเดือน

แต่ดูเหมือนว่าข่าวเหล่านี้จะกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว

ตลาดหุ้นทั่วโลกขึ้นเอาๆ เหมือนกระทิงดุ ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์โหดร้ายมาแค่ไม่กี่เดือน ดัชนีหุ้น Dow Jones กลับไปทำ new high สูงกว่าตอนก่อนเกิดวิกฤตเสียอีก

มีคนบอกว่า เพราะหุ้นรับข่าวร้ายมามาก จนตอนนี้ข่าวอะไรก็เป็นข่าวดีไปหมด ถ้าข่าวออกมาว่าเศรษฐกิจจะแย่ ก็แปลว่าดอกเบี้ยคงลงได้อีก ก็ได้เฮอีกรอบ หรือถ้าข่าวออกว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น ก็แปลว่าคงจะไม่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย กำไรบริษัทจะดีขึ้นด้วย คือยังไงฉันก็จะขึ้น ว่างั้นเหอะ

ข่าวเรื่อง carry trade ก็เริ่มกลับมาให้ได้ยินอีกรอบ

แต่ที่ขึ้นไปมากจริงๆ ก็คือ หุ้นตลาดเกิดใหม่ทั้งหลายครับ (รวมทั้งตลาดหุ้นไทยด้วย) ที่ตอนนี้ขึ้นไปเลยช่วงก่อนวิกฤตแล้ว ดัชนี MSCI-EM ดัชนีหลักของตลาดหุ้นเกิดใหม่ขึ้นเลยระดับก่อนวิกฤตไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว และยังขึ้นแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด (อย่างน้อยก็ตอนที่ผมกำลังเขียนต้นฉบับอยู่นะครับ)

หลายๆ คนเริ่มตั้งคำถามว่า นี่คือฟองสบู่ก้อนใหม่หรือเปล่า เพราะ Federal Reserve ของสหรัฐเพิ่งจะลดอัตราดอกเบี้ย fed fund rate ไป 50 basis points แบบหักปากกาเซียน และตลาดก็กะว่า Federal Reserve คงต้องประกาศลดดอกเบี้ยอีกรอบก่อนสิ้นปีแน่ๆ

คงยังจำกันได้ ตอนหลังวิกฤตเอเชียและวิกฤต LTCM ช่วงปี 1997-98 Federal Reserve ก็ลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงตลาดการเงินที่กำลังอยู่ในภาวะย่ำแย่ ซึ่งก็ได้ผลเพราะระบบการเงินเข้าสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว แต่ผลข้างเคียงคือดอกเบี้ยที่ ต่ำลง ไปกระตุ้นภาวะฟองสบู่ dotcom ให้เติบโตอย่างรวดเร็ว และแตกไปในไม่กี่ปีถัดมา

พอฟองสบู่ dotcom แตก Federal Reserve ก็ลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอีก และอย่างที่รู้ๆ กันครับ ดอกเบี้ยที่ต่ำก็ไปกระตุ้นให้เกิดฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์อีก

รอบนี้นักลงทุนเริ่มถามหาฟองสบู่ลูกต่อไปกันแล้ว และดูเหมือนว่าตลาดหุ้นเกิดใหม่จะเป็น เป้าหมายอันดับต่อไป

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาประเทศเหล่านี้ ส่วนใหญ่โชว์ผลงานทางเศรษฐกิจแบบเข้าตากรรมการ อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อต่ำ ไม่มีหนี้ภาครัฐบาลให้ต้องกังวลเหมือนสมัยก่อน และบริษัท ในประเทศเหล่านี้ก็โตวันโตคืน

ดูแล้วน่าชื่นใจ น่าพึ่งพาในยามที่ทุกสิ่งดูจะ แย่ไปหมดในตลาดใหญ่ๆ อย่างอเมริกาหรือยุโรป เงินทุนก้อนมหาศาลก็เลยพุ่งตรงไปยังตลาดหุ้นตลาดเกิดใหม่เหล่านี้

ราคาหุ้นเลยขึ้นเอาๆ แบบเอาหมีมาฉุดก็ไม่อยู่

และเหมือนฟองสบู่ที่เกิดขึ้นมาทุกครั้งครับ คนที่มองเห็นว่ามันเป็นฟองสบู่ ก็จะพร่ำบ่นว่าให้ระวัง ว่ามันคือฟองสบู่ที่กำลังโต และพร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อ พร้อมกับยกสถิติต่างๆ มาเตือนว่า มันเริ่มไม่มีเหตุผลแล้ว

แต่คนที่มองไม่เห็นว่ามันเป็นฟองสบู่ ก็จะหาเหตุผลมาอธิบายว่า ทำไม “คราวนี้” ไม่เหมือนคราวก่อนๆ และทำไมราคาขึ้นควรจะขึ้นไปได้อีก

และคนกลุ่มนี้ก็จะเป็นฝ่ายถูกเป็นเวลานาน พอสมควร เพราะฟองสบู่ไม่เคยแตกในวันแรกๆ ที่คนออกมาเตือนว่า มันเป็นฟองสบู่สักที แต่มันจะโตขึ้นๆ รอให้คนที่จ้องๆ อยู่แต่ไม่กล้าเข้า ให้เข้ามาในฟองสบู่ได้มากๆ ก่อนแล้วค่อยแตก

ครั้งนี้ก็เหมือนกันครับ ที่น่าจับตามากๆ คือ ตลาดหุ้นจีนกับฮ่องกงครับ ตอนที่ตลาดหุ้นคนอื่นเขาตกกันเอาเป็นเอาตาย เชื่อไหมครับว่า หุ้นจีนแทบไม่ระคายเคือง ข่าวที่ว่าทางการจีนจะอนุญาตให้คนจีนขนเงินออกมาลงทุนในตลาดหุ้นฮ่องกงได้ ยิ่งทำให้หุ้นฮ่องกงวิ่งกันไฟแลบ

คนที่มองว่านี่คือฟองสบู่ ก็ออกมาเตือนแล้วว่า ทุกวันนี้อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ของตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ สูงกว่า 60 เท่าแล้ว และสูงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกง ก็ไม่น้อยหน้า P/E สูงเกือบ 40 เท่าแล้ว

รับรองได้เลยครับว่า มีคำอธิบายได้แน่ๆ สำหรับปรากฏการณ์นี้ เช่น บ้างก็ว่าตลาดจีนกำลังจะเปิดรับโอลิมปิก เศรษฐกิจต้องดีขึ้นไปอีกแน่ๆ บ้างก็ว่าการออมภายในประเทศจีนมีสูง แต่ถูกกั้นด้วย capital control ถ้าคนจีนเข้าถึงตลาดหุ้นเยอะขึ้น ตลาดหุ้นต้องขึ้นไปได้อีกเยอะๆ

ยิ่งทุกวันนี้การลงทุนแบบ index เป็นที่นิยมกันมาก เพราะนักลงทุนไม่ต้องพะวงว่า ปัจจัยพื้นฐานเป็นอย่างไร ถ้าอยากลงทุนประเทศไหนก็ซื้อ index ประเทศนั้นซะเลยง่ายดี นอกจากปลอดภัยเพราะได้รับผลประโยชน์จากการกระจายความเสี่ยงแล้ว ยังได้ exposure จากการลงทุนในตลาดนั้นๆ แบบต้นทุนต่ำ หุ้นยิ่งขึ้นกันไปได้แบบสนุก เพราะมีนักลงทุนคอยซื้อทีเกือบทั้งตลาด ไม่ต้องคอยเลือกเป็นตัวๆ

ก็ว่ากันไปครับ แต่ผมมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งจากการนั่งดูฟองสบู่มาสี่ห้าลูกครับ คือ อะไรขึ้นไปได้ มันก็ลงมาได้ครับ

ถ้าใครกลัวพลาดขบวนรถไฟ ไม่ได้ทำกำไรตอนฟองสบู่กำลังโต ก็อย่าเพลินจนลืมกระโดดจากรถไฟก่อนรถไฟจะชนแล้วกันครับ

ยิ่งตอนนี้ไฟจากวิกฤตคราวก่อนยังมอดไม่หมด ต้นเหตุของวิกฤตคราวก่อนอย่างตลาดอสังหาริมทรัพย์อเมริกาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น เชื้อไฟจะปะทุขึ้นมาอีกเมื่อไรก็ไม่รู้

ยิ่งคิดยิ่งหนาวครับ...


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 15 ตุลาคม 2550



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter