ครม. สุรยุทธ์ ๑ มีจำนวนเท่าไหร่ ผมก็ขี้เกียจไปรื้อรายชื่อมานับ จำได้แต่ว่า ตอนตั้งใหม่ๆ ท่านนายกฯ "พลเอกสุรยุทธ์" ออกตัวแบบตลกๆ ว่า "นับอายุรวมกันแล้วเกือบ ๑,๐๐๐ ปี"
อายุมาก-อายุน้อย ไม่ใช่สิ่งกำหนด "คุณสมบัติคน" หรอกครับ แต่จากที่เป็น "รัฐบาลขิงแก่" แต่แรกๆ ผ่านไป ๓-๔ เดือน อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี ก็ประเมินผลงานแล้วตีราคาให้
แค่ระดับ "ขิงอ่อน" เท่านั้นเอง!
แต่จะขิงอ่อน-ขิงแก่ก็ไม่ทราบแหละ จำได้ว่าตอนประกาศชื่อ "คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์" ติดโผ ครม. ก็มีคนเปรยขึ้นมาลอยๆ ว่า
"คนนี้..ทำอะไรเป็นบ้างมั้ย?"
ผมฟังแล้วก็เฉยเพราะไม่ทราบอะไรเลย เนื่องจากไม่ได้สนใจการทำงานของสุภาพสตรีท่านนี้มาก่อน
ก็เพิ่งมีงานทดสอบกึ๋นเป็นรูปธรรมจาก "กรณี ITV" นี่แหละ คือพอต้องบริหารปัญหาช่วงหัวเลี้ยว-หัวต่อให้สมกับ "ภาวะปัญญา" ระดับรัฐมนตรี แต่ทุกอย่างค่อนข้างจะผิดหวัง
ไม่มีประสบการณ์ด้านกฎหมาย ก็ยกไว้
ไม่มีประสบการณ์ด้านบริหารธุรกิจ ก็ยกไว้
ไม่มีประสบการณ์เสริมวิสัยทัศน์ที่มองทะลุ ก็ยกไว้
แต่ที่สำคัญคือ...ไม่ประสาอะไรเลย!
ไม่พูดถึงด้าน "ชาติกำเนิด" ITV นะครับ และไม่พูดถึงว่า ต่อจากนี้ รัฐควรทำเอง หรือควรจะเปิดประมูลให้ผู้สนใจเข้ามารับสัมปทานทำในเงื่อนไขที่ควรเป็น
แต่ขอพูดตามแนวที่ "รัฐบาล โดย สปน." กำลังเดินอยู่แล้วขณะนี้ คือธุรกิจด้วยเดิมพันนับแสนล้านอย่าง ITV ไม่ควรทำแบบตั้ง "หม้อแป้ง" ตั้งไว้ข้างเตาเรียบร้อย
แล้วรอเพียงคุณหนูมานั่งละเลงเล่นให้เป็น "ขนมเบื้อง-ขนมครก" อย่างนั้นหรอกครับ
คุณหญิงก็เคยทำงานกับรัฐบาลทักษิณมาก่อนมิใช่หรือ น่าจะเห็นเยี่ยงอย่างมาบ้างว่า ในแต่ละดีลทางการธุรกิจการค้านั้น "มืออาชีพ" เขาทำอย่างไรกัน?
ขั้นแรกที่ต้องมีคือ "ทีมงานพร้อมทุกด้าน" ทั้งฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบริหาร ฝ่ายแผนงาน ฝ่ายวิเคราะห์ ฝ่ายข้อมูล ฝ่ายเคลียร์ประเด็นปัญหา ฝ่ายบุคลากร ฯลฯ
นี่แค่ขั้นตอนบริหาร-จัดการ "จุดเปลี่ยนผ่าน" จาก ITV ของเทมาเส็ก ก่อนจะมาเป็น TITV ของรัฐบาล โดย สปน. เป็นเจ้าภาพเท่านั้นนะครับ!
ยังไม่เกี่ยว "แผนการเงิน-แผนการบริหาร" ที่จะเข้ามาสานต่อในฐานะเมื่อเป็น TITV ของรัฐเต็มตัวแล้ว
และยังไม่เกี่ยวถึงการ "เก็บรายละเอียด" ถึงผลข้างเคียงต่อเนื่อง ซึ่งต้องมีตามมาแน่นอนบนความเป็น "ของหลวง-ของรัฐ" ที่ใครต่อใครอันมี "ผลได้-ผลเสีย" จะตั้งทัศนคติเป็นมุมมองว่า
"ธุรกิจหลวง-ล้วงได้ล้วงเอา"
แล้ว TITV ก็จะดำมืดไปด้วย..ฝูงเหลือบ!
ในเชิงธุรกิจนั้น ๓-๖ เดือน ผมก็ว่าเร็วมากแล้วถ้าสำรวจตรวจสอบทุกด้านเบ็ดเสร็จ มาถึงขั้นตกลงกัน พร้อมเซ็นเอกสารส่งมอบครบถ้วน!
ด้วยเชิงธุรกิจนั้น มันไม่ง่ายเหมือนอย่างที่แค่ให้เด็กเอาสีมาเขียนตัว T เติมเข้าไปข้างหน้า ITV แล้วก็หน้าบาน-คิกคักแถลงข่าวกันว่าเป็น TITV เรียบร้อยแล้ว!!
ผมบอกได้เลย การเล่นข้าวข้าว-ขายแกงของ สปน. นี้ จะเป็นการ "เพิ่มปัญหาในปัญหา" นอกจากหนี้เก่าตามเก็บให้รัฐได้ยากแล้ว ของที่ยึดคืนมาจะขายสัมปทานต่อก็ยุ่งยากด้วย เพราะ สปน. มีและใช้แต่ "อำนาจรัฐ" ด้านเดียว โดยไม่มีความเข้าใจ-วิสัยทัศน์ด้านบริหารธุรกิจ และการลงทุนในการเข้ามารับมือช่วงเปลี่ยนผ่านขณะนี้
ได้ ITV คืนมาโดยสิทธิรัฐ ก็ประหนึ่ง "ลิงได้แก้ว"!
เงินที่ต้องเอามาให้ได้ก่อน ๒ พันกว่าล้านตามสัญญา ยังไม่เกี่ยวค่าปรับอีกหลายหมื่นล้าน ดูเหมือน สปน. ลืมทิ้งไปเลย
มัวสนุกอยู่กับการได้ของเล่นใหม่ และลงท้าย ITV จะกลายเป็น "ผีไม่มีญาติ" เพราะเท่าที่สังเกต แต่ละฝ่ายเอาแต่ "ประโยชน์ที่กูจะได้" พยายามตั้งศพ ITV เพื่อรุมแทะกันคนละหนุบ-คนละหนับ
สุดท้ายซี่โครงนี้ คือ "หนี้สูญ + หนี้โง่" ที่เพิ่มพูนเพราะความไร้เดียงสาของรัฐบาล ก็จะถูกผลักเข้าไปอยู่ใน "บัญชีประชาชน"
คุณหญิงทิพาวดีก็ดี ปลัด สปน. ก็ดี เมื่อจบเกม "ตาบอดคลำช้าง" นี้แล้ว ถึงวันนั้น...ก็กลับไปคลุมโปงนอนบ้าน "ไม่รู้-ไม่ชี้" สบายไป!
เหมือนกรณีผลาญเงินนอกงบประมาณนับแสนล้านที่รัฐบาลทักษิณล้วงไปละลายกับนโยบายประชานิยม เพื่อสะสมบารมีตน-คะแนนพรรค นั่นแหละ
วันนี้ก็กลายเป็น "หนี้ของประชาชน" ทั้งประเทศไปเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลต้องเบียดบังภาษีไปตั้งเป็น "งบล้างหนี้" เช่นเดียวกับยุควิกฤติเศรษฐกิจที่ตั้ง "กองทุนฟื้นฟู"
เอา "เงินชาวบ้าน" ไปล้างหนี้ให้กับพวกเศรษฐี "สถาบันการเงิน" ที่ล้มบนฟูก!
ครับ..ช่วงนี้ ไม่ทราบเป็นเพราะอะไร มีแต่คนถามผมว่า "รัฐบาลสุรยุทธ์จะรอดมั้ย?"
ในคำว่า "รอดมั้ย?" ไม่ได้หมายถึงใครจะมา "ปฏิรูปซ้อน" หรอกครับ แต่เขาหมายถึงว่า พลเอกสุรยุทธ์ "จะถอดใจลาออกจากนายกฯ มั้ย?"
บ้างก็ว่า "จะปรับ ครม. แบบ 'ล้างเผ่าพันธุ์' มั้ย?"
คือเอาพลเอกสุรยุทธ์เป็นตัวยืนบนแป้น "หัวหน้ารัฐบาล" ไว้คนเดียว นอกนั้น "ถ่ายรุ" ไปทั้งหมด!?
ผมก็ไม่รู้!
แต่ฟังที่พลเอกสุรยุทธ์ท่านให้สัมภาษณ์วานนี้ ท่านยืนยันว่า "ตัวท่านไม่ออก" และการปรับจะเป็นการ "ปรับเล็ก"
ผมก็ไม่รู้!
แต่ที่รู้แน่ๆ คือ ท่านจะอยู่ หรือท่านไม่อยู่ "ค่าทางศรัทธา" ไม่ต่างกันครับ ส่วนใจผมนั้นขอบอกว่า ถ้าท่านต้องการอยู่ โดยใช้ "ความไม่เกรงใจ-ความไม่หน่อมแน้ม" เป็นเข็มทิศในการบริหาร
ด้วยบารมีแห่ง "กรรมบริสุทธิ์" ณ ปัจจุบันกาลเป็นสรณะนี้
กรรมบริสุทธิ์นั้น จะพลิกชะตาอนาคตในเดือน-สองเดือนข้างหน้านี้ได้ หรือไม่...
น่าสนใจ และน่าพิสูจน์?!
แต่ถ้าขนาด "ปรับเล็ก" แล้วยังได้แค่ "นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม" มาเป็นขุนพลนำศึกร่วมละก็
พูดได้คำเดียว "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม" ครับ!
นายไพบูลย์นี้ เก่งมากครับ คือตั้งแต่เห็นเป็นรัฐมนตรีมา ผลงานที่เข้าตาคือ
๑. ตั้งคณะกรรมการ
๒. ตั้งกองทุน!
แต่ที่มีข่าวว่า "นายฉลองภพ สุสังกรกาญจน์" จะยอมเสียสละมาเป็น "รัฐมนตรีคลัง" ให้กับรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ นั้น ถ้าเป็นจริง ก็ต้องขอบอกว่า..เป็นโชคของประเทศชาติยามวิกฤติอย่างหนึ่ง!
พูดกันตรงๆ ในชื่อชุด "ยาสามัญประจำบ้าน" ที่เวียนเอ่ยกันว่าจะมาเป็นรัฐมนตรีคลัง รวมถึงที่เคยเป็นกันมาแล้วในรอบกว่า ๑๐ ปีด้วย
ชื่อ "นายฉลองภพ" น่าใช้ บนความน่าเชื่อถือมากที่สุด!
พูดกันแบบไม่เกรงใจตลาดก็ต้องพูดว่า รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ขณะนี้ ถ้าเป็นหุ้นก็ตกทะลุฟลอร์ แต่ถ้าระดับประธาน TDRI อย่างนายฉลองภพซึ่งรู้ดีอยู่แล้วว่ารัฐบาลนี้มีเครดิตเหลืออยู่แค่ไหน แต่ตัดสินโดดเข้าร่วม
อย่างนี้แหละ ในภาวการณ์ขณะนี้แหละที่พูดได้เต็มปากว่า "มาช่วยรัฐบาล-ช่วยบ้านช่วยเมืองกู้วิกฤติ"
หลายคนมีความคิดตอนนี้ว่า การไม่มีตำแหน่งใดๆ ทางการเมือง โดยเฉพาะตำแหน่งในรัฐบาลขณะนี้ ถือว่า..โชคดีที่สุด
แต่ถ้านายฉลองภพ ต้องการเป็นคนโชคร้าย โดยเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีคลังจริงละก็
จะเป็นคนโชคร้ายที่สังคม "ให้ความนับถือ" ในน้ำจิต-น้ำใจ มากที่สุด!
พูดถึงการปรับ ครม. ในประเด็นหนึ่ง ผมต้องยกให้ท่านนายกฯ สุรยุทธ์ครับ เพราะตั้งแต่ผมเห็นมา ยังไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีคนไหนทำได้อย่างท่าน คือ "ปิดได้มิดชิด" จะรู้ว่าปรับ ครม. และใครมาเป็นอะไร ก็ตอนประกาศพระบรมราชโองการฯ ผ่านวิทยุ-โทรทัศน์แล้วเท่านั้น แม้กระทั่งเปิด-ปิด ITV ถึงเส้นตายวันนี้แล้ว ท่านก็ยังไม่รู้ว่า..จะเอาไงกัน?
ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 6 มีนาคม 2550

