Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
โลกสีเขียว
เพชร มโนปวิตร


โลมาในแม่น้ำอิรวดี…วิถีทางและชะตากรรม

pmanopawitr@wcs.org


ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาชื่อของโลมาอิรวดี หรือโลมาหัวบาตรครีบหลัง (Irrawaddy dolphin) ดูจะเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงการอนุรักษ์บ้านเรา โดยเฉพาะจากวิกฤติการณ์ของโลมาชนิดนี้ที่ทะเลสาบสงขลาซึ่งคาดว่าเหลือประชากรอยู่เพียงยี่สิบกว่าตัว รวมไปถึงกระแสความนิยมในการนำเรือออกชมฝูงโลมาตามปากแม่น้ำในอ่าวไทยตอนในในช่วงฤดูหนาว ไล่ตั้งแต่แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำท่าจีน ไปจนถึงปากแม่น้ำเพชรบุรีแถวๆ บางตะบูน เท่าที่ผมมีโอกาสศึกษาข้อมูลทำให้ทราบว่าปัญหาและอุปสรรคหลักๆในการอนุรักษ์โลมาชนิดนี้ในแต่ละที่แต่ละแห่งจะไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ เริ่มจากการขาดแคลนข้อมูลพื้นฐาน ถูกคุกคามเนื่องจากเครื่องมือประมงชนิดต่างๆ ขาดการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่อนุรักษ์ ปัญหามลภาวะในแม่น้ำ และสุดท้ายคือประชาชนท้องถิ่นขาดความรู้และความรักในโลมา

ความพยายามอนุรักษ์โลมาอิรวดีท่ามกลางกระแสการพัฒนาตามแบบทุนนิยมอันเชี่ยวกรากของประเทศไทยดูเป็นเรื่องสุดแสนท้าทายและคงต้องติดตามต่อไปกันยาวๆ แต่ทุกครั้งที่ผมได้ยินชื่อโลมาชนิดนี้ก็พาลทำให้คิดถึงแม่น้ำอิรวดี ต้นกำเนิดของเรื่องเล่าอันน่าสนใจและเรื่องราวการอนุรักษ์โลมาชนิดนี้ในพม่า

แม่น้ำอิรวดีที่มีความยาวร่วม 2,000 กิโลเมตร เปรียบเสมือนเส้นเลือดหลักที่หล่อเลี้ยงชาวพม่าจำนวนมากมายสองฟากฝั่ง และเป็นที่มาของตำนานความผูกพันระหว่างชาวประมงพื้นบ้านกับฝูงโลมา ที่ซึ่งเล่ากันว่าโลมาอิรวดีคอยทำหน้าที่ช่วยต้อนปลาให้กับชาวประมง โดยได้รับส่วนแบ่งจากฝูงปลาที่ชาวประมงจับได้เป็นการตอบแทน เทคนิคการจับปลาอันน่าเหลือเชื่อนี้ได้รับการบันทึกไว้โดยนายจอห์น แอนเดอร์สัน นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ ตั้งแต่ปีค.ศ.1879 จนเป็นแรงบันดาลใจให้นักชีววิทยารุ่นหลังตามเข้าไปพิสูจน์ความจริง

ไบรอัน สมิธ ผู้เชี่ยวชาญด้านโลมาน้ำจืดแห่งสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) เป็นหนึ่งในนักวิจัยไม่กี่คนที่มีโอกาสเข้าไปสำรวจโลมาในแม่น้ำอิรวดีตั้งแต่ปีค.ศ. 1996 เขาบันทึกการเดินทางครั้งแรกไว้ว่า

“ในค่ำคืนอันหนาวเหน็บ บนเกาะเล็กๆ กลางแม่น้ำอิรวดี ผมนั่งอยู่ข้างกองไฟกับอู ทัน ทุน ผู้เป็นพ่อและมิน เกา อู ลูกชาย ชาวประมงพื้นบ้านผู้มีประสบการณ์ในการจับปลาร่วมกับโลมาอิรวดี ทั้งสองเล่าว่า การจับปลาที่มีโลมาคอยช่วยเหลือเพียงครั้งเดียวสามารถจับปลาได้มากกว่าวิธีปกติทั้งวัน ในขณะเดียวกันโลมาก็สามารถเลือกกินปลาที่แตกฝูงได้อย่างสบายใจ”

ไบรอันเล่าว่าสองพ่อลูกรู้จักโลมาบางตัวในแม่น้ำเป็นอย่างดี โดยแต่ละตัวจะมีชื่อเรียกตามลักษณะเฉพาะตัวเช่น Goat Htit Ma แม่คอสั้น Htaung Yan Ma แม่หางกระดก Ganung Gyi พ่อหัวใหญ่ และไม่ลืมที่จะเล่าถึง Jet Ma แม่ลมกรด โลมานักจับปลาระดับตำนานตั้งแต่สมัยรุ่นปู่

อู ทัน ทุน บอกว่าการเชื้อเชิญให้โลมามาร่วมจับปลา เขาจะใช้ไม้ทรงกรวยชิ้นเล็กๆ ที่มีชื่อเรียกว่า ลาไบ กุย แปลตรงตัวได้ว่า ไม้เรียกโลมา เคาะที่ข้างๆ เรือ และตีผิวน้ำด้วยไม้พาย จากนั้นก็กระตุกสายตะกั่วที่ทอดอยู่ใต้ท้องเรือเพื่อส่งเป็นสัญญาณ ถ้าโลมาตกลงปลงใจที่จะช่วย พวกมันจะตีน้ำด้วยครีบหางเป็นการส่งสัญญาณตอบ และไม่ช้าโลมาตัวสองตัวก็จะเริ่มว่ายวนเป็นวงเพื่อต้อนฝูงปลาเข้าหาเรือ เมื่อปลาเข้ามาอยู่ในระยะ โลมาจะว่ายให้เห็นครีบหางเป็นลูกคลื่นเป็นการส่งสัญญาณให้ชาวประมงรู้ว่าได้จังหวะที่จะเหวี่ยงแหแล้ว

“การจะทำให้โลมายอมช่วยจับปลาให้ ก็เหมือนการยั่วเย้าหญิงสาว บางครั้งเธอก็ยินยอมพร้อมใจ แต่บ่อยๆ เธอก็ปล่อยให้เราได้แต่รอเก้อ” มิน เกา อู ลูกชายเปรียบเทียบอย่างน่าฟัง

แม้เรื่องเล่ารอบกองไฟจะฟังดูดีเพียงใด แต่การสำรวจรอบแรกของไบรอันก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เขาใช้เวลาประมาณ 7 วันสำรวจแม่น้ำอิรวดีตอนบนเหนือเมืองมัณฑะเลย์ ร่วมกับสองพ่อลูกเป็นระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร และพบโลมาอิรวดีเพียงสองกลุ่ม ทั้งสองครั้ง มิน เกา อูและอู ทัน ทู พายเรือแคนูเล็กๆ ของพวกเขาเข้าไปหาและพยายามเคาะเรียกโลมา แต่ทั้งโลมาทั้งสองฝูงก็ว่ายจากไป

ไบรอันคิดว่าเขาคงจะไม่มีวันได้รู้ว่าตำนานการใช้โลมาอิรวดีช่วยจับปลาเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะช่วงเวลาในการสำรวจได้หมดลงแล้ว แต่ระหว่างล่องเรือกลับไปส่งสองพ่อลูกทางตอนเหนือเมืองมัณฑะเลย์นั่นเอง ทีมสำรวจก็ได้พบเข้ากับโลมาอิรวดีอีกกลุ่มหนึ่ง และคราวนี้เองที่เรื่องเล่ารอบกองไฟกลายมาเป็นเรื่องจริงให้ไบรอันได้ประจักษ์

สองพ่อลูกพายเรือตามฝูงโลมาออกไปทันที มิน เกา อูเริ่มส่งสัญญาณด้วยการเคาะลาไบ กุยเป็นจังหวะพร้อมกับใช้พายตีผิวน้ำ โลมาสามตัวที่อยู่ห่างออกไปเริ่มว่ายวนเข้ามารอบพวกเขา ไบรอันได้แต่เฝ้ามองด้วยใจระทึก เขารู้สึกเหมือนกับว่ากำลังเป็นจักษุพยานของเรื่องเล่าอันน่าเหลือเชื่อ จากนั้นอู ทัน ทุนผู้ลูกก็กระตุกสายตะกั่วใต้ท้องเรือ ทันใดนั้นโลมาตัวหนึ่งก็ตอบรับโดยใช้ครีบหางตีน้ำจนแตกกระจาย ไม่นานผิวน้ำใกล้เรือก็เริ่มแตกตัวเมื่อโลมาตัวหนึ่งว่ายต้อนฝูงปลาเข้ามา ชาวประมงสองพ่อลูกเตรียมพร้อม คนหนึ่งอยู่ตรงหัวเรือ อีกคนเฝ้ากราบเรือ พอโลมาต้อนฝูงปลามาจนได้ระยะ มันก็ใช้ครีบหลังตีน้ำส่งสัญญาณ ทันใดนั้น อู ทัน ทุน ก็เหวี่ยงแหลงไปกลางปลาฝูงใหญ่พอดี จากนั้นโลมาที่เหลือก็พุ่งเข้ามาไล่ล่าฝูงปลาที่ว่ายหนีกระเจิดกระเจิง

ฉากชีวิตดังกล่าวยืนยันตำนานที่เล่าขานกันมานานถึงความสัมพันธ์ของชาวประมงพื้นบ้านกับโลมาในแม่น้ำอิรวดี โลมาฝูงนั้นนับรวมทั้งหมดได้ 6 ตัว ในจำนวนนั้นเป็นลูกหนึ่งตัว พวกมันจับปลากับสองพ่อลูกอีกหลายครั้ง และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ไบรอันย้อนกลับไปยังแม่น้ำอิรวดีในปีต่อๆมาอีกหลายครั้งเพื่อสำรวจข้อมูลเพื่อจะนำมาใช้ในการวางแผนอนุรักษ์

ในปี 2002 ไบรอัน ได้รวบรวมนักวิชาการประมงชาวพม่า 12 คนทำการสำรวจแม่น้ำอิรวดีทั้งสายเป็นครั้งแรกเพื่อค้นหาคำตอบพื้นฐานที่ว่าเหลือประชากรโลมาอิรวดีอยู่ในสายน้ำที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้กี่ตัว ผลการสำรวจที่น่าตื่นเต้นกลายเป็นสัญญาณเตือนที่น่าพรั่นพรึง เพราะตลอดระยะทางเกือบสองพันกิโลเมตร พวกเขาพบกับโลมาทั้งสิ้นเพียง 9 ครั้ง และเมื่อนำผลการสำรวจมาวิเคราะห์ในเชิงสถิติก็พบว่าประชากรโลมาอิรวดีที่เหลืออยู่ในแม่น้ำแห่งนี้มีอยู่เพียง 59 ตัวเท่านั้น นอกจากนี้ยังไม่พบโลมาอิรวดีในช่วงแม่น้ำตอนล่างอีกเลย หากเปรียบเทียบเขตการแพร่กระจายกับข้อมูลเดิมที่มีอยู่ของจอห์น แอนเดอร์สันก็พบว่า พื้นที่การกระจายของโลมากลุ่มนี้ลดลงกว่าร้อยละ 60

ภัยคุกคามสำคัญของโลมาในแม่น้ำอิรวดีคือการจับปลาโดยการช๊อตไฟฟ้า ซึ่งอันที่จริงเป็นวิธีการจับปลาที่ผิดกฎหมายแต่ยังคงมีการลักลอบจับปลาด้วยวิธีนี้อยู่เสมอโดยเฉพาะในเวลากลางคืน นอกจากนี้อวนลอยที่ชาวบ้านวางดักปลาก็กลายเป็นกับดักที่โลมาเข้ามาติดอยู่บ่อยๆ ปัจจัยคุกคามความอยู่รอดของโลมาประการสุดท้ายคือการทำเหมืองทอง เนื่องจากสารปรอทที่ใช้ในการผสมทองจะตกตะกอนสะสมอยู่ในคุ้งน้ำที่มีความลึกซึ่งเป็นที่รวมฝูงสำคัญของโลมา

ไบรอันกลับไปสำรวจอีกหลายครั้งเพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์มากขึ้น การประเมินประชากรล่าสุดพบว่าน่าจะมีโลมาอยู่ในแม่น้ำอิรวดีทั้งสิ้นประมาณ 72 ตัว และมีอยู่ประมาณ 23 ตัวที่มีพฤติกรรมให้ความร่วมมือกับชาวประมงในการจับปลา ช่วงแม่น้ำอิรวดีที่มีความสำคัญที่สุดคือตั้งแต่ตอนเหนือของเมืองมัณฑะเลย์ขึ้นไปประมาณ 70 กิโลเมตร

ตัวเลขประชากรโลมาอิรวดีที่น่าตกใจจากการสำรวจทำให้รัฐบาลพม่าประกาศให้แม่น้ำอิรวดีช่วงดังกล่าวเป็นเขตอนุรักษ์โลมาเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ.2005 รวมทั้งกำหนดมาตรการในการให้การศึกษากับชาวประมงท้องถิ่น และเพิ่มการตรวจตราการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายเช่นการช๊อตไฟฟ้า ส่วนการวางอวนลอยก็จะมีการจำกัดบริเวณให้ดำเนินการได้เฉพาะบางบริเวณเท่านั้นเพื่อลดการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นต่อโลมาอิรวดี

หนึ่งในมาตรการทางเลือกอีกอย่างสำหรับชาวประมงพื้นบ้านคือการส่งเสริมการจับปลาที่อาศัยการร่วมมือกับโลมา โดยชาวประมงที่ผ่านการทดสอบนอกจากจะได้รับอนุญาตให้จับปลาในเขตอนุรักษ์แล้ว ยังจะได้รับรายได้พิเศษเล็กน้อยจากการนำนักท่องเที่ยวติดเรือเพื่อไปชมโลมาด้วย หากมาตรการดังกล่าวประสบความสำเร็จย่อมจะเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านรายอื่นๆ ยอมเปลี่ยนพฤติกรรมและหันมาสนับสนุนการอนุรักษ์โลมาในพื้นที่ดังกล่าว

ไบรอันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ข้อมูลของเขาได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนอนุรักษ์โลมาจริงๆ และสิ่งที่เขารู้สึกว่าเป็นผลสำเร็จอย่างแท้จริงก็คือ การที่รัฐบาลพม่าได้ประกาศยกเลิกการทำเหมืองทองตลอดแนวแม่น้ำอิรวดี หลังจากที่เขาได้นำเสนอผลการตรวจวัดระดับปรอดสะสมที่พบในปลาที่จับได้ในแม่น้ำ

ไบรอันเชื่อว่าการอนุรักษ์โลมาในแม่น้ำอิรวดีจะประสบความสำเร็จได้จะต้องควบคู่ไปกับการปรับปรุงความเป็นอยู่ของชาวประมงที่อาศัยอยู่สองฟากฝั่งแม่น้ำ เขามีบทเรียนส่วนตัวที่ทำให้เชื่อเช่นนั้น

ไม่นานหลังจากการสำรวจครั้งแรก อู ทัน ทุน เสียชีวิตจากไข้เหลือง ส่วนลูกชายมิน เกา อู ก็เสียชีวิตด้วยมาเลเรียในปีต่อมา โศกนาฏกรรมที่ทั้งสองได้รับเกิดจากโรคภัยที่สามารถป้องกันได้ แต่คนทั้งสองผู้ซึ่งสะสมภูมิความรู้เกี่ยวกับโลมาและวิธีการจับปลาแบบดั้งเดิมมายาวนานก็ต้องมาจบชีวิตเพียงเพราะว่าพวกเขายากจนเกินกว่าจะมีเงินรักษา

ความตายของปราชญ์โลมาพื้นบ้านตอกย้ำให้ไบรอันเชื่อว่า “การอนุรักษ์สัตว์ป่าที่แท้จริงเกี่ยวข้องกับผู้คนมากพอๆ กับสัตว์ป่า”

ผมค่อนข้างเห็นด้วยกับไบรอันแต่ก็ยังมีคำถามส่วนตัวในใจ

ผมไม่เถียงว่าความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเกื้อหนุนให้เกิดการอนุรักษ์ แต่ก็เชื่อว่าคุณธรรมและจริยธรรมเป็นองค์ประกอบที่สำคัญไม่น้อยไปกว่า ในการกำหนดจุดสมดุลของการพัฒนาและการอนุรักษ์

ผมภาวนาให้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงสองฟากฝั่งแม่น้ำอิรวดีพัฒนาควบคู่ไปกับความอุดมสมบูรณ์ของลำน้ำและวัฒนธรรมเก่าแก่ที่ได้สานสายใยธรรมชาติและมนุษย์เอาไว้อย่างกลมกลืน


รู้จักโลมาอิรวดี

โลมาอิรวดี (Irrawaddy dolphin / Orcaella brevirostris) ไม่ใช่ปลาแต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในน้ำ เลี้ยงดูลูกน้อย อาศัยอยู่เป็นกลุ่ม และมีระบบสังคมที่ซับซ้อน โลมาอิรวดี ตัวเต็มวัยยาวประมาณ 2 – 2.7 เมตร ตัวผู้ใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย ลำตัวมีสีเทาดำและจางลงบริเวณด้านท้อง ครีบหลังมีขนาดเล็ก เป็นรูปสามเหลี่ยมปลายโค้งมน ส่วนหัวกลมมนไม่มีปากยื่นยาว จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า โลมาหัวบาตรครีบหลัง โลมาที่เพิ่งเกิดใหม่มีขนาดประมาณ 1 เมตร และหย่านมเมื่อมีอายุครบสองปี โลมาอิรวดีอายุยืนเต็มที่ประมาณ 30 ปี

ด้วยความที่โลมาอิรวดีเป็นสัตว์ที่มีเสน่ห์และเป็นมิตร ชาวประมงพื้นบ้านหลายแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับโลมาอิรวดีอันแสดงถึงความผูกพันและการเป็นมิตรแท้ต่อมนุษย์ ในประเทศไทยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถได้ทรงมีพระราชประสงค์ให้ช่วยกันอนุรักษ์สัตว์หายากชนิดนี้ พร้อมทรงรับไว้ให้เป็นสัตว์ในพระบรมราชินูปถัมป์ และจังหวัดสงขลาก็ใช้โลมาอิรวดีเป็นสัญลักษณ์นำโชคอย่างเป็นทางการของจังหวัด

ปัจจุบันโลมาอิรวดีถูกคุกคามอย่างหนักจนใกล้สูญพันธุ์ นอกจากการตายที่เกิดจากการใช้เครื่องมือประมงแล้ว โลมาอิรวดียังถูกคุกคามจากการถูกจับเป็นเพื่อส่งให้กับสถานแสดงพันธุ์สัตว์ทะเลเพื่อใช้ในการแสดงโลมา เพราะโลมาอิรวดีเป็นสัตว์ที่มีความน่ารัก มีพฤติกรรมตามธรรมชาติที่น่าสนใจหลายอย่างเช่นการชูคอพ่นน้ำ และสามารถนำมาฝึกได้เช่นเดียวกับโลมาปากขวด ลักษณะพิเศษอีกประการของโลมาอิรวดีคือการอาศัยอยู่ได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม ทำให้โลมาอิรวดีเป็นที่ต้องการของสถานแดงโชว์โลมาหลายแห่งเพราะการใช้น้ำจืดมีต้นทุนการดูแลรักษาที่ต่ำกว่าการใช้น้ำเค็มมาก จึงเป็นที่คาดการณ์ได้ว่าในอนาคตอันใกล้จะมีความต้องการจับโลมาอิรวดีจากธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบสนองธุรกิจประเภทนี้ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วตามสภาพเศรษฐกิจในภูมิภาค


ตีพิมพ์ครั้งแรก: นิตยสารโลกสีเขียว ฉบับที่ 92 พฤษภาคม-มิถุนายน พ.ศ. 2550



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter