'ก่อนตลาดวาย-สายบัวเน่า'

ผมเข้าใจคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ และก็เห็นใจ "นายจาตุรนต์ ฉายแสง" รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ต่างฝ่ายต่างก็ต้องบริหาร "อำนาจ-หน้าที่" ของตน ด้วยการแสดงบทบาทให้แทรกเข้าไปอยู่ในหัวใจชาวบ้านได้มากที่สุด

แต่วันนี้ "นายจาตุรนต์" ดูจะตกเป็นรอง เพราะบทที่แสดงว่าด้วยการ "เดินสายพบปะประชาชน" เพื่อยืนยันการสืบทอดเจตนารมณ์แห่ง "นโยบายประชานิยม" ต่อจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น

โดยกรอบแห่งประชาธิปไตย และสิทธิเสรีภาพแล้ว..ไม่ผิด!

แต่วันนี้-ขณะนี้ ประเทศไทยอยู่ภายใต้กรอบ "เผด็จการทหาร" นอกจากมีรัฐธรรมนูญชั่วคราว ก็ยังมี "ประกาศคณะปฏิรูปฯ" เป็นกฎบังคับสังคมอยู่ด้วย

ฉะนั้น การเดินสายทางการเมืองของนายจาตุรนต์..อาจไม่ถูก!

ไม่ถูกตามประกาศคณะปฏิรูปฯ นะครับ ส่วนจะอ้างอิงกันถึงหลักประชาธิปไตย หลักสิทธิเสรีภาพ นั่นเป็นอีกประเด็น

ซึ่งก็ต้องรอให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ มีเลือกตั้งใหม่ และมีรัฐบาลถาวรใหม่เสียก่อนนั่นแหละ

ตอนนี้ก็ต้องจำใจ เหมือนถูกจับเป็นเชลยอยู่กรุงหงสาฯ แล้วจะทำตัวเป็นชายเฟือยเหมือนอยู่กรุงศรีอยุธยา เห็นท่าจะผิดกาละ-เทศะ นะครับท่านจาตุรนต์!

วานนี้เห็นท่าน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก คมช. แถลงถึงผลประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติว่า

"ที่ประชุมได้พิจารณากรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เดินสายพบปะประชาชน พร้อมยืนยันจะสานต่อนโยบายประชานิยมที่ประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศ รวม ๒๐ ข้อ โดยที่ประชุม คมช. มีมติให้ดำเนินคดีต่อนายจาตุรนต์ ฐานขัดคำสั่งประกาศ คปค.ฉบับที่ ๑๕ และ ๒๗ ที่ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง พร้อมทำหนังสือแจ้งนายกรัฐมนตรี เพื่อขอประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงดำเนินการกับการติดตั้งสถานีโทรทัศน์ PTV ด้วย"

ครับ..นี่คือ "ประกายดาบ" ที่ คมช.ชักออกมาครั้งแรก ถึงแม้จะมีสนิมร่วงบ้าง แต่ก็ยังไม่สายถึงขั้นสนิมกินประกายเหลือเป็นดุ้นเหล็ก!!

ก่อนจะคุยกันต่อ ผมก็ขอนำใจความสำคัญในประกาศฉบับที่ ๑๕ และ ๒๗ มาขยายความให้ทราบกันซักนิด คืออย่างนี้ครับ:-

"ห้ามพรรคการเมืองดำเนินการประชุม หรือดำเนินกิจการใดๆ ในทางการเมืองตามประกาศคณะปฏิรูปฯ....."

แต่ผมขอเสริมเพิ่มเติมอีกนิดนะครับ คำประกาศนี้มีมาตรการผ่อนผันในเวลาต่อมา คือไม่ "ปิดประตูตาย" เสียเลย

พรรคการเมืองไหนจะประชุมพรรค หรือดำเนินกิจการทางการเมืองใดๆ ก็ได้ เพียงแต่ต้องไปแจ้งให้ คมช. ทราบและอนุมัติเสียก่อน

แต่นายจาตุรนต์คงต้องการโชว์บทไม่แจ้งให้ คมช.ทราบ ก็ในเมื่อประกาศ คปค.ทุกฉบับเป็นกฎหมายอยู่แล้ว ฉะนั้น เมื่อ คมช. ถึงคราวต้องโชว์บทบ้าง นายจาตุรนต์ก็คงอยู่ในฐานะจำเลย!

นั่นคือ "ประเด็นของเรื่อง" ที่ผมนำมาสรุป เพื่อความเข้าใจเบื้องต้นที่ตรงกัน และก่อนจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันต่อไป ผมอยากจะบอกว่า นับตั้งแต่ ทหารยึดอำนาจประชาธิปไตยมาตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ก็มีครั้งนี้เป็น "ครั้งแรก-รายแรก" ที่เป็นศพ "เซ่นคมดาบ คมช."! ร่วม ๕ เดือนภายใต้ "อำนาจคณะปฏิวัติ" แต่ดูเหมือน คมช.บริหารอำนาจเผด็จการแบบ "ประนีประนอม" ให้เกียรติ และเกรงอก-เกรงใจสังคมประชาธิปไตยมาตลอด

ก็น่าจะดี..แต่ คมช.คงลืมคิดไปถึง "ความเป็นจริงตามสิ่งที่กำลังเป็น" นั่นคือ..การทำหน้าที่ให้ "สมบทบาท" ตามหน้าที่-ที่กำลังเป็น!

ผมดูข่าวหลายวันก่อน เห็นพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. ไปดูภาพยนตร์เรื่อง "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ถ้าสังเกตท่านคงเห็นสิ่งหนึ่งที่สะดุดตา คือ

ตลอดทั้งเรื่อง ผู้แสดง รวมถึง "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" สวมเสื้อเกราะตลอดวัน-ตลอดคืน

นั่นเพราะอะไร?

นั่นเพราะบ้านเมืองตกอยู่ใน "ภาวะการสงคราม" ทุกลมหายใจ เมื่อทุกคนอยู่ในชุดเสื้อเกราะตลอด ๒๔ ชั่วโมง แสดงว่า ทุกคนพร้อม "ทำหน้าที่" คือพร้อมรบ ๒๔ ชั่วโมง เพื่อกอบบ้าน-กู้เมือง!

ฉะนั้น จะเห็นว่ากระทั่ง "ออกพระราชมนู" ขุนพลเคียงพระบาทของ "พระองค์ดำ" จะแสดงบทรักระหว่างรบซักครั้ง ก็ยังต้องแสดงด้วย "ลีลาแห่งรักนักรบ"

ซึ่งร้อนแรง แฝงด้วยเพลงศึกที่ฮึกห้าว..เหลือรับ

แต่สาวเจ้ากลับ "ประทับใจ" ในรักที่ร้ายเหลือ!!

คมช. ก็ทำนองนั้น ท่านยึดอำนาจ เจตนารมณ์ในการยึดอำนาจมีพร้อม แต่เมื่อได้อำนาจมาแล้ว กลับไม่ใช้อำนาจนั้นเพื่อแก้ไข-กอบกู้บ้านเมือง ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งการใช้ "อำนาจ" ที่ไปยึด "อำนาจ" นั้นมา?

อย่าลืม..สิ่งรับรู้ของสังคมในความต่างระหว่างอำนาจ "ประชาธิปไตย" กับอำนาจ "เผด็จการ" ก็ในลักษณะ

ประชาธิปไตย ต้องจอดทุกสถานี

เผด็จการ ปรื๊ดเดียว..ถึงเลย!

ดังนั้น คมช. โดยพลเอกสนธิ "กล้ายึดอำนาจ" ท่านก็ต้อง "กล้าใช้อำนาจ" ที่ยึดมานั้นให้ตรงตาม "คัมภีร์เผด็จการ"

ไม่เช่นนั้น ตัวท่านนั่นแหละจะต้องถูกอำนาจเข้ามา "ล้างอำนาจ" ในเมื่อสวมเสื้อเกราะแล้วไม่รบ แล้วไยต้องเอาเหล็กมาหุ้มตัวเองหลอกเด็ก?

ภารกิจ ๔ อย่างอันเป็น "เงื่อนไขปฏิวัติ" มีอยู่ ต้องทำใน ๔ อย่างนั้นให้ประจักษ์ในผล "ด้วยอำนาจ" ต่อสายตามวลชนให้ได้ อย่าไขว้เขวไปในภารกิจอื่น

ที่สังคมยุ่งเหยิง-สับสนขณะนี้ ต้องยอมรับนะครับว่า ส่วนหนึ่งมาจาก "อำนาจปฏิวัติอ่อนแอ" ผู้จ้องจับสถานการณ์จึงก่อเกิดปฏิกิริยา เพื่อก่อการ ลองของบ้าง ท้าทายอำนาจบ้าง

นี่คือสัจจะของ "อำนาจครอบครอง-อำนาจแสวงหา"

เหมือนเดินป่าใครๆ ก็กลัวเสือ แต่เมื่อเห็นเสือเอาแต่หมอบ แถมถูกลูบหัวเล่น เมื่อเสือกลายเป็น "เสือละครสัตว์" แล้วใครจะคร้าม?

คุณจาตุรนต์ ฉายแสง นั่นคนหนึ่งละที่ต้องการเอาเท้าเหยียบหัวเสือ แล้วแอคชั่นให้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก!

ฉะนั้น การที่ คมช. ใช้อำนาจ "ตามอำนาจ" ถึงแม้ดูเผินๆ บางคนอาจพูดว่าเลือกปฏิบัติบ้าง ของขึ้นเป็นพักๆ บ้าง แต่ถ้า คมช. ไม่เด็ดเดี่ยวในอำนาจตามหน้าที่ให้ประจักษ์เสียแต่เดี๋ยวนี้

อะไรๆ ที่เรียกว่า "ปฏิบัติการท้าทายอำนาจ" ก็จะเกิดขึ้นทั้งบ้าน-ทั้งเมือง และจะควบคุมสังคมให้อยู่ในกติกาไม่ได้ เพราะใครๆ ก็จะทำด้วยอ้างว่า..

"ก็คนนั้นเขาทำได้ แล้วทำไมผมจะทำบ้างไม่ได้!?"

พฤติกรรมของคนย่อมส่อถึงเจตนาเสมอ ฉะนั้น บางบทบาทของคนหาหลักฐานที่เป็นรูปธรรมอ้างอิงไม่ได้ แต่ด้วยวิสัยเจตนาแห่งจิต "ย่อมรู้ๆ กันอยู่" ว่าอะไรคือที่มา-ที่ไป และเยี่ยงนี้เพื่ออะไร?

ครับ..ด้วยหลักอิทัปปัจจยตา เมื่อมีสิ่งหนึ่ง ย่อมนำไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง กรณีการเดินสายของคุณจาตุรนต์ ถ้าใครจะบอกว่า "นี่คือการสร้างเหตุ" เพื่อนำไปสู่ผลอันเป็นเป้าหมายซ่อนเร้น

คุณจาตุรนต์ย่อมปฏิเสธ และใครที่กล่าวหาก็ไม่มี "รูปธรรมทางหลักฐาน" ยืนยัน

ฉะนั้น ไม่ควรพูดกันในประเด็นนี้ แค่เอาตาดูก็พอ!

แต่ดูเหมือน คมช. จะดูทะลุ ผมจึงให้ข้อสังเกตว่า คมช. ปรับบทบาทในฐานะ "คณะปฏิวัติ" ใหม่แล้ว และเอาจริงเหมือนออกพระราชมนู "ขยี้จูบ" แม่นางเลอขิ่น

รู้ได้อย่างไร?

ก็สังเกตจากมาตรการ "ทุบโต๊ะ" จัดการจาตุรนต์นั่นแหละ เพราะ คมช. เดินเครื่องเต็มสูบ คือไม่เพียง "สั่งจัดการ" เท่านั้น แต่ลงมือใช้อำนาจจัดการเอง..

โดยไม่พึ่งมือรัฐบาล!

สังเกตตรงนี้ให้ดีนะครับ ตามมติ คมช. พูดสวยๆ ว่า "ทำหนังสือชี้แจงนายกฯ เพื่อขอประสานงานการดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยตรง.."

"โดยตรง" ก็คือ ใช้อำนาจ "คณะปฏิวัติ" สั่งการไปถึงมหาดไทย ตำรวจ กกต. แม้กระทั่งรัฐมนตรีสำนักนายกฯ "นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์" ก็ถูก คมช. สั่งการมาถึง

โดยตรงในกรณี PTV ด้วย

ด้วยปรัชญาอำนาจปฏิวัติ "หัวหน้าปฏิวัติ" ย่อมเหนืออำนาจนายกฯ นี่คือนัยแห่งสัญญาณจากมติ คมช. วันที่ ๒๗ กุมภา. จำกันไว้ให้ดี!

ครับ..จากวันนี้ไป ท่านต้องดู "ละครการเมือง" ด้วยอารมณ์ "สังเกต" ให้เป็นพิเศษ ทุกการเคลื่อนไหวของ คมช. และทุกการเคลื่อนไหวของรัฐบาล "มีนัย" ทั้งสิ้น และเป็นนัยแห่ง "สองหนุ่ม-สองมุม" โดยตรง.


ตีพิมพ์ครั้งแรก: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2550