ศูนย์วิจัย UC-UTCC กับฐานข้อมูลออนไลน์ เพื่อการวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์และสังคมศาสตร์
ท่านเคยหงุดหงิดกับ “ความไม่รู้” ในข้อเท็จจริง หรืออึดอัดที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านเศรษฐกิจบ้างไหมครับ
นี่ไม่ใช่ประเด็นเรื่องของข้อมูลที่ถูกปกปิด หรือถูกกักไว้เพราะถือเป็นความลับห้ามเผยแพร่นะครับ แต่ผมหมายถึงข้อมูลเศรษฐกิจและสังคม ที่มีการสำรวจหรือจัดเก็บ และสามารถเผยแพร่ ให้สาธารณะนำไปใช้ศึกษา และวิเคราะห์ได้ แต่ติดขัดตรงที่ข้อมูลเหล่านั้นมิได้ถูกจัดเตรียม ไว้สำหรับการเผยแพร่ ให้คนส่วนใหญ่เข้าถึง ได้ง่าย
ยกตัวอย่างเช่น ชุดข้อมูลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ที่มีการจัดเก็บเป็นประจำทุกๆ 2 ปี โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ชุดข้อมูลนี้ถือได้ว่าเป็นสินทรัพย์ ทางปัญญาที่มีคุณค่าอย่างมหาศาลต่อการวิจัยและการศึกษาทางเศรษฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพราะเป็นการสำรวจข้อมูลรายได้และรายจ่าย ในระดับครัวเรือน ที่ลงลึกถึงรายละเอียดของแต่ละรายการค่าใช้จ่าย และรายได้ของครัวเรือน รวมทั้งมีข้อมูลของภาวะหนี้สิน การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาด้วย
นอกจากนี้ ทางสำนักงานสถิติแห่งชาติยังเพิ่มเติมแบบสอบถามที่สะท้อนถึงนโยบายของรัฐบาลที่ส่งผลต่อการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนเข้าไว้ด้วยในบางรอบของการสำรวจ เพื่อช่วยให้รัฐบาลสามารถติดตาม ผลการดำเนินนโยบายได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น
ตัวอย่างของแบบสอบถามที่ใช้ติดตามผลของนโยบายได้แก่ ชุดคำถามเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินกองทุนหมู่บ้าน และชุดคำถามที่สืบเนื่องจากนโยบายการลงทะเบียนผู้ประสบปัญหาสังคม และความยากจนของรัฐบาลชุดที่แล้ว
สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ดึงสารสนเทศบางส่วนที่อยู่ในชุดข้อมูลสำรวจนี้ มาประมวลผล และนำเสนอในรูปของตารางข้อมูล ซึ่งเราสามารถดาวน์โหลดไฟล์ที่จัดเก็บด้วยโปรแกรม excel มาดูและใช้งานได้ การจัดเตรียมข้อมูลในรูปแบบไฟล์ที่ใช้กับแอปพลิเคชั่นในกลุ่ม Microsoft office ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม เพราะช่วยให้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงข้อมูลและสารสนเทศของข้อมูลได้อย่างกว้างขวางและง่ายดาย
อย่างไรก็ดี ตารางทั้งหมดที่สำนักงานสถิติ แห่งชาติได้ทำไว้นั้น ครอบคลุมเพียงข้อมูลบางส่วนที่จัดเก็บไว้ในการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน
หากใครต้องการข้อมูลอื่นๆ นอกเหนือ จากข้อมูลในตารางที่สามารถดาวน์โหลดได้จาก หน้าเว็บ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติแล้วนั้น ต้องไปซื้อหาข้อมูลดิบของการสำรวจนี้ มาสืบค้นกันเอง
สมมติว่าเราอยากรู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับครัวเรือนที่ได้ลงทะเบียนผู้ประสบปัญหาสังคมและความยากจน ที่ได้มีการสำรวจในรอบปี 2547 นั้น เราจะต้องไปซื้อชุดข้อมูลในปี 2547 ทั้งชุดมา นอกจากนี้ การที่จะดึงสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับชุดคำถามนี้ออกมาใช้งาน จำเป็นต้องมีความรู้ในเรื่องของการตัดข้อมูลในไฟล์ แยกออกมาเป็นข้อมูลรายตัวแปรเสียก่อน นี่ยังไม่ถึงขั้นตอนของการจัดการกับชุดข้อมูลที่มี observation ขนาดใหญ่นะครับ (ขนาดตัวอย่างในชุดสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนในปี 2547 มีจำนวน 116,444 คน)
แค่นึกภาพตามก็เหนื่อยแล้วใช่ไหมครับ
ที่จริงแล้ว ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน เราสามารถเข้าถึงข้อมูลและดึงสารสนเทศที่ต้องการได้ด้วยการ “คลิก” เพียงไม่กี่ครั้ง
ลองนึกภาพถึงเว็บฐานข้อมูลออนไลน์ ที่มีชุดข้อมูลมากมายให้เลือกสืบค้น
“คลิก” แรก เราเลือกดู “document” ของการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของ ครัวเรือนในปี 2547
ใน “document” นั้น เราสามารถใช้สืบค้น ดูคำถามและคำตอบของการสำรวจนี้ทั้งหมด เพียงแค่เลื่อนเมาส์ขึ้นลง เพื่อเปลี่ยนหน้าของเอกสาร
สมมติว่าสารสนเทศที่เรากำลังสนใจจะสืบค้นคือ ในส่วนที่เกี่ยวกับการลงทะเบียนผู้ประสบปัญหาสังคมและความยากจน เราต้องการจะทราบได้ว่า ในระหว่างช่วงปลายปี 2546 ถึงช่วงต้นปี 2547 ที่กระทรวงมหาดไทยเปิดรับลงทะเบียนเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนนั้น มีครัวเรือนที่อยู่ในรอบสำรวจปี 2547 กี่ราย ที่ได้ไปลงทะเบียน และมีกี่รายที่ลงทะเบียนไว้ แต่ไม่ผ่านการพิจารณาเวทีประชาชน
เราเพียงกวาดสายตาดู ส่วนของ “document” ที่มีคำถามดังกล่าวอยู่ เราจะเห็นผลของการสำรวจในคำถามนี้ได้โดยง่ายว่ามีประชากรจำนวน 6,688 ราย จากจำนวนสมาชิกครัวเรือนทั้งหมด 116,444 ราย ในรอบสำรวจช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนธันวาคม 2547 นั้น ลงทะเบียนไว้กับกระทรวงมหาดไทย (หรือคิดเป็นร้อยละ 15.2 ของครัวเรือนทั้งหมดในรอบสำรวจนี้) และในจำนวนที่ลงทะเบียนไว้นั้น มีอยู่ด้วยกัน 3,355 ราย ไม่ผ่านการพิจารณาเวทีประชาชน (หรือประมาณร้อยละ 7.6)
หากต้องการสืบค้นต่อไปว่า ประเภทของปัญหาสังคมและความยากจนใด ที่กลุ่มครัวเรือนที่ได้ลงทะเบียนไว้กับกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าเป็นปัญหาที่มีความสำคัญอันดับหนึ่ง
ในรอบการสำรวจนั้นพบว่า มีครัวเรือนจำนวน 3,281 ราย ระบุว่าปัญหาที่ดินทำกิน เป็นปัญหาสำคัญอันดับแรก (คิดเป็นร้อยละ 49.1 ของกลุ่มที่ลงทะเบียนไว้)
สารสนเทศที่เราสามารถสืบค้นได้จาก “document” ที่สร้างขึ้นจากข้อมูลชุดสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนนี้นั้น ให้ความรู้และความเข้าใจในเบื้องต้นที่มีคุณค่า กับทั้งนักเศรษฐศาสตร์ นักวิจัย นักเรียน นักศึกษา และผู้เกี่ยวข้องกับการวางนโยบายสาธารณะ
และสำหรับนักวิจัยที่ต้องการวิเคราะห์ชุดข้อมูลสำรวจนี้ในเชิงลึก หรือต้องการเชื่อมโยงข้อมูลในส่วนนี้กับส่วนคำถามอื่นๆ ในแบบสอบถาม จะสามารถ “คลิก” ครั้งที่สอง เพื่อดาวน์โหลดข้อมูลชุดนี้มาใช้ศึกษาวิเคราะห์ได้ โดยข้อมูลที่พร้อมสำหรับการเผยแพร่เพื่อการวิจัยนี้นั้น ต้องจัดเก็บในฟอร์แมตที่ให้นักวิจัยใช้งานต่อได้ง่าย อาทิ เก็บในฟอร์แมตที่ใช้กับแอปพลิเคชั่นอย่าง SPSS SAS หรือ STATA ซึ่งถือเป็นซอฟต์แวร์มาตรฐานของนักวิจัยได้
มาถึงตรงนี้ ผู้อ่านคงนึกสงสัยแล้วใช่ไหมครับว่า เราจะได้ “document” และข้อมูลพร้อมใช้ ทำวิจัยได้อย่างไร ปัจจุบันนี้มีหน่วยงานหรือองค์กรใดบ้างที่เผยแพร่ แบ่งปัน รวมไปถึงรักษาสภาพของข้อมูลด้านสังคมศาสตร์เพื่อเป็นบริการทางวิชาการแก่ส่วนรวม
เรื่องทั้งหมดนี้จัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง “data archive” ทั้งสิ้น
data archive นั้นถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาองค์ความรู้ของชาติ เพราะ data archive ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมทรัพยากรด้านข้อมูล สำหรับการทำวิจัย และการเรียนการสอนที่มีบทบาทสำคัญในการ
1.รักษาสภาพของข้อมูลมิให้ถูกทิ้งให้ล้าหลังโดยเทคโนโลยี เราจะเห็นได้ว่า ข้อมูลถูกเก็บไว้ในรูปของสื่อ ที่ขึ้นกับเทคโนโลยีในช่วงเวลานั้นๆ ครั้นเมื่อเทคโนโลยีก้าวไปข้างหน้า สื่อที่เก็บข้อมูลนั้นมักกลายเป็นวัตถุล้าสมัย และพลอยให้ข้อมูล ที่อยู่ในสื่อนั้นพลอยถูกละทิ้งไปด้วย
ดังจะเห็นได้จากข้อมูลที่ในอดีตถูกเก็บไว้ในสื่อ เช่น เทปแม่เหล็ก ซึ่งกลายเป็นสื่อที่ตกยุคไปแล้ว และกลายเป็นอุปสรรคสำหรับการนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้อีก
2.ตรวจสอบความถูกต้อง และเตรียมข้อมูล สำหรับการทำ “document”
3.จัดเก็บข้อมูลในรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับ “ผู้ใช้” ที่มีความหลากหลาย
4.ให้บริการกับ “ผู้ใช้” ข้อมูลเหล่านั้นในด้านต่างๆ
การเคลื่อนไหวเพื่อสร้าง data archive สำหรับสาขาสังคมศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ ในต่างประเทศนั้น เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 60 แล้ว โดยเริ่มต้นที่ประเทศสหรัฐ และแพร่หลายไปยังประเทศอังกฤษเมื่อปี ค.ศ.1967
40 ปีจากวันนั้น เรากำลังจะเห็นศูนย์วิจัยที่ทำหน้าที่สร้าง data archive ให้กับข้อมูลทางด้านเศรษฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ในประเทศไทย เมื่อศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโก-มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกำลังจะเปิดเว็บ ฐานข้อมูลออนไลน์ ให้สาธารณชนได้ใช้สืบค้นข้อมูลกัน
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโก-มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2547 ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือทาง วิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยชิคาโก แห่งประเทศสหรัฐ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยศูนย์วิจัยนี้มีพันธกิจที่จะเป็นศูนย์รวมทรัพยากรด้านข้อมูล ผลิตงานวิจัย เพื่อขยายพรมแดนความรู้ ทางด้านเศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์และธุรกิจ อีกทั้งเป็นผู้ให้บริการทางด้านวิชาการ จัดอบรม และสัมมนาวิชาการระหว่างประเทศ
ภายใต้พันธกิจนี้ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัย ชิคาโก-มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จึงสร้าง data archive ของชุดข้อมูลสำรวจที่มีการจัดเก็บในประเทศไทย เพื่อเผยแพร่ในรูปแบบที่สาธารณชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย และเอื้อต่อการนำไปใช้วิเคราะห์วิจัยในเชิงลึกต่อไป
บริการด้านฐานข้อมูลออนไลน์จะเริ่มเปิดให้ทดลองใช้ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ และจะมีการสาธิตวิธีใช้งาน ฐานข้อมูลออนไลน์ของศูนย์วิจัย ในงานสัมมนาวิชาการที่จัดขึ้น ในวาระที่ศูนย์วิจัยนี้มีอายุครบ 3 ปีเต็ม ในวันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคมที่จะถึงนี้
ในงานสัมมนาวิชาการนี้ ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ ศาสตราจารย์ ดร.สิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์ด้าน IT ต่อการพัฒนาองค์ความรู้ของชาติ”
และจากนั้น ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโก-มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (ผมเองครับ) จะนำเสนอผลงานด้านการพัฒนาฐานข้อมูลออนไลน์ของศูนย์วิจัย เพื่อการวิจัย ด้านเศรษฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งจะเปิดให้บริการกับชุมชนวิชาการในเดือนกันยายนนี้ โดยจะสาธิต
1. การสืบค้นข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสังคม (survey data) ผ่านทางเว็บของศูนย์วิจัย
2. การดึง DDI codebook (ซึ่งเป็น “document” ของชุดข้อมูลสำรวจ) ผ่านทางหน้าเว็บ
3. การดาวน์โหลดข้อมูล ที่ผ่านการชำระล้างแล้ว ในฟอร์แมตของโปรแกรม STATA SAS SPSS
4. การวิเคราะห์ข้อมูลออนไลน์ โดยเครื่องมือด้านสถิติและเศรษฐมิติ
ภายหลังจากการสาธิตการใช้ฐานข้อมูล ออนไลน์ของศูนย์วิจัยแล้ว จะมีการเข้าเยี่ยมชมศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโก-มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ณ อาคาร 21 ชั้น 7 ด้วย
ผมจึงขอถือโอกาสนี้เชื้อเชิญท่านผู้อ่านที่สนใจ มาร่วมกิจกรรมของเราในวันดังกล่าว ระหว่างเวลา 08.30-11.30 น.
โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสำรองที่นั่งหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัย ชิคาโก-มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โทร.0-2697-6632-6 หรือทาง www.uc-utcc.org และนับจากวันนี้ไป “ข้อมูล” จะไม่ใช่อุปสรรคของการค้นคว้า หาความรู้อีกต่อไป
ตีพิมพ์ครั้งแรก: คอลัมน์ ‘หอคอยงาช้าง’ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 13 สิงหาคม 2550



