สนช. ต้องหาคำตอบให้ประชาชน

ดูเหมือนคำว่า "แล้วก็ชินไปเอง" จะกลายเป็นทัศนคติสนองตอบ "จิตใต้สำนึก" ต่อภาระหน้าที่ในการ "บริหารประเทศ" ของทั้ง คมช. และรัฐบาล คมช. ไปแล้ว เพราะเมื่อตอนหัวค่ำของคืนวันเสาร์ มีการลอบวางระเบิดตรงข้ามกับ "สวนจิตรลดาฯ" แต่พวกเขารู้ร้อน-รู้หนาวคล้ายๆ โฮ้ย..เรื่องธรรมดา!

ฉะนั้น ไม่แปลกอะไรที่เมื่อวานนี้ก็เห็นบิ๊กๆ คมช. นำโดย "พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน"และ ครม. บางท่าน ไปเริงสำราญกับกีฬากอล์ฟกัน

เหมือนบ้านเมือง "ไม่มีอะไรเกิดขึ้น" อยู่ที่ฉะเชิงเทรา!

นายกฯ สุรยุทธ์ ท่านก็คงถือว่า "วันหยุด" จึงใช้เวลาไปกับชีวิตส่วนตัว ระหว่างครอบครัว ซึ่งภริยาท่านเพิ่งได้เลื่อนชั้นขึ้นเป็น "ท่านผู้หญิง" หมาดๆ วานซืนนี้

ก็ขอแสดงความยินดีด้วย!

เหตุเกิดประมาณ ๒๑.๐๕ น. ของวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๐ นั้น ใครจะเลี่ยงไปเรียกว่า ลอบวางระเบิดในตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ "ถนนราชวิถี" ก็ตาม

ใครจะเลี่ยงไปเรียกว่า ลอบวางระเบิดในตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ "ปากซอย ๒๔ ถนนราชวิถี" ก็ตาม

แต่ความจริงที่พยายามเลี่ยงพูดถึงกันก็คือ จุดที่เกิดระเบิดครั้งนี้นั้น ตรงข้าม "พระราชวังดุสิต สวนจิตรลดาฯ" เพียงมีถนนราชวิถีคั่นเท่านั้น!!

เจ้าของบ้านที่ถนนราชวิถีท่านหนึ่งโทรศัพท์มาบอกผมว่า จู่ๆ ก็ดัง

"ตูมมมมมมม" เหมือนฟ้าผ่า!

เรียกว่าหูชา นิ้ง..นิ้ง..ตกใจจนอัดอก คิดอะไรไม่ได้-ไม่ออกในขณะนั้น มีสัญชาตญาณรู้อย่างเดียวว่า..ระเบิด!

วูบแรกที่ได้สติ คือวิ่งปร๊าดไปที่หน้าต่างบ้านโดยอัตโนมัติ ชะเง้อกวาดสายตาสำรวจไปที่ฝั่งตรงข้ามคือ "บริเวณสวนจิตรลดาฯ" ด้วยความเร่าร้อน-ห่วงใยในใจสุดขีด!

ครับ..พูดกันชัดๆ ก็คือ การระเบิดครั้งนี้อยู่บริเวณ "เขตพระราชฐาน" และขณะนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จประทับอยู่ ณ พระราชวังดุสิต สวนจิตรลดาฯ ด้วย

เสียงสนั่นหวั่นไหวนี้ ดังไกลเป็นกิโลฯ แล้วแค่ "คนละฝั่งฟากถนน" มิว่าใครก็ต้องได้ยินเสียงจากระเบิดแน่นอน!

ท่านบอกว่า ตอนที่ระเบิดเพิ่ง ๓ ทุ่ม ประมาณ ๓ ทุ่ม ๕ นาที หรือไม่เกิน ๓ ทุ่ม ๑๐ นาที จนกระทั่ง ๓ ทุ่ม ๔๐ นาที หรือเหตุการณ์ผ่านไปแล้วประมาณ "ครึ่งชั่วโมง" บวกลบไม่ต่ำกว่านี้

ถึงจะมีตำรวจมาที่เกิดเหตุ คือที่หน้าสวนจิตรลดาฯ ด้านถนนราชวิถีในลักษณะงงๆ เหมือนยังไม่รู้เหนือ-รู้ใต้!

ผมคงไม่ได้พูดเพื่อการตำหนิ หรือการเพ่งเล็ง "หาโทษ" กับผู้ใด แต่ขอพูดเป็นการกระตุ้นเตือน "จิตใต้สำนึก" ของบุคคลระดับ "อำนาจบริหาร" ประเทศ ซึ่งลึกลงไปอีกชั้นจาก "จิตสำนึก" อันเป็นความรู้สึก-นึก-คิด พื้นฐานที่ "ผู้คนในบ้านเมือง" ทั่วไปพึงมี

อย่าบริหารประเทศเอากันแต่เพียง "อำนาจ" โดยไม่เอา "ความรับผิดชอบ" กันนักเลย เพราะตอนนี้บ้านเมืองเต็มไปด้วย "ศรีธนญชัย" กันไปหมดแล้ว ทั้งในรัฐบาล ทั้งใน คมช.

มีเหตุเกิดขึ้น ต่างก็ออกมา "ตีสำนวน" ตอบโต้ให้เป็น "ข่าวพาดหัว" มึงเกกูมา กูก็เกกลับไป เอาแต่ขยะ ไม่สนเนื้อหา แล้วก็ไม่เคยจับส้นเท้าใครมาดมได้ นอกจากปล่อยให้เวลาลากแต่ละปัญหาผ่านไป

โดยไม่เคยคลี่คลาย-แก้ไขเรื่องไหนๆ ได้สำเร็จซักเรื่อง!

คงใช้นโยบาย "คลื่นซัดทราย" กระมัง คือปล่อยให้เรื่องใหม่ "กลืน" เรื่องเก่าไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องทำอะไร

จนกว่า "อำนาจใหม่" มา ชาวบ้านก็กระดี๊กระด๊า "ขี้ใหม่หมาหอม" กันอยู่ซักพัก แล้วก็..ออกลีลาเดิม!

ปฏิวัติมาเข้าเดือนที่ ๘ มีรัฐบาลคณะปฏิวัติเข้าเดือนที่ ๗ แล้วมั้ง รู้ตัวกันบ้างมั้ยว่า บริหารกันมาทั้งหมดนี้ ท่านใช้ทั้งสถานภาพประเทศ ใช้ทั้งสถานภาพอำนาจรัฐ ใช้ทั้งเงินภาษีประชาชน ใช้ทั้งอำนาจราชศักดิ์นอกระบอบ

ทั้งหลาย-ทั้งปวง "ฉิบหายวายป่วง" ไปกับงานงานเดียว คือ

เล่นเกม "แมวจับหนู" กับทักษิณ และขี้ข้า!

รื้อเพดานบ้าน รื้อฝาบ้านเกือบหมดแล้ว "หนูตัวเดียว" มันยังจับไม่ได้

แล้วก็ยังไม่สำนึก ไม่ทบทวนในผิด-ในถูก และไม่รู้สึกละอายใจ!

ทุกวันนี้ พอมีระเบิดตูม ก็ได้แต่พูดตามสูตรสำเร็จเดิมๆ ว่า ทหารไม่เกี่ยว ทหารไม่ปฏิวัติซ้ำ พวกไหน-กลุ่มไหน ใครทำก็รู้ๆ กันอยู่

นี่ไง..พวกศรีธนญชัยบริหาร!

ในเมื่อ "รู้ๆ กันอยู่" ฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่าย คมช. ก็ย่อมรู้ด้วยใช่มั้ย..แต่รู้แล้วเคยจับใครมาได้บ้างล่ะ และเพราะอะไรถึงไม่จับ

เอาแต่ "เล่นเกมต่อรอง" หลอกต้มชาวบ้านอยู่นั่นแหละ?

เกม "เขายายเที่ยง" ละมั้ง?

ระเบิด ๙ จุดทั่วกรุงเทพฯ ตอนปีใหม่ ก็แล้ว ระเบิดหน้าเมเจอร์ฯ ถนนรัชดาฯ ก็แล้ว และนี่..ระเบิดตรงหน้า หรือหน้าสวนจิตรลดาฯ ก็แล้ว อย่าว่าแต่จับเลยครับ

ขนาดออกหมายจับ ก็ยังไม่รู้เลยว่า..ไอ้คนนั้นน่ะ มันใคร?

ผมว่ามันจะไม่ไหวซะละมั้ง..แบบนี้ ก็ "พลเอกสพรั่ง กัลยาณมิตร" ท่านออกมาส่งสัญญาณว่าพบขบวนการบึ้มกรุงเทพฯ..ให้ระวัง

เท่านั้นแหละ แทนที่จะใคร่ครวญกันด้วย "ฟังดีย่อมเกิดปัญญา" ทั้งสื่อ ทั้งทหาร ทั้งนักการเมือง และทั้งท่านบัณฑิตผู้แก่กล้าทางวิชาการไม่ว่าใน-นอกมหาวิทยาลัยทั้งหลาย

ออกมาแสดงวิสัยทัศน์ "ปัญญาชน-คนรุ่นใหม่" ด้วยการใช้ "ปากแทนตีน" รุมยำ "พลเอกสพรั่ง" ซะเละ!

แล้วเป็นไง จะเกี่ยวที่พลเอกสพรั่งบอกหรือไม่เกี่ยว นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือว่า เหตุการณ์อย่างที่พลเอกสพรั่งเตือนมันเกิดขึ้นแล้ว

เกิดในเขตพระราชฐานใกล้ "สวนจิตรลดาฯ" และเกิดขึ้นในวันที่ ๕ พฤษภาคม อันเป็นวัน "ฉัตรมงคล"

อย่าให้ต้องอธิบายนะครับว่า "วันฉัตรมงคล" คือวันอะไร?!

ผมถึงว่าทั้งรัฐบาล ทั้ง คมช. ต้องใช้ "จิตใต้สำนึก" ให้ลึกกว่า "จิตสำนึก" พื้นฐานไงล่ะ

กรุงเทพฯ กว้างใหญ่ ใครจะลอบวางระเบิดตรงไหนย่อมยากต่อการตรวจตรา-ป้องกันได้ทุกตารางพื้นที่..นั่นก็จริง ผมไม่เถียง

แต่ผมอยากทราบว่า "รัฐบาล-คมช." มีมาตรการ มีระบบ มีกำลังเจ้าหน้าที่ มีอุปกรณ์ มีฮอตไลน์สายตรง เพื่อการตรวจตรา ป้องกัน-รักษา มาระงับเหตุได้ทันท่วงทีบริเวณรอบๆ พระราชวังดุสิต สวนจิตรลดาฯ หรือไม่?

ถ้าตอบว่ามี ผมก็ต้องถามต่อว่า แล้วทำไมจึงปล่อยให้คนร้ายเอาระเบิดมาซุกตู้โทรศัพท์ได้ ทั้งที่ยังหัวค่ำ ทั้งที่ตู้นั้นอยู่ริมถนนโล่งแจ้ง ทั้งรถรายังวิ่งขวักไขว่ และอยู่ไม่ไกลกับประตูทางเข้า "สวนจิตรลดาฯ" ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม?

และถามต่อว่า ทำไมปล่อยให้เกิดระเบิดขึ้นแล้วร่วมครึ่งชั่วโมง หรือกว่าครึ่งชั่วโมงเจ้าหน้าที่ถึงรู้ว่าเกิดเหตุ และค่อยๆ ทยอยกันมายังที่เกิดเหตุ?

ถ้าเหตุที่เกิดนั้นรุนแรง-ลุกลามกว่านี้ ด้วยประสิทธิภาพ และจิตใต้สำนึกในการบริหารเป็นอย่างนี้ ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร?

จากเหตุการณ์ในเขตพระราชฐานนี้ รัฐบาลและ คมช. ตอบประชาชนได้ไหมว่า "ในกรุงเทพฯ-ในประเทศไทย" มีตรงไหนบ้างที่ "ด้วยอำนาจบริหารประเทศ" ของท่าน

รับประกันได้ว่า "ปลอดภัย"?

ณ เวลาเกิดเหตุ และหลังรับรายงานเหตุแล้ว พลเอกสุรยุทธ์ พลเอกสนธิ กับคณะปฏิวัติ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แม่ทัพภาคที่ ๑ และผู้รักษาพระนคร อยู่กันที่ไหน?

มีปฏิกิริยาเป็น "รูปธรรม" ในทางปฏิบัติตอบรับ "ความรับผิดชอบ" ในตำแหน่ง-หน้าที่ให้ปรากฏขนาดไหน?

และตรวจสอบหรือไม่ว่า เวลาที่ได้รับรายงาน กับเวลาที่เกิดเหตุ "ถูกต้อง" ตามเวลาจริงหรือไม่?

ผมสมเพชกับวิธีปฏิบัติ "วัวหายล้อมคอก" ของ กทม. คนร้ายซุกระเบิดในถังขยะ ก็เก็บถังขยะเกลี้ยง ไม่ให้มีตามถนน ตอนนี้มันซุกระเบิดในตู้โทรศัพท์ ก็สั่งรื้อ-สั่งเก็บตู้โทรศัพท์อีก

ถ้าจะให้ชัวร์ ผมขอเสนอให้ "รื้อบ้านคน" ให้หมด และรื้อทำเนียบรัฐบาล รื้อศาลาว่าการ กทม. ออกไปด้วย ทีนี้แหละ..ชัวร์ ๑๐๐%

มันปลายเหตุครับ ต้นเหตุคือ "ความไร้ประสิทธิภาพ" ของรัฐบาลและ คมช. โดยเฉพาะ "การข่าว"

ไล่ขึ้นไปตั้งแต่ระดับสันติบาล ระดับ กอ.รมน. เรื่อยไปจนถึงระดับ "สภาความมั่นคงแห่งชาติ"

เหตุเกิดครั้งนี้ ระดับบิ๊กๆ อะไรนั่น อย่าเอาแต่ทำหน้าระรื่น ตีโวหารแข่ง เหมือนกะว่า "ระเบิดตรงข้ามวังเป็นเรื่องกระจอก" อย่าไปวัดแค่ว่า "ไม่มีใครเจ็บ-ใครตาย" ผลของมันเลวร้ายกว่าที่ท่านคิด คือ ขณะนี้ ผู้คน "ขวัญกระเจิง" กันทั้งประเทศแล้วครับ และถามกันเซ็งแซ่ว่า..อารักขาวังกันอย่างไร ปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้นได้ในบริเวณนี้?


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 7 พฤษภาคม 2550