จะสร้างเด็กไทยด้วยเสียงดนตรีหรือเสียงพนันบอล
ข้อมูลเรื่องสุขภาพคนไทยปี 2550 ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาพ (สสส.) ได้ระบุถึงวัยรุ่นไทยในปัจจุบันว่า
1 ใน 3 ของวัยรุ่นไทยเล่นการพนัน โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นการเล่นไพ่ และอีก 1 ใน 5 เล่นการพนันบอล และที่น่าสนใจคือ วัยรุ่นไทยที่เล่นการพนัน มักจะพัวพันกับบุหรี่ เหล้า และเหตุการณ์การทำร้ายร่างกาย การลักขโมย การขู่กรรโชกทรัพย์เพื่อรีดไถเงิน และการค้าประเวณี
วัยรุ่นไทยที่ติดพนันส่วนใหญ่มักจะใช้เงินพ่อแม่ที่ให้ไว้เป็นค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายมาเล่นการพนัน จนมีหนี้สินล้นพ้น วัยรุ่นหญิงบางคนจำใจต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อจ่ายหนี้พนันหรือใช้แฟนเป็นตัวขัดดอกเบี้ย โดยมีค่าตัวครั้งละ 1,500-5,000 บาท
ช่วงที่มีการแข่งขันชิงถ้วยฟุตบอลโลกหรือฟุตบอลยุโรป ดูเหมือนสาววัยรุ่นในเครื่องแบบจะเสียตัวกันมากขึ้น
วัยรุ่นที่ติดการพนันมีอยู่ทุกระดับ ไม่จำกัดฐานะรายได้และชนชั้น
อันที่จริงสมัยก่อน การเล่นพนัน เล่นไพ่ เป็นงานอดิเรกของผู้ใหญ่ แต่ปัจจุบันเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับวัยรุ่นไทยยุคนี้ไปแล้ว ด้วยเหตุผลสำคัญคือ ได้ความตื่นเต้น เร้าใจ จนกลายเป็นปัญหาสังคมที่แก้ไม่ตกมากขึ้นเรื่อยๆ
...
กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปชมคอนเสิร์ตเครื่องสายของวงออเคสตรา ที่ห้องประชุมวิทยาลัยดุริยางค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
ผมเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ชมกว่าสองร้อยคน ส่วนใหญ่เป็นผู้ปกครองมาให้กำลังใจบุตรหลานของตนที่กำลังบรรเลงดนตรีอยู่บนเวที และหนึ่งในนั้นคือหลานสาววัยสิบสี่กำลังสีไวโอลีน
คอนเสิร์ตครั้งนั้นเป็นกิจกรรมสำคัญของบรรดานักเรียนผู้มาเรียนดนตรีในเวลาว่าง ที่โรงเรียนเอื้อมอารีย์ หรือชื่อเดิมว่า Dr.Sax และพอเรียนได้ระดับหนึ่งแล้ว จะมีการเข้าค่ายซ้อมดนตรีร่วมกันในช่วงปิดเทอมใหญ่ วันสุดท้ายนักเรียนดนตรีเหล่านี้ก็จะแสดงคอนเสิร์ตให้กับผู้ปกครองและคนทั่วไปได้ชมกัน
นักเรียนดนตรีเหล่านี้ไม่ได้มาจากลูกรวยเหมือนอย่างที่หลายคนเข้าใจผิดว่า คนที่เล่นเพลงคลาสสิคได้ต้องมีฐานะร่ำรวย เด็กเหล่านี้หลายคนเป็นลูกข้าราชการ อาจารย์ บางคนเป็นลูกพ่อค้าแม่ค้า
นักเรียนที่เล่นคอนเสิร์ตกว่าห้าสิบคนมีตั้งแต่เด็กหญิงวัย 5 ขวบ จนถึงวัยรุ่นอายุ 16-17 ปี แบ่งเป็นสี่วง วงละกว่าสิบคน ตามความสามารถของนักดนตรีแต่ละวง การแสดงเริ่มจากวงนักเรียนที่หัดเล่นดนตรีได้ไม่นาน เพลงที่เล่นก็จะง่ายๆ และพอวงต่อๆ มาเป็นนักเรียนที่เรียนดนตรีมานานหลายปีแล้ว เพลงที่เล่นก็จะยากขึ้น เป็นเพลงประเภทซิมโฟนี หรือคอนแชร์โต
ผู้ฟังในคืนนั้นสามารถแยกออกว่าวงแรกๆ ที่เล่นเป็นวงน้องใหม่ เด็กตัวน้อยๆ ยังตื่นเต้น เสียงที่สีออกมายังขาดๆ เกินๆ แต่ยังสามารถบรรเลงเป็นวงได้น่าชื่นชม พอยิ่งดึกวงต่อมาที่เล่นก็มีฝีไม้ลายมือมากขึ้น บรรเลงได้ไพเราะฟังรื่นหู
จนวงสุดท้ายเล่นเพลงท่อนหนึ่งของซิมโฟนีหมายเลข 25 ของโมสาร์ต เป็นเพลงสุดท้ายของรายการ พวกเขาและเธอเล่นได้ไพเราะน่ายกย่อง เพราะเป็นเพลงที่เล่นยากมาก จนลืมนึกไปว่าที่เห็นบรรเลงอยู่นั้นเป็นเด็กวัยรุ่นสิบกว่าขวบทั้งนั้น
ผมเชื่อว่าเด็กวัยรุ่นที่เล่นดนตรีบนเวทีคืนนั้น ไม่ว่าจะเล่นไวโอลิน วิโอลา เชลโล และดับเบิลเบส ต้องตื่นเต้นเร้าใจอย่างแน่นอน ทั้งก่อนเล่นและระหว่างการแสดงต่อหน้าผู้ชม เป็นประสบการณ์อันมิรู้ลืมจริงๆ
ระหว่างเล่นดนตรีบนเวทีกับตอนลุ้นไพ่ในมือ ผมไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ใดจะตื่นเต้นมากกว่า
แต่สำหรับเพื่อนผู้เคยผ่านมาแล้วทั้งสองเหตุการณ์บอกว่า บนเวทีคอนเสิร์ตตื่นเต้นกว่าเยอะ โดยเฉพาะตอนที่ต้องเล่นโซโล่หรือเล่นเดี่ยวๆ ต้องเอาสมาธิกลบความตื่นเต้นให้ได้
หลังจากไปฟังคอนเสิร์ตในคืนนั้น ความรู้สึกประทับใจไม่ได้อยู่ที่ว่าวงใดเล่นเพลงเพราะกว่ากัน แต่รู้สึกได้ว่า การเล่นดนตรีให้ความสุขกับคนเล่นและคนฟังจริงๆ ทุกคนมีรอยยิ้ม
พ่อแม่บางคนบอกผมว่า ไม่น่าเชื่อว่าลูกตัวเองจะสีไวโอลินได้ดีขนาดนี้ หลายคนเพิ่งค้นพบความสามารถของลูกตัวเองจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เป็นความภูมิใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่
ท่ามกลางเสียงดนตรีอันไพเราะ ความรู้สึกดีๆ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
เด็กที่หมั่นฝึกสีไวโอลินหรือเครื่องดนตรีชนิดใดชนิดหนึ่งนานๆ นั้น เกือบทั้งหมดต้องผ่านความเบื่อหน่ายในการฝึกหัดช่วงแรกๆ ต้องมีวินัย ต้องมีเวลาฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องและยาวนานกว่าที่จะเล่นเครื่องดนตรีได้เสียงไม่เพี้ยน
นักดนตรีทุกคนรู้ดีว่า ช่วงที่หัดเล่นดนตรีใหม่ๆ นั้น เสียงที่ออกมาล้วนแต่หนวกหูสร้างความรำคาญให้กับคนใกล้เคียงยิ่งนัก นับเป็นช่วงที่ยากเย็นแสนเข็ญที่สุด
แต่เมื่อผ่านจุดนั้นมาได้แล้ว สิ่งที่พวกเขาได้คือความสุขในการเล่นดนตรี และการได้สร้างเสียงดนตรีอันไพเราะเสนาะหูออกมาทุกตัวโน้ตให้แก่ผู้ฟังและตัวเอง
แค่ลากสายไวโอลินด้วยโน้ตตัวเดียวเสียงเดียว ยังแทบบาดหัวใจ
มีการวิจัยพบว่า เด็กที่เล่นดนตรีมานาน ส่วนใหญ่มักจะเป็นคนมีจิตใจดี สดชื่น ไม่ก้าวร้าว มีสมาธิในการทำงานอย่างต่อเนื่อง และการได้อยู่ท่ามกลางเสียงเพลงดีๆ จะกระตุ้นให้เส้นสมองของเด็กแตกกิ่งก้านสาขา มีการพัฒนา ขณะที่เด็กที่อยู่ท่ามกลางเสียงตวาด เสียงดัง จะทำให้เส้นสมองไม่แตกกิ่งก้านสาขา ทำให้เด็กไม่พัฒนา และมีโอกาสเป็นคนก้าวร้าว
...
เคยเห็นการกรอกแบบสอบถามในหัวข้องานอดิเรกหรืองานยามว่างของเด็กวัยรุ่นไทยสมัยนี้ไหมครับ
ส่วนใหญ่มักจะเขียนว่า งานอดิเรกของพวกเขาและเธอคือ ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ช็อปปิ้ง และเล่นเน็ต
ทำไมหรือครับ
เพราะการดูหนัง ฟังเพลง ช็อปปิ้ง เล่นเน็ต เป็นงานอดิเรกที่ง่ายมาก ไม่ต้องใช้ความพยายาม
ยิ่งเล่นไพ่หรือเล่นการพนันแล้ว ใช้ความใจถึงอย่างเดียว
ขณะที่การเล่นดนตรีต้องใช้ความพยายาม ความอดทนในการฝึกฝน คนจำนวนมากที่เคยหัดเล่นดนตรีจึงต้องท้อแท้ใจจนเลิกเล่นกลางคัน แต่เมื่อผ่านตรงนั้นไปได้ หลายคนหารู้ไม่ว่าการเล่นดนตรีจะช่วยกล่อมเกลาให้จิตใจละเอียดอ่อนขึ้น ไม่กลายเป็นคนหยาบกร้าน
ณ วันนี้ โลกของเด็กวัยรุ่นที่เรียนหรือเล่นดนตรียามว่างมีจำนวนน้อยนิด เมื่อเปรียบเทียบกับโลกของเด็กวัยรุ่นที่เล่นการพนันเป็นงานอดิเรก
เราจะสร้างเด็กไทยวันนี้จากเสียงดนตรี หรือสร้างเด็กไทยจากเสียงเชียร์พนันบอล กลิ่นเหล้า และควันบุหรี่
เราทุกคนมีสิทธิเลือก
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 25 มีนาคม 2550



