การเลื้อยของงูศักดิ์สิทธิ์
ในขณะที่จักรวรรดิในยุโรปตะวันตกไปจนถึงอเมริกา ค่อยๆ ถูกควบคุมยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดย “รัฐบาลที่มองไม่เห็น” จักรวรรดิอันใหญ่โตมหึมาในยุโรปตะวันออกอย่างรัสเซีย ก็ต้องเผชิญหน้ากับ “อำนาจที่มองไม่เห็น” จนต้องถูกเปลี่ยนแปลงแบบ “พลิกฟ้า-คว่ำดิน” ไปในท้ายที่สุด….
และจะโดยบทบาทของ “รัฐบาลที่มองไม่เห็น” หรือ “อำนาจที่มองไม่เห็น” หรือไม่? ก็แล้วแต่…ที่มีส่วนทำให้ผู้คนในจักรวรรดิต่างๆ ซึ่งอาจจะเกิดความปลาบปลื้มยินดี กับสิ่งที่ถูกเรียกกันว่า “เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ” ในระหว่างที่กำลังหลั่งเลือดของผู้คนภายในชาติด้วยกันเอง หรือกับผู้คนต่างชาติก็ตามที…แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือบรรดาถ้อยคำเหล่านี้อันเคยถูกนำมาใช้เป็นคำขวัญของสมาคมลับของชาวยิวมาตั้งแต่เริ่มแรก ไม่ว่าจะเป็นสมาคมลับอย่างฟรีเมสัน หรือ อิลูมิเนติ ก็ตาม กลับถูกแปลความหมายเอาไว้ในเอกสาร “บันทึกข้อสนธิสัญญาฯ” ของปราชญ์อาวุโสแห่งไซออนได้อย่างอำมหิตลึกซึ้ง และน่าเจ็บปวดเอามากๆ !!! ซึ่งขอนำเอาข้อความในบางช่วงบางตอนมาเรียบเรียงให้เห็นเป็นตัวอย่างดังต่อไปนี้…
ช่วงหนึ่งใน “บันทึกข้อสนธิสัญญาฯ” ระบุเอาไว้ว่า… “ย้อนหลังไปไกลในสมัยโบราณนั้น…เราเป็นพวกแรกที่ตะโกนก้องอยู่ท่ามกลางมวลชนว่า…เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ นับแต่นั้นมาคำเหล่านี้ก็ถูกพูดซ้ำๆ หลายครั้งโดยพวกนกแก้วโง่ๆ ที่ถลาลงมากินเบ็ดในทุกทิศทุกทาง แล้วนำเอาสิ่งที่ดีของโลกและอิสรภาพที่เคยถูกระแวดระวังเอาไว้เป็นอย่างดีในแต่ละชุมชนไปกับพวกมันด้วย…พวกปัญญาชนในหมู่พวกกอยยิมนั้นไม่สามารถทำอะไรจากถ้อยคำอันเป็นนามธรรมเหล่านี้ พวกมันไม่เคยสังเกตว่าในธรรมชาตินั้นไม่เคยมีความเสมอภาค และไม่อาจเป็นอิสรภาพได้เลย พวกมันไม่ยักเห็นว่าธรรมชาติได้สร้างความคิด อุปนิสัยใจคอ และความสามารถที่ไม่เท่าเทียมกันขึ้นมาอย่างเปลี่ยนรูปไปไม่ได้ เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของตัวธรรมชาติเอง…”
“อิสรภาพทางการเมืองนั้น…จึงเป็นเพียงความคิด…ไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่เราต้องเรียนรู้ว่าจะใช้ความคิดนี้อย่างไร ให้เป็นเบ็ดที่จะเกี่ยวประชาชนเข้าไปอยู่ในกลุ่มก้อนต่างๆ และกลายเป็นพลังในการบดขยี้ผู้ที่มีอำนาจในสังคมนั้นๆ งานนี้จะทำได้ง่ายดาย เมื่อพวกมันหลงเข้าไปอยู่ในความคิดเรื่องอิสรภาพอย่างที่เรียกกันว่า…เสรีนิยม จุดนี้นี่แหละที่จะนำเราไปสู่ชัยชนะ เมื่อรัฐบาลต่างๆ ได้หย่อนบังเหียนลงมา บังเหียนนั้นก็จะถูกคว้าเอาไว้ทันทีด้วยมืออันใหม่ที่เข้าใจต่อกฎธรรมชาติแห่งชีวิต…”
“เป็นเรื่องที่เหมาะสมอยู่บ้างถ้าหากจะยื่นสิ่งนี้ให้ประชาชนปกครองตัวเองไปซักพักหนึ่ง เพื่อจะให้ผู้คนเหล่านั้นกลายเป็นฝูงชนที่ไร้ระเบียบ …ทันทีที่ฝูงชนคว้าอิสรภาพเอาไว้ในมือ มันก็จะรีบเปลี่ยนให้กลายเป็นอนาธิปไตยไปทันที…และอนาธิปไตยนั้นจะนำมาซึ่งความป่าเถื่อนอย่างสูงสุด… หลังจากนั้นการต่อสู้ล้างผลาญระหว่างกันและกันก็จะกลายเป็นสงครามทางชนชั้น…ท่ามกลางสงครามนั้น…ความสำคัญของประเทศต่างๆ ก็จะเหลืออยู่เพียงกองขี้เถ้ากองหนึ่ง…”
“คำว่า อิสรภาพนั้น สามารถทำให้ฝูงชนออกมาต่อสู้กับอำนาจทุกชนิด แม้กระทั่งต่อสู้กับพระเจ้าหรือกฎธรรมชาติ และมันสามารถเปลี่ยนฝูงชนให้กลายเป็นสัตว์ป่ากระหายเลือดได้…และก็เป็นความจริงที่เจ้าสัตว์ป่าเหล่านี้จะหลับไปทุกๆ ครั้งที่มันได้ดื่มเลือดไปจนอิ่มแล้ว ซึ่งในเวลาเช่นนั้นเราก็อาจเอาโซ่ไปสวมมันไว้ได้ง่ายๆ แต่ถ้าเราไม่ให้เลือดมันดื่ม มันก็จะนอนไม่หลับและต่อสู้ต่อไป…”
“ในสมัยก่อนนั้นความศรัทธาเป็นเครื่องมือในการปกครอง แต่ในสมัยของเรานี้…อำนาจซึ่งจะมาแทนที่อำนาจของการปกครองแบบเสรีก็คือ…อำนาจทองคำ…บนซากปรักหักพังของพวกกอยยิม เราได้สร้างชนชั้นสูงที่ได้รับการศึกษาโดยมีชนชั้นสูงที่มีเงินเป็นหัวหน้า เมื่อใดก็ตามที่ความมั่งคั่งยังคงอยู่กับเรา ชัยชนะก็เป็นของเราได้อย่างง่ายดาย ผู้คนที่เราต้องการนั้นเรามักจะจับเส้นตรงจุดที่ละเอียดอ่อนที่สุดของความเป็นมนุษย์ได้ด้วยการใช้บัญชีเงินสด และความหลงรักในวัตถุอย่างไม่มีวันพอเพียง ความอ่อนแอเหล่านี้ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกมันต้องกลายเป็นอัมพาตไปทันทีที่มันได้ยื่นเจตนารมณ์ของความเป็นมนุษย์…มาให้กับผู้ที่สามารถซื้อกิจกรรมแต่ละสิ่งแต่ละอย่างของมันไป….”
บรรดาข้อความเหล่านี้…ไม่ว่าจะจริง-จะเท็จ จะถูก-จะผิด หรือไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม…แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า หลังจากที่บันทึกข้อสนธิสัญญาที่ว่านี้ได้ถูกเผยแพร่ออกมาแล้ว ตลอดช่วงเวลานับจากนั้น หรือแม้กระทั่งตราบเท่าทุกวันนี้ สภาพสังคมต่างๆ ในทั่วทั้งยุโรป หรือกระทั่งทั่วทั้งโลกอีกด้วย ก็มักจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางแบบเดียวกับที่เอกสารฉบับนี้ได้บรรยายเอาไว้ล่วงหน้านับเป็นร้อยปี…??? ??? ???
ความระส่ำระสายที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งยุโรปและลุกลามต่อไปยังโลกทั้งโลกในเวลาต่อมา…ก็มีลักษณะแทบไม่ต่างไปจากที่เอกสารชิ้นนี้ได้กล่าวเปรียบเทียบถึง ”การเลื้อยของงูศักดิ์สิทธิ์” ตัวหนึ่งเอาไว้ว่า… “งูตัวนี้จะซอกซอนเข้าไปในหัวใจของชาติต่างๆ แล้วก็จะเขมือบและทำลายอำนาจของชาติที่ไม่ได้เป็นชาวยิวทั่วทั้งหมด ได้มีการคาดเดาเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่า งูตัวนี้จะยังคงเคลื่อนไหวต่อไปตามแผนการที่กำหนดเอาไว้อย่างเข้มงวด จนกระทั่งหนทางที่จะชอนไชไปนั้นทำให้หัวของงูวกกลับมายังภูเขาไซออน ด้วยประการนี้จึงกล่าวได้ว่างูตัวนี้จะชอนไชไปรอบทวีปยุโรปจนครบวงรอบของมัน และด้วยการที่มันล้อมยุโรปเอาไว้ก็เท่ากับมันล้อมโลกเอาไว้ด้วย การที่หัวงูจะย้อนกลับมายังภูเขาไซออนได้สำเร็จ ก็ต่อเมื่ออำนาจของประเทศในยุโรปลดต่ำลง นั่นก็คือเมื่อวิกฤติการณ์เศรษฐกิจได้ทำลายอำนาจของพวกมันจนหมดสิ้น และนำความเสื่อมโทรมทางจิตวิญญาณ ความฉ้อฉล ความไร้จริยธรรมมาให้กับพวกมัน… ความสำเร็จของสิ่งเหล่านี้จึงสามารถเกิดขึ้นได้ก็โดยการเอาชนะด้วยอำนาจเศรษฐกิจ”
และไม่ว่าสิ่งต่างๆที่ถูกเอ่ยอ้างเอาไว้ในเอกสารชิ้นนี้จะถูกเสกสรรปั้นแต่งเอาไว้หรือไม่? อย่างไร? ก็ตามที แต่ภายใต้ความปั่นป่วนระส่ำระสายของชาวยุโรป… เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันกลับทำให้เครือข่ายอำนาจเศรษฐกิจของชาวยิวเติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนท้ายที่สุด… ความเติบโตเช่นนี้ก็ได้เริ่มเปิดเผยให้เห็นถึงร่องรอยของ ‘งูศักดิ์สิทธิ์” ที่มีการพูดเอาไว้ในเอกสารชิ้นนี้ชัดเจนยิ่งขึ้นทุกที…
นับตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๘๙๕ หรือประมาณ ๒๐ กว่าปีก่อนหน้าที่เอกสารบันทึกข้อสนธิสัญญาฯ จะถูกนำมาเปิดเผย ชาวยิวรายหนึ่งในตระกูลอภิมหาเศรษฐีที่กำอำนาจทางเศรษฐกิจการค้าเอาไว้เกือบทั้งโลกอย่างตระกูลรอทไชลด์นั่นก็คือ “เอ็ดมอนด์ เจมส์ เดอ รอทไชลด์” ลูกชายคนสุดท้องของ “เจมส์ (จาคอป) ไมเยอร์ รอทไชลด์” ก็ได้เดินทางไปยังแผ่นดินปาเลสไตน์หรือดินแดนอันเป็นที่ตั้งของภูเขาไซออน และได้ประกาศความต้องการที่จะให้มีการจัดตั้ง ”นิคมชาวยิว” ขึ้นมาในพื้นที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก…!!! แต่ภายใต้การประกาศความคิดที่อาจจะถูกมองว่าพิลึกกึกกือ และพิสดารจนอาจเป็นเพียงแค่ “ของเล่นของเศรษฐี” ไปตามเรื่องตามราวเท่านั้น ความคิดในการจัดตั้งนิคมชาวยิวขึ้นมาในพื้นที่ที่ชาวยิวไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ใดๆ แม้แต่น้อย จึงถูกเรียกขานกันด้วยคำพูดที่ไม่ถือเป็นจริงเป็นจังอะไรมากนักว่า…”ประเทศรอทไชลด์”…
แต่หลังจากนั้นอีกไม่กี่ปี เมื่อชาวยิวอีกรายหนึ่งชื่อว่า “ธีโอดอร์ เฮอร์เซิล” ที่แม้นว่าจะไม่ได้อยู่ในตระกูลมหาเศรษฐีอย่างรอทไชลด์ แต่ก็มีชื่อเสียงเป็นที่ยกย่องไม่น้อยในหมู่ชาวยุโรป ได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า “รัฐของชาวยิว” (The Jewish State) ออกมาเผยแพร่ในปี ค.ศ. ๑๘๙๖ และสร้างความฮือฮาขึ้นมาไม่น้อยในหมู่ชาวยิวทั้งหลาย ในช่วงระยะที่ว่านี้นี่แหละที่ร่องรอยของ “งูศักดิ์สิทธิ์” ที่จะเลื้อยไปยังภูเขาไซออนก็เริ่มปรากฏให้เห็นอย่างเป็นจริงเป็นจังขึ้นมารางๆ เมื่อบรรดาเครือข่ายชาวยิวทั้งหลายรวมทั้งตระกูลรอทไชลด์ได้พร้อมใจกันสนับสนุนให้บุคคลผู้นี้เปิดเผยตัวเองออกมาอย่างเป็นทางการในฐานะ ”ประธานขบวนการไซออนนิสต์”…โดยมีจุดมุ่งหมายชัดเจนในอันที่จะก่อตั้ง “ประเทศยิว” ขึ้นมาอีกครั้งบนโลกใบนี้….!!!



