Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
open EC
วิมุต วานิชเจริญธรรม


“เหยื่อ” ของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี?

ผมเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ใช้เวลาวันหยุดติดต่อกันหลายวันในเดือนเมษายนนี้ เดินทางไปทำธุระต่างประเทศทั้งที่แต่ไหนแต่ไรมานั้นช่วงเวลาเช่นนี้ผมมักจะอยู่โยงเฝ้ากรุงเทพฯกับครอบครัว

เหตุที่ทำให้ผมต้องระเหเร่ร่อนไปตามเมืองต่างๆ ในประเทศสหรัฐในช่วงเวลาเช่นนี้ ไล่เรียงมาตั้งแต่ซานฟรานซิสโก ชิคาโก มิชิแกน และจบลงที่ลอสแองเจลิส นั่นก็คือ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ผมทำงานอยู่นั้นกำลังจะขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับบรรดามหาวิทยาลัยชั้นนำที่อยู่ตามเมืองที่ผมเอ่ยให้ฟัง

ภารกิจในครั้งนี้ของผมจึงเป็นการ “โรดโชว์” หลักสูตรปริญญาเอกทางเศรษฐศาสตร์ที่ผมดูแลอยู่ และศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโก-มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ผมเป็นผู้อำนวยการอยู่ด้วย

ผมตั้งต้นเดินทางจากซานฟรานซิสโกเพื่อไปยังเมืองชิคาโกในตอนเช้าวันศุกร์ที่ 6 เมษายน โดยอาศัยบริการของสายการบินต้นทุนต่ำ southwest airlines เรื่องราวของความสำเร็จทางธุรกิจของ southwest airlines เป็นโจทย์ที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เป็นเพราะเหตุใดที่สายการบินที่ให้บริการเฉพาะเพียงในประเทศอย่าง southwest airlines จึงไม่ประสบกับปัญหาทางการเงินดังเช่นสายการบินที่ให้บริการทั้งในประเทศและระหว่างประเทศอย่าง northwest หรือ Delta Airlines ที่ต่างต้องพึ่งพาอำนาจศาลเพื่อพิทักษ์ตัวเองในระหว่างที่ตกอยู่ในสภาพล้มละลาย

สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตจากการเดินทางด้วยสายการบิน southwest ครั้งนี้ คือ การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการและให้บริการไล่เรียงมาตั้งแต่ขั้นตอนของการจองซื้อตั๋วทางอินเทอร์เน็ต ที่ ผู้เดินทางใช้บัตรเครดิตชำระค่าตั๋วออนไลน์เพื่อรับ “confirmation number” จากสายการบินไปจนถึงขั้นตอนก่อนขึ้นเครื่อง confirmation number นี้เปรียบเสมือนรหัสผ่านที่จะช่วยส่งให้เราขึ้นเครื่องโดยสะดวกด้วยรหัสผ่านนี้ ผู้ที่ต้องการเช็กอินก่อนเดินทางสามารถทำรายการบน อินเทอร์เน็ตได้ โดยกรอก confirmation number นี้ลงในหน้าของ on-line check-in และพิมพ์หน้าตอบรับออกมาเพื่อใช้แสดงเป็น boarding pass ด้วยวิธีนี้ผู้เดินทางจะไม่ต้องเสียเวลามาติดต่อดำเนินการที่สนามบินก่อนขึ้นเครื่อง

หากใครที่ไม่ได้เช็กอินออนไลน์ และมีเพียงกระเป๋าสะพายติดตัว คือไม่มีสัมภาระที่จะบรรทุกใส่ใต้ท้องเครื่อง ผู้เดินทางสามารถมาเช็กอินด้วยตัวเองที่สนามบิน ณ ตู้บริการอัตโนมัติที่ทางสายการบินจัดเตรียมไว้ให้ โดยตู้นี้จะออก boarding pass ให้กับผู้โดยสาร หากชื่อและ confirmation number ตรงกับที่บันทึกไว้ในฐานข้อมูลของการซื้อตั๋วออนไลน์

เรียกได้ว่าตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อตั๋วไปจนถึงการรับ boarding pass ผู้โดยสารไม่จำเป็นต้องพบปะ เจอหน้า หรือพูดคุยกับสิ่งมีชีวิตใดๆ เลย ซึ่งนั่นหมายความว่าสายการบินก็จะไม่มีต้นทุนในการจ้างบุคลากร (อันกินความครอบคลุมไปถึงค่าประกันสุขภาพ และค่าประกันสังคมที่เป็นภาระหนักอึ้งของทุกธุรกิจ) ที่จะมาทำงานในขั้นตอนเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

เมื่อผมขึ้นไปนั่งบนเครื่อง ระหว่างรอเครื่องออกบิน พนักงานของสายการบินประกาศเตือนให้ผู้โดยสารปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดเป็นการชั่วคราว ซึ่งรายการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่พนักงานได้เอ่ยถึงนี้มีจำนวนมากกว่าเมื่อสมัย 10 กว่าปีก่อนนัก

ในสมัยนั้นสายการบินอาจขอให้ผู้โดยสารงดใช้เพียงคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหรือเครื่องเล่นเกมบอย ในระหว่างที่เครื่องจะทะยานขึ้นท้องฟ้า แต่ในวันนี้อุปกรณ์ที่มีชื่อปรากฏในรายการของต้องห้าม (ชั่วคราว) มีทั้งโทรศัพท์มือถือ PDA และเครื่องเล่น MP3 ด้วย

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดพกพา กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่หลายคนอาจขาดไม่ได้เวลาเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนสายการบินต้นทุนต่ำที่ไม่มีสันทนาการอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ บนเครื่องให้ผู้โดยสารได้ฆ่าเวลาในเที่ยวบินที่ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงนี้

มีอยู่ครอบครัวหนึ่งคุณพ่อหยิบแผ่นดีวีดีการ์ตูนใส่ในเครื่องเล่นขนาดกะทัดรัด แล้วเปิดให้ลูกสาวคนเล็กดูแก้เบื่อไปพลาง ในขณะที่ผู้โดยสารบางคนใช้เสียงเพลงจากเครื่อง iPod (มีทั้งรุ่น nano และรุ่น video) ที่ส่งผ่านหูฟังสีขาวนั้นแยกตัวเองจากโลกภายนอก

ความบันเทิงที่แต่ละคนเลือกนั้น แตกต่างกันไปตามระดับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี สำหรับผมแล้ววิธีการฆ่าเวลาในแบบดั้งเดิม (และต้นทุนต่ำ) ก็ยังคงไว้วางใจได้ไม่เสื่อมคลาย เพียงแค่ผมมีแว่นตากับหนังสือพิมพ์ เวลา 4 ชั่วโมงกว่าๆ นี้จะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วได้เช่นกัน

ผมสะดุดกับข่าวหนึ่งบนหน้าแรกของ Wall Street Journal ข่าวนี้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ฟลอร์ของห้องค้า ณ ตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ในนิวยอร์กเมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา

เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เมื่อถึงเวลาตลาดปิดจะมีบุคคลสำคัญ หรือแขกพิเศษของตลาดหลัก ทรัพย์นิวยอร์กให้เกียรติมาเป็นผู้ตีระฆังปิดการซื้อขายประจำวัน สิ่งที่ทำให้พิธีการในเย็นวันพฤหัสฯนี้แตกต่างออกไป คือการเตรียมการฉลองการควบรวมกิจการระหว่างตลาดหุ้นนิวยอร์กกับ Euronext NV พาร์ตเนอร์จากฟากฝั่งยุโรปภายหลังจากที่ตลาดหุ้นปิดในเวลา 4 โมงเย็นวันนั้น

บรรดาโบรกเกอร์และนักค้าบนฟลอร์ต่างไม่พอใจกับการควบรวมครั้งนี้ สาเหตุนั้นมาจากการที่ทางฝั่ง Euronext ผลักดันให้ตลาดหุ้นนิวยอร์กนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้แทนที่ระบบการซื้อขายที่เป็นมาแต่ดั้งเดิมที่ต้องมีโบรกเกอร์และนักค้าจำนวนมากขานราคาซื้อขายกัน และส่งออร์เดอร์ซื้อขายด้วยมือ

การทดแทนคนด้วยการเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นี้ มีผลทำให้ 1 ใน 4 ของนักค้าทั้งหมด (ซึ่งมีอยู่ราว 3,700 คน) ต้องตกงานไป ดังนั้นบรรดานักค้าทั้งหลายจึงเตรียมพากัน “โห่ไล่” ทั้งผู้บริหารตลาดหุ้นนิวยอร์ก และผู้บริหารของ Euronext ที่มาเป็นแขกผู้มีเกียรติในพิธีตีระฆังปิดตลาดในช่วงเย็นวันนั้นเอง

อ่านข่าวนี้แล้วชวนให้นึกถึงเสียงต่อต้านข้อตกลงทางการค้าเสรีที่เรามักได้ยินกันเสมอในทุกเวทีของการเจรจาต่อรอง ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้เองก็มีข่าวการคัดค้านข้อตกลงดังกล่าวในประเทศเกาหลีใต้ และในประเทศไทยเรา

ผมคิดว่าไม่แปลกที่คนในประเทศทั้ง 2 จะรู้สึกถูกคุกคามจากการที่ต้องแข่งขันกับประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของโลกอย่างสหรัฐหรือญี่ปุ่น หลายคนอาจต้องเสียธุรกิจหรือตกงานจากการที่มีคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่าเข้ามาแย่งชิงส่วน แบ่งตลาด

ในอีกด้านหนึ่ง ข่าวชิ้นนี้ช่วยให้ผมตระหนักถึงข้อเท็จจริงว่า อาชีพการงานของคนในประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคบริการ ก็ไม่ได้มั่นคงไปกว่าคนในประเทศกำลังพัฒนาอย่างเราสักเท่าไรเลย แม้จะไม่มีคู่แข่งทางการค้าจากต่างประเทศเข้ามาแย่งงานโดยตรง แต่พวกเขากลับเจอกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยี (และสืบเนื่องไปถึงกระแสโลกาภิวัตน์) ที่พร้อมจะรุกคืบเข้ามาแย่งชิงงานของพวกเขาไป โดยพวกเขาไม่สามารถที่จะเรียกร้องหรือคัดค้านด้วยวิธีการใดๆ ได้

ผมรีบเก็บข้อคิดนี้แล้วมานั่งปะติดปะต่อมันใหม่ให้เป็นบทความสำหรับคอลัมน์หอคอยงาช้างนี้ เพราะก่อนเดินทางได้รับอีเมล์ทวงต้นฉบับจาก บ.ก. ครั้นว่าจะใช้ข้ออ้างแบบดั้งเดิม ที่ยกเอาระยะทางและสถานที่เป็นข้อจำกัดในการส่งต้นฉบับกลับเมืองไทยคงมิอาจทำได้แล้ว

ณ เวลาที่กำลังจะเขียนถึงย่อหน้าสุดท้ายนี้ ผมกำลังนั่งอยู่ในห้องพักของโรงแรมหนึ่งใจกลางเมืองชิคาโก พิมพ์งานบนเครื่องโน้ตบุ๊กที่หิ้วติดตัวมาจากเมืองไทย และกำลังจะส่งบทความนี้ผ่านอินเทอร์เน็ตไปให้ บ.ก.ด้วยเทคโนโลยีไร้สายความเร็วสูง

มีใครอีกบ้างที่ไม่ตกเป็นเหยื่อของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีครับ


ตีพิมพ์ครั้งแรก: คอลัมน์ ‘หอคอยงาช้าง’ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 12 เมษายน 2550



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter