Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
With Words That Appear Like Bats
พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์


ความสมานฉันท์ในการเซ็นเซอร์ตัวเองของสื่อมวลชนในกรณีข่าวการวิพากษ์วิจารณ์ป๋า

ในความรู้ความเข้าใจของคนทั่วไปนั้น เมื่อพูดถึงการเซ็นเซอร์สื่อมวลชน (media censorship) เรามักจะคิดว่าสื่อมวลชนนั้นเป็นผู้ถูกกระทำด้วยอำนาจภายนอก หรือ และสถาบันที่มีอำนาจ ที่ไม่ใช่สื่อมวลชนเอง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หรือ กลุ่มนายทุนขนาดใหญ่ที่มีเงินและอำนาจในการจัดการสื่อ

สิ่งที่เรามักไม่พูดถึงกันก็คือการเซ็นเซอร์ตัวเอง (self-censorship) ของบรรดาสื่อมวลชนเอง ซึ่งหมายถึงการปิดกั้นความจริงบางอย่างภายใต้กระบวนการ “ปรุงแต่งความจริง” ที่หมายถึงการ “ผลิต” และ “นำเสนอข่าว” ของสื่อมวลชนเอง โดยมิได้ถูกคำสั่งในการปิดกั้นจากอำนาจภายนอกสื่อมวลชน หรือสถาบันภายนอกของสื่อมวลชน

เราไม่ค่อยระวังสงสัยว่าก่อนที่ข่าวจะถูก “นำเสนอ” นั้น ข่าวนั้นต้องถูก “ผลิต” และภายใต้กระบวนการผลิตข่าวก่อนที่จะถูกนำเสนอนั้น มันเป็นเรื่องของความเป็น “มืออาชีพ” ของสื่อเองในการที่จะผลิตข่าวหรือทำให้ความจริงบางอย่างมันถูกเล่าออกมาให้ในฐานะที่เป็นความจริง (ไม่ใช่ความเท็จ หรือความลวง) นั่นแหละครับ หรือหมายถึงการ “ปรุงแต่งความจริง” ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของการ “บิดเบือน” เพื่อสร้าง “ความเท็จ” หรือ “ความลวง” แต่อาจหมายถึงการเลือกมุมมองในการเสนอข่าวบางมุมมากกว่ามุมอื่นๆ (1)

กรณีศึกษาหนึ่งที่สะท้อนถึงกระบวนการปรุงแต่งความจริงภายใต้การเซ็นเซอร์ตัวเอง ก็คือการผลิตและนำเสนอข่าวการวิพากษ์วิจารณ์ความเกี่ยวพันของป๋ากับการรัฐประหาร ๑๙-๙-๔๙ และ ระบอบการเมืองหลัง ๑๙-๙-๔๙ ซึ่งสิ่งที่พบก็คือ “ความสมานฉันท์” ของบรรดาสื่อมวลชนในการเซ็นเซอร์ตัวเองในการผลิตและนำเสนอข่าวการวิพากษ์วิจารณ์ป๋าอย่างพร้อมเพรียง

โดยไม่ต้องมีอำนาจภายนอกมาบังคับการปรุงแต่งข่าวดังกล่าว นอกเหนือไปจากอำนาจภายในของสื่อมวลชนเอง

งานนี้สื่อมวลชนทั้งหลายมีความสมานฉันท์กันอย่างชัดเจนที่จะไม่ “สืบค้น” ว่าข้อกล่าวหาว่าป๋านั้นเกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร ๑๙-๙-๔๙ และระบอบการเมือง ๑๙-๙-๔๙ แค่ไหน-อย่างไรแม้แต่น้อยนิด แต่กลับใช้ความเป็นมืออาชีพของตนเองในการ “สืบค้น” ว่า “ใครเป็นคนพูด”

ดังนั้น การปรุงแต่งความจริงในเรื่องของการผลิตและวิพากษ์วิจารณ์ป๋าจึงไปให้ความสำคัญกับ “เบื้องหลัง” การ “วิจารณ์ป๋า” และ “การโต้ตอบการวิจารณ์ป๋า” โดยไม่ได้สนใจเลยว่าการวิพากษ์วิจารณ์ป๋านั้น “มีมูลความจริงแค่ไหน” (คือเป็น “ความจริง” หรือ “มูล” กันแน่?)

พูดง่ายๆก็คอ ทำข่าวเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ป๋าให้เป็นประเด็น “ข่าวหมิ่นประมาท” และ “ข่าวม็อบ” แต่ไม่ได้ทำข่าวให้เป็นข่าว “การเมือง-การทหาร” ดังที่ในยุคหนึ่ง (ซึ่งก็คือยุคที่ป๋าเป็นนายกรัฐมนตรี) ข่าวการเมืองคือข่าวสายสัมพันธ์และการสืบทอดอำนาจในหมู่ผู้นำเหล่าทัพ

แต่ท่ามกลางการเซ็นเซอร์ตัวเองบรรดาสื่อมวลชน “มืออาชีพ” ก็เห็นจะมีความหวังเล็กๆกับหนังสือพิมพ์ “คุณภาพ” อย่างหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ที่ได้เคยนำเสนอถึงความจริงและทัศนะอีกชุดถึงความเกี่ยวพันของป๋ากับการรัฐประหาร ๑๙-๙-๔๙ และการปกครองหลังรัฐประหาร ไว้อย่างน่ามหัศจรรย์

ตัวอย่างแรก: ในคอลัมน์ของ คำนูณ สิทธิสมาน บรรณาธิการอาวุโสของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติภายหลังการรัฐประหาร ที่ชื่อ “เปรม <—สุรยุทธ์ <—สนธิ ๓ ศูนย์อำนาจการเมืองไทย จนกว่าจะถึงวันมี ผบ.ทบ.ใหม่!!” (๕ มีนาคม ๒๕๕๐) คำนูณอธิบายว่า พลเอกเปรมนั้นเป็น “ศูนย์อำนาจ” ที่ไม่ได้มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และให้ทัศนะไว้ว่า “การเปลี่ยนแปลง ๑๙ กันยายน ๒๕๒๙ ปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าป๋าเปรมไม่ออกโรงมาเคลื่อนไหวในเชิงสัญลักษณ์ ผลลัพธ์ก็ไม่อาจจะเป็นอย่างที่เห็นที่เป็นอยู่” (2)

หรือในข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ “Virabongsa turns down offer to replace Pridiyathorn” เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๐ ที่อ้างแหล่งข่าวว่า พลเอกเปรมเป็นผู้ทาบทามให้นายวีรพงษ์ รามากูร เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยเป็นผู้โทรศัพท์ไปหานายวีรพงษ์ หลังจากที่ทั้งสองท่านไปร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่ธนาคารกรุงเทพเนื่องในวันครบรอบวันเกิดของนายชาตรี โสภณพานิช ประธานกรรมการของธนาคาร (3)

สิ่งที่น่าจับตาดูก็คือในระยะเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่หลายคนเชื่อว่าเราจะเข้าสู่ประชาธิปไตยเข้าสักวันหนึ่ง เรากำลังมีสื่อมวลชนที่สนใจ “ปรุงแต่ง” ความจริงมากกว่า “ค้นหา” ความจริง เข้าแล้วครับ

และที่น่าสนใจก็คือในสมัยทักษิณนั้นการวิพากษ์วิจารณ์ทักษิณนั้นมักจะถูกจัดการโดยการฟ้องค่าเสียหายราคาแพง แต่อย่างน้อยก็ยังพอเห็นว่าสื่อพยายามที่จะค้นหาความจริงกันบ้าง ท่ามกลางการถูกแทรกแซงในหลายรูปแบบ

... แต่การวิพากษ์วิจารณ์ป๋านั้น นอกจากจะไม่นำไปสู่การค้นหาความจริงแล้ว ยังจะต้องถูกประนามจากบรรดาทหารว่าคนพวกนี้ไม่รักชาติบ้านเมืองเข้าไปอีก เพราะ “ความเป็นมืออาชีพ” ของสื่อมวลชนในการ “ปรุงแต่งความจริง” นี่แหละครับผม ...


เชิงอรรถขยายความ:

(1) รวมไปถึงสิ่งที่นักภาษาศาสตร์กลุ่มหนึ่งอธิบายว่า Truths need to be framed appropriately to be seen as truths. ดู Lakoff, George. 2006. Thinking points. New York: Farrar, Straus and Giroux. หน้า 10

(2) http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9500000026039

(3) “Gen Prem reportedly telephoned Mr Virabongsa yesterday after the two attended a lunch at the Bangkok Bank to celebrate the birthday of Chatri Sophonpanich, the bank chairman. The source said Mr Virabongsa, reputed to be a favourite “son” of Gen Prem, turned down the request.”

หมายเหตุ: ปรับปรุงจากบทความที่ตีพิมพ์ครั้งแรกใน หนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันพุธที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๐ หน้า ๔



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter