Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
มองขวา
ภาวิน ศิริประภานุกูล + ณ พัฒน์


ข้อเรียกร้องของข้าพเจ้าต่อ ธปท.

- ภาวิน ศิริประภานุกูล -


ก่อนอื่นข้าพเจ้า (ที่เป็นผู้เขียน) ขอเกริ่นนำไว้ก่อนว่า “ข้าพเจ้า” ในบทความนี้มิใช่ตัวข้าพเจ้า (ที่เป็นผู้เขียน) ถึงแม้จะมีหลายสิ่งหลายอย่างคล้ายๆ กัน เป็นเพียงแต่ข้าพเจ้าที่อยู่ในบทความนี้เท่านั้น โดยข้าพเจ้า (ที่เป็นผู้เขียน) ได้ลองใช้ตัวข้าพเจ้าเลียนแบบ “ฮิวเมอริสต์” นักเขียนชื่อก้องในอดีต เผื่อว่าสักวันหนึ่งในอนาคตข้าพเจ้า (ที่เป็นผู้เขียน) จะมีชื่อเสียงได้กึ่งหนึ่งของท่านฮิวเมอริสต์บ้าง

ธปท. ครับ ข้าพเจ้าเป็นคนไม่ค่อยฉลาด ขี้เกียจทำงาน แต่กระนั้นก็ไม่เคยคิดที่จะพัฒนาตนเอง ไม่เคยคิดจะเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตนเองในอดีต ข้าพเจ้าขอตำแหน่งงานที่ถูกกฎหมาย ที่ไม่ต้องทำงานมาก แต่มีรายได้สูงกว่าชาวบ้านคนอื่นๆ พอที่จะนำไปหาซื้อไวน์นำเข้าชั้นดี หรือบรั่นดีชั้นยอดมาจิบเล่นยามว่างเว้นจากการทำงานที่ไม่ต้องทำงานหนักของข้าพเจ้าด้วย

ธปท.อย่ามาปฏิเสธข้อเรียกร้องของข้าพเจ้า หรือหาว่าข้าพเจ้าเรียกร้องอะไรเพ้อเจ้อ ก็ในเมื่อคนอื่นๆ ในประเทศไทยตั้งหลายคนเรียกร้องให้ ธปท. 1) มีนโยบายการเงินเพื่อรักษาค่าเงินบาทให้อ่อนเพื่อช่วยกระตุ้นการส่งออก 2) รักษาอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจในระยะยาว และ 3) ยึดมั่นกับนโยบายการไหลเวียนของเงินลงทุนอย่างเสรีเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ธปท.ยังพยายามทำตามข้อเรียกร้องเพ้อเจ้อเหล่านี้โดยไม่ปริปากบ่นสักคำ

ธปท. อย่ามาปฏิเสธว่า การทำตามข้อเรียกร้องเหล่านี้พร้อมๆ กันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ข้าพเจ้าเคยเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์มหภาคเบื้องต้นด้วยความเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าเศรษฐศาสตร์มหภาคจะมีแบบจำลองต่างๆ ที่สลับซับซ้อนมากมาย แต่สุดท้ายหัวใจหลักก็หนีไม่พ้นกลจักรของอุปสงค์และอุปทานในหลักการเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นนั่นเอง

ในตลาดเงินบาท มันก็มีอุปสงค์และอุปทานของมันเอง อุปสงค์เงินบาทเกิดขึ้นจากการที่มีคนต้องการนำเงินไปจับจ่ายใช้สอย ซื้อสินค้า หรือลงทุนภายในประเทศไทย อุปสงค์อีกส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้ส่งออกไทยนำสินค้าไปขายยังต่างประเทศ ได้เงินดอลลาร์สหรัฐและนำกลับมาแลกเป็นเงินบาท และอุปสงค์ส่วนสุดท้ายเกิดจากการที่นักลงทุนจากต่างประเทศต้องการเข้ามาลงทุนในทรัพย์สินที่เป็นของเมืองไทย พวกเขาต้องซื้อทรัพย์สินเหล่านั้นด้วยการใช้เงินบาท หรือแม้กระทั่งพวกเขาอาจมองเงินบาทเป็นทรัพย์สินในตัวมันเอง โดยเราเรียกพวกนักลงทุนพวกหลังนี้ว่าพวกนักเก็งกำไร ดังนั้นพวกเขาจึงนำเอาเงินดอลลาร์สหรัฐมาแลกเป็นเงินบาท

อุปทานเงินบาทเกิดจากการที่คนไทยต้องการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ หรือต้องการนำเงินไปลงทุนในทรัพย์สินในต่างประเทศ กลุ่มคนพวกนี้ต้องนำเอาเงินบาทมาขายเพื่อแลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปซื้อสินค้าหรือทรัพย์สินในต่างประเทศเหล่านั้น

ทีนี้ ธปท.สามารถเข้าไปแทรกแซงค่าเงินบาทได้ด้วยการปรับเพิ่มหรือปรับลดอุปทานเงินบาทที่ถูกนำมาขายอยู่ในตลาดเงิน โดย ธปท.สามารถลดอุปทานได้ด้วยการออกขายพันธบัตรเพื่อแลกกับเงินบาทนำเอาไปเก็บไว้ในตู้เซฟ หรือ ธปท. สามารถเพิ่มอุปทานเงินบาทได้ด้วยการซื้อคืนพันธบัตร ธปท. หรือพิมพ์เงินบาทขึ้นมาใหม่และนำไปขายในตลาดเงิน

ในสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งข้าพเจ้าก็ไม่รู้เหมือนกัน (เหมือนกับคนไทยทั่วๆ ไป) ว่าเป็นเพราะจากความสามารถในการส่งออกสินค้าของผู้ส่งออกไทย หรือการเข้ามาลงทุนจำนวนมากของนักลงทุนชาวต่างประเทศ หรืออาจจะเป็นเพราะแรงเก็งกำไรค่าเงินบาท

หรืออาจเป็นเพราะแรงปรับตัวเพื่อหาจุดสมดุลของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในระดับโลก (ซึ่งเราทำอะไรมันไม่ได้) จึงทำให้อุปสงค์เงินบาทในตลาดเพิ่มสูงขึ้นมาก เงินบาทจึงแข็งค่ามากขึ้นตามไปด้วย

และข้าพเจ้าก็ได้เห็นการเข้าไปขายเงินบาทของ ธปท. และแลกเปลี่ยนเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาเก็บไว้เป็นปริมาณร่วมๆ หนึ่งหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์ ซึ่งเมื่อเทียบกับเงินสำรองระหว่างประเทศในช่วงต้นปีในระดับราวห้าหมื่นสองพันล้านดอลลาร์แล้ว ข้าพเจ้าก็คิดว่าการเข้าไปแทรกแซงค่าเงินของ ธปท.ก็อยู่ในระดับที่มากพอสมควร

ถ้าหาก ธปท.มีจุดมุ่งหมายหลักที่จะจัดการกับค่าเงินบาทให้มันอ่อนตัวลงแต่เพียงประการเดียว ข้าพเจ้าคิดว่าเรื่องมันก็คงจบ ก็พิมพ์เงินบาทใส่เข้าไปในระบบให้มันเยอะๆ เข้าไว้สิครับ บวกกับการโปรโมตสินค้าแบรนด์เนมและการท่องเที่ยวช็อปปิ้งในต่างประเทศเข้าไปด้วย ส่วนเรื่องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาวก็ตัวใครตัวมัน

แต่ทีนี้ ธปท.ก็มีจุดมุ่งหมายอีกอย่างหนึ่งในการที่จะรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโดยการรักษาอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำ ดังนโยบายที่คนไทยเราเรียกกันว่านโยบายเป้าหมายเงินเฟ้อ และต่างชาติเรียกกันว่า inflation targeting ให้มาปวดหัวเพิ่มเข้าไปอีกเปลาะหนึ่ง

การพิมพ์เงินใส่เข้าไปในระบบ ไม่เพียงแต่จะทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงแต่เพียงเท่านั้น แต่ยังทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงลดต่ำลง กระตุ้น อุปสงค์มวลรวมภายในประเทศ ทำให้ผู้คนมีเงินบาทในกระเป๋าเพิ่มมากขึ้น ทำให้สามารถจับจ่ายใช้สอยในประเทศไทยได้เพิ่มมากขึ้น ในสภาวะที่อุปทานมวลรวมมิได้ขยายตัวเพิ่มมากนัก อัตราเงินเฟ้อของประเทศจะพุ่งสูงขึ้น

การจะรักษาอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำดังเป้าหมายของนโยบาย inflation targeting ก็จำเป็นที่ ธปท.จะต้องถอนเงินบาทออกจากระบบในส่วนหนึ่ง ข้าพเจ้าได้เห็นข่าว ธปท.กำลังขออนุมัติการออกพันธบัตร ธปท.เพิ่มเติมในปริมาณมาก ก็เลยฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ธปท.อาจกำลังดำเนินนโยบายนี้ควบคู่ไปกับการทำให้เงินบาทอ่อนค่า

ซึ่งแม้แต่ข้าพเจ้าที่เรียนเศรษฐศาสตร์มหภาคเบื้องต้นมาก็ยังมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า แล้วเงินบาทมันจะอ่อนค่าไปได้ยังไง ? ก็ ธปท.เล่นใส่เงินบาทเข้าไปและถอนเงินบาทออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน นโยบายทั้งสองอันนั้นมันไม่น่าจะไปด้วยกันได้ !

ยังมีอีกวิธีที่ให้โอกาส ธปท.สามารถดำเนินนโยบายทั้งสองอย่างข้างต้นควบคู่กันได้ ก็ด้วยการควบคุมการไหลเวียนของเงินลงทุนที่จะเข้ามายังในประเทศไทยซะเลย ข้าพเจ้าคิดว่า ธปท.เคยลองทำมาแล้วในวันที่ 19 ธันวาคม ปีที่แล้ว และก็จำเป็นต้องยกเลิกมาตรการส่วนหนึ่งออกไปในวันที่ 20 ธันวาคม ปีที่แล้ว ด้วยแรงกดดันจากนักเก็งกำไรในตลาดหุ้นไทยซึ่งเจ็บตัวไปไม่น้อยในช่วงวันดังกล่าว

จริงๆ แล้วข้าพเจ้าเห็นใจ ธปท.เป็นอย่างยิ่งที่กำลังถูกสังคมไทย กดดันให้ต้องดำเนินนโยบายทั้งสามอย่างพร้อมๆ กัน ทั้งๆ ที่อาจจะรู้ตัวว่ามันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ เป็นไปไม่ได้

ในความคิดของข้าพเจ้านโยบายการเงินไม่ใช่นโยบายที่เหมาะสมในการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากการใส่เงินเพิ่มเติมเข้าไปในระบบเป็นเสมือนการสร้างอุปสงค์เทียมหรือการเติมแต่งตัวเลขทางบัญชีให้กับระบบเศรษฐกิจ ไม่ค่อยจะมีส่วนช่วยในการกระตุ้นภาคการผลิตหรืออุปทาน ไม่เหมือนกับนโยบายการคลัง ที่ช่วยเสริมศักยภาพให้กับผู้ผลิตสินค้าในประเทศไทยได้ส่วนหนึ่ง ในขณะที่กระตุ้นการใช้จ่ายในส่วนของ อุปสงค์มวลรวมได้อีกส่วนหนึ่ง โดยการกระตุ้นการใช้จ่ายเห็นผลในทางปฏิบัติชัดเจนกว่า

ที่น่าแปลกใจอีกอย่างหนึ่งก็คือแล้วทำไมสถาบันอย่าง ธปท.ที่ประกาศตัวอยู่บ่อยๆ ว่าเป็นไททางการเมืองถึงได้ดิ้นรนรับใช้แรงกดดันทางการเมืองเป็นหนักหนา ข้าพเจ้าไม่เข้าใจว่า ธปท.ไม่เห็นความสำคัญของการรักษาไว้ซึ่งภาพความน่าเชื่อถือ หรือที่ฝรั่งเขาเรียกกันว่า credibility ของตัวเองเลยหรืออย่างไร นานๆ ไปคนเขาจะไม่เชื่อถือต่อมาตรการควบคุมเงินเฟ้อที่มีความสำคัญต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจระยะยาว และอาจนินทาไปได้ว่า ธปท.ที่แท้คือกระทรวงการคลังสาขาวังบางขุนพรหม ธปท.ไม่อายชาวบ้านเขาหรือ ?

ในขณะที่ภาพความน่าเชื่อถือของ ธปท.ยังเหลืออยู่อีกน้อยนิดเต็มทีในช่วงเวลาปัจจุบันนี้ ข้าพเจ้าขอเสนอทางออกให้กับ ธปท.ด้วยการกลับตัวกลับใจประกาศจุดยืนมุ่งรักษาภาพในการเป็นผู้รักษาเสถียรภาพให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ยึดมั่นในเป้าหมาย inflation targeting โดยไม่โอนเอียงไปกับเสียงเรียกร้องทางการเมืองต่างๆ

ดอกเบี้ยลดได้ แต่ไม่ใช่เพื่อกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ การลดดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ ธปท.คาดการณ์ว่าอาจจะเกิดภาวะเงินฝืดในประเทศไทย ยิ่งจะมาบอกว่าจะเปลี่ยนไปใช้นโยบายอื่นที่ไม่ใช่เป้าหมายเงินเฟ้อในช่วงเวลานี้ยิ่งไม่สมควรใหญ่ มันเหมือนเป็นการเปลี่ยนกฎด้วยแรงกดดันทางการเมือง การเปลี่ยนนโยบายกระทำได้แต่ในช่วงเวลาที่ไร้แรงกดดันทางการเมือง ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่าไม่ใช่ช่วงเวลานี้อย่างเด็ดขาด

ในขณะเดียวกัน ธปท.ควรจะออกมาตำหนิติติงรัฐบาล ที่สร้างภาพการเมืองที่ไร้เสถียรภาพ สร้างต้นทุนส่วนเพิ่มให้กับภาคการผลิต และตำหนิกระทรวงการคลังที่อาจมีหน้าที่บางส่วนในการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ แต่กลับทำงานของตนเองล่าช้าและสวนทาง (จะขึ้นภาษีอยู่ได้)

ยิ่งข้าพเจ้าได้เห็นข้อเสนอที่คาดว่าจะมาจากกระทรวงการคลังในการจะให้ประเทศไทยกลับไปใช้นโยบาย fix ค่าเงินบาทอีกครั้งข้าพเจ้ายิ่งใจหาย ด้วยคิดว่าบ้านนี้เมืองนี้ไม่เคยเรียนรู้จากประสบการณ์ตนเองเลยหรืออย่างไร

ด้วยถ้าหากการ fix ค่าเงินบาทเป็นเหมือนการปิดสวิตช์พัดลม ข้าพเจ้าก็คงจะไม่บ่นอะไร แต่ถ้าการ fix ค่าเงินบาท หมายถึงการทำให้ ธปท.กลับไปเป็นผู้มีหน้าที่ดำเนินการนำเงินภาษีของประชาชนมาปกป้องค่าเงินบาทให้อยู่ในช่วงเป้าหมายที่ fix เอาไว้อีกครั้งละก็ ข้าพเจ้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าแล้วไอ้ที่ออกมาบ่นว่าขาดทุนกันราว 1.4 ล้านล้านบาทมันจะไม่เกิดขึ้นอีกหรืออย่างไร

ข้าพเจ้าเคยได้ข่าวงานวิจัยบางงานคาดการณ์ว่าเงินดอลลาร์สหรัฐสามารถอ่อนค่าลงไปได้อีกถึงราว 20 เปอร์เซ็นต์เพื่อสร้างสมดุลการเงินระดับโลกขึ้นมาใหม่ แล้วถ้าเรา fix ค่าเงินที่ระดับปัจจุบันโดยมี ธปท.เป็นผู้ปกป้องค่าเงินบาท มันจะไม่ยิ่งขาดทุนบักโกรกกันไปใหญ่หรือ ?

ข้อเสนอนี้ก็ไม่น่าจะส่งผลดีกับใคร ยกเว้นแต่กองทุนเฮดจ์ฟันด์ต่างประเทศ กับบ่อนทั่วโลกที่จะมีเมนูสินค้าเพิ่มขึ้นด้วยการรับแทงว่าประเทศไทยจะ fix ค่าเงินบาทได้นานกว่าการประกาศใช้นโยบายกันสำรอง 30 เปอร์เซ็นต์หรือไม่เท่านั้น

ข้าพเจ้าเข้าใจว่าทุกคนกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่เรื่องที่ควรทำเราก็ต้องทำ ถ้าหาก ธปท.ยังคงดันทุรังกับนโยบายทั้งสามประการข้างต้นต่อไป ไม่พิจารณาทางออกที่ข้าพเจ้าเสนอไปให้ ข้าพเจ้าก็ขอประกาศจุดยืนในการเรียกร้องข้อเรียกร้องข้างต้นของข้าพเจ้าต่อไป

ก็ข้อเรียกร้องของข้าพเจ้าแตกต่างอะไรไปจากข้อเรียกร้องของคนอื่นๆ ล่ะครับ ?


ตีพิมพ์ครั้งแรก: คอลัมน์ ‘มองซ้ายมองขวา’ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 9 เมษายน 2550



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter