Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
ความคิดเปิดผนึก
อภิชาต สถิตนิรามัย


จุดเริ่มต้นของการเมืองทางชนชั้น? การเมืองหลังการลงประชามติ

บทความของผมเรื่องอำมาตยาธิปไตยหวนคืน ตีพิมพ์ในคอลัมน์นี้ ฉบับวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549 เขียนไว้ว่า “รัฐประหาร 19 กันยา จึงเป็นการ รุกกลับของพลังอำมาตยาธิปไตย ซึ่งได้รับการอุปถัมภ์จากชนชั้นนำตามประเพณี โดยมีพลเอกเปรมเป็นตัวเชื่อม... การรัฐประหารครั้งนี้จึงเป็นการดึงการเมืองไทยกลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์แห่งการร่างรัฐธรรมนูญเลือกตั้ง รัฐประหาร ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยมีพลังอำมาตยาธิปไตยเป็นตัวเอกอีกครั้งหนึ่ง คำถามหลักในปัจจุบัน จึงมีอยู่ว่า รัฐธรรมนูญใหม่ การเลือกตั้งและรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้นนั้น จะมีสาระสำคัญ เช่นไร การเมืองไทยจะถอยหลังไปไกลขนาดไหน จะกลับไปไกลถึงช่วงเวลา “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” ยุคเปรมาธิปไตย ที่มี “คนกลาง” เป็นนายกฯ หรือจะย้อนกลับไป “แค่” 14 ปี เป็นยุคหลังพฤษภาคม 2535 แบบรัฐบาลนายชวน หลีกภัย คำตอบเบื้องต้นคงพอจะพิจารณาได้จากเนื้อหาและกระบวนการของรัฐธรรมนูญที่กำลังจะถูก ร่างขึ้น ตัวอย่างเช่น ผม “ฟันธง (เดา)” ว่า จะไม่มีระบบ party list เนื่องจากระบบนี้จะทำให้หัวหน้าพรรคสามารถอ้างความชอบธรรมจาก คนทั้งประเทศได้ เช่น 16 หรือ 19 ล้านเสียง ในขณะที่นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็น ส.ส.จากเขต เลือกตั้งหนึ่งๆ นั้นไม่สามารถอ้างความชอบธรรมในระดับประเทศได้...หากรัฐธรรมนูญใหม่อนุญาตให้มีระบบวุฒิสภาแล้ว ส.ว.ก็จะมา จากการแต่งตั้ง เป็นต้น”

สรุปว่าผมเดาทิศทางของรัฐธรรมนูญ 2550 ถูก ในแง่ที่เหล่ามหาอำมาตย์และชนชั้นนำ ต้องการบงการการเมืองอยู่หลังฉากต่อไป โดยออกแบบกติกาการเมืองใหม่เพื่อลดทอนอำนาจนักการเมืองลง ดังนั้นรัฐบาลหลังการ เลือกตั้ง ครั้งต่อไปก็จะเป็นรัฐบาลผสมที่อ่อนแอ เช่นเดียวกับรัฐบาลชวนหนึ่งและสอง หรือทุกรัฐบาลก่อนหน้ารัฐบาลทักษิณ ผลเสียของการมีรัฐบาลอ่อนแอคงเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ผลงานรัฐบาลพลเอกชวลิตและวิกฤตเศรษฐกิจ 2540 เป็นตัวอย่างที่ดีของผลเสียข้างต้น

ประเด็นของผมในคราวนี้ คือ รัฐบาลใหม่ที่อ่อนแอนี้จะเผชิญกับสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่ต่างไปมากจากสิบปีที่แล้ว และเหล่ามหาอำมาตย์ไม่มีทางจะควบคุมการเมืองไทยให้เป็นไปตามที่เขาต้องการอย่างง่ายๆ ตรงกันข้ามมี ความเป็นไปได้ที่การเมืองข้างหน้าจะเป็นการเมืองที่มีลักษณะของการต่อสู้ทางชั้นชน (class politics) หากดูจากผลการลงประชามติในวันที่ 19 ส.ค. ดังที่ อ.นิธิเสนอไว้ในบทความ ที่มติชนรายวันเมื่อ 27 ส.ค. ผมเดาว่ามรดกทางการเมือง ของ “ระบอบ” ทักษิณ ที่ชนชั้นปกครองไม่มีวันล้างออกได้ก็คือ “คนจน” ในฐานะชนชั้น ได้ถูกยกระดับกลายเป็นพลังใหม่ทางการเมืองแล้ว

รัฐบาลจากการเลือกตั้งพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลแรก ที่ทำให้กลุ่มคนจนรากหญ้าเห็นว่า การเมืองในระดับชาตินั้น “กินได้” มีผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อชีวิตประจำวันของเขา ผ่านการดำเนินมาตรการประชานิยมที่แจกจ่ายผลประโยชน์ให้ แก่ชนชั้นล่างทั้งในเมืองและชนบท เช่น กองทุนหมู่บ้าน 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นต้น ทั้งหมดนี้ มีผลสะเทือนทางการเมืองอย่างยิ่ง มันบั่นทอนความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ที่ชนชั้นล่างมีต่อนักการเมืองท้องถิ่น กลุ่มอิทธิพล และทุนภูธร ผลก็คือชนชั้นล่างทั้งในเมืองและชนบทได้กลายเป็น ฐานพลังที่เข้มแข็งและสำคัญที่สุดของพรรค ไทยรักไทย และสิ่งเหล่านี้เองที่อธิบายถึงการ เกิดขึ้นของม็อบสวนจตุจักร (ผมไม่เชื่อว่าการชุมนุมที่สวนจตุจักรและการเคลื่อนไหวทางการเมืองของชาวรากหญ้าในปีที่แล้วจะอธิบายได้ทั้งหมดด้วย อามิสสินจ้าง) ปรากฏการณ์สวนจตุจักรนี้มันเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเด็นปัญหาระดับชาติของชนชั้นล่างเป็นครั้งแรก ซึ่งแตกต่างจากการชุมนุม-ประท้วงครั้งก่อนๆ เช่น การชุมนุมของกลุ่มสมัชชาคนจน หรือของสหพันธ์ชาวไร่ชาวนาในอดีตที่ประเด็นแห่งการชุมนุมจะเป็นปัญหาปากท้อง หนี้สิน หรือเป็นปัญหาระดับท้องถิ่น ทั้งหมดนี้สะท้อน ให้เห็นว่า ชนชั้นรากหญ้าในฐานะกลุ่มพลังทางการเมืองนั้น เป็นสิ่งที่กลุ่มพลังอื่นของ สมการแห่งอำนาจต้องตระหนักถึง มันเป็นไปไม่ได้อีก ต่อไปแล้วที่จะกีดกันพลังนี้ออกจากสมการแห่งอำนาจ

ผลการลงประชามติตอกย้ำภาพข้างต้น ภายใต้กฎอัยการศึกและความไม่เท่าเทียมทุกรูปแบบของการรณรงค์รับ-ไม่รับรัฐธรรมนูญ คะแนนเสียงไม่รับ 5.2 ล้านเสียงของภาคอีสาน และ 2.2 ล้านเสียงของภาคเหนือ เป็นการตอกย้ำสายสัมพันธ์ที่หนาแน่นระหว่างชนชั้นล่างกับ พรรคไทยรักไทยอีกครั้งหนึ่ง และอย่างที่ อ.นิธิชี้ว่า ความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่แค่การเกาะติด พื้นที่แบบพรรคประชาธิปัตย์กับภาคใต้ แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างพรรคกับชนชั้นคนจน ดังนั้นรัฐบาลใหม่ที่อ่อนแอจะจัดการกับประเด็นทางการเมืองแบบชนชั้นคนจนของพรรคฝ่ายค้าน ไทยรักไทยในชื่อใหม่นี้ได้อย่างไร “หันกลับไปเอาใจประชาชนกลุ่มนี้ ก็มีโอกาสที่จะทำให้ฐานเสียงเดิมของตนคลายความนิยมลง (เพราะความขัดแย้งเป็นเรื่องของนโยบาย-ไม่ใช่แค่เหม็นสาบคนจน หรือหมั่นไส้คนรวย) เกาะติดกับฐานเสียงเดิม ก็เท่ากับทำให้ฝ่ายค้านยิ่งเกาะติดกับ “ชนชั้น” มากขึ้น นั่นหมายความว่าจะขยายต่อไปยังกลุ่มคนจนเมืองได้อีกมาก”

สรุปก็คือในขณะที่ชนชั้นคนจนถูกปลุกให้ตื่นขึ้นเป็นพลังทางการเมืองใหม่ และมีข้อเรียกร้องทางชนชั้นของตัวเองที่รัฐบาลใหม่จะเพิกเฉยไม่จัดการก็ไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน กติกาใหม่ทางการเมืองก็ build in ให้รัฐบาลใหม่เป็นรัฐบาลอ่อนแอ ไร้ประสิทธิผล ในแง่ที่ไม่สามารถจะจัดการปัญหาใดๆ ได้เท่าไร

คิดต่อแบบมองโลกในแง่ร้ายแล้ว ภาพ ทางการเมืองในระยะไม่นานข้างหน้าจะเต็มไป ด้วยความขัดแย้งที่จะสะสมขึ้นเรื่อยๆ จนถึง จุดหนึ่งก็ไม่สามารถจะแก้ไขด้วยกลไกปกติได้ เช่น การเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ไปในทิศทางที่เป็นประชาธิปไตย มากขึ้นและรัฐบาลมีประสิทธิผลมากขึ้นก็จะ ไม่สำเร็จจนกว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นก่อน หรือเกิดรัฐประหารขึ้นอีก หรือกลายเป็น การย้อนรอยกลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์แห่ง การร่างรัฐธรรมนูญ-เลือกตั้ง-รัฐประหาร- ร่างรัฐธรรมนูญใหม่

มองอีกแง่หนึ่ง การเมืองแบบชนชั้นที่จะ เข้มข้นขึ้นนี้จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทางการเมือง ซึ่งอาจจะทำให้วงจรอุบาทว์ที่จะเกิดขึ้นครั้งหน้ากลายเป็นวงจรสุดท้าย พูดอีกแบบคือความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นอาจเป็นความขัดแย้งครั้งสุดท้าย ก็เป็นไปได้ เพราะจะเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงมากและเป็นขั้นแตกหัก อาจจะไม่มีการประนีประนอมภายใต้ “คนกลาง” แบบปี 2535 เพราะคนกลางกลายเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง หรือเพราะ just ไม่มีคนกลาง และไม่ว่า ฝ่ายใดจะชนะ ราคาที่สังคมโดยรวมจะต้องจ่าย ในครั้งนี้จะสูงมาก อาจจะทั้งในรูปของจำนวนศพ ผู้บาดเจ็บ และแผลเป็นของสังคม


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 10 กันยายน 2550



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter