Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
Openhouse [ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 ]


OPEN HOUSE 4

กันยาหรรษา ฉบับปราบอิทธิพลคนเครียด


Front Seat

กรุณาแบนอารมณ์ขัน เพราะมันทำให้ท้องแข็ง

OPEN HOUSE ฉบับ ‘กันยาหรรษา’ เล่มนี้ เป็นการเปิดบ้านครั้งที่สี่ และต้องเตือนดังๆ ไว้ก่อนว่า ผลงานของนักเขียนหลายท่านที่ปรากฏอยู่ในบ้าน มีทั้งหยาบคาย ลามก กวนตีน เสียดส่อ ล่อแหลม (กระทั่งบางครั้งเหลายังไม่ทันแหลมก็ยังเสียดแทงแบบทู่ๆ เข้าไปจนได้) และหากอ่านละเอียด จะพบว่าบางย่อหน้ามีนัยแฝง ยุยงให้คนมีชู้ ยัดเยียดให้พระผิดศีล แหย่เย้าให้เด็กตีครู เปิดรูให้งูดูปู (อันนี้แม้แต่เราเองยังละอายใจนิดๆ – งูไม่ควรดูรูปู! )

สรุปคร่าวๆ ได้ว่า หนังสือเล่มนี้มีแต่เนื้อหาซึ่งน่าจะสร้างความเสื่อมเสียให้กับหลักศีลธรรมและจริยธรรมอันดีของสังคมไทย ตลอดจนเป็นตัวอย่างอันย่ำแย่แก่เยาวชน – จึงใคร่แนะนำให้กระทรวงวัฒนธรรมรีบแบนโดยด่วน ก่อนที่จะจำหน่ายดิบจำหน่ายดี ขายติดตลาดเป็นสิบยี่สิบปี เพราะหากจะไปแบนกันตอนนั้น รับรองว่าความเสื่อมเสียจะตกเป็นของผู้รับผิดชอบในกระทรวงมากกว่าเยาวชนแน่นอน กระทรวงจะต้องเผชิญกับเสียงค่อนขอดต่างๆ นานา โดยเฉพาะเสียงที่ว่า “ปัญญาอ่อนหรือเปล่า” และ “จะรีบสร้างผลงานงี่เง่าแบบนี้เพื่อเลียตูดใครจ๊ะ” (แน่ะ หยาบอีกแล้ว!)

ความหยาบคาย กวนตีน ลามก ล่อแหลม และอื่นๆ ที่ถูกแมลงมั่วบนเปลือกของสังคมประณามว่า ‘ ไม่เหมาะสม ’ ล้วนมีความน่าสนใจในความซับซ้อนอันสะท้อนถึงความเป็นมนุษย์ – เหตุใดเราจึงปฏิเสธสิ่งที่เราเป็น และพยายามอย่างยิ่งที่จะปกปิดมันให้มิดชิด เหมือนการกวาดฝุ่นผงเข้าไปใต้พรมเพื่อหลอกตาว่าบ้านสะอาด

การฟังโจ๊กลามกเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ชอบ แม้แต่สาวน้อยที่นั่งม้วนต้วนตีสีหน้าแดงแจ๋อยู่ปลายโต๊ะ เธอแสร้งเป็นเขินไปอย่างนั้นแหละ แต่หูชูชันตั้งใจฟังอย่างตื่นเต้น

การพูดคำหยาบ – ขอโทษว่ะ แม้แต่คนที่พูดจาสุดแสนสุภาพเพราะมีตำแหน่งหน้าที่การงานภูมิฐานอยู่ในจอทีวีนั่น เมื่อกล้องปิด ไฟดับ และได้ก้าวออกจากรัศมีแพร่เสียงของไมโครโฟน เขาก็เริ่มกลับสู่วิธีพูดแบบชีวิตจริง –“ เอาข้าวมาแดกหน่อย หิวเหี้ยๆ ”

เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่อง ‘ธรรมดา’

และคนที่บอกว่ามันเป็นเรื่องไม่ธรรมดา ถ้าไม่ใช่การโกหกหน้าด้านๆ ก็เป็นคนที่มีความผิดปกติทางสมองขั้นรุนแรง

ที่น่าสนใจในทางจิตวิทยา คือความประพฤติอัน ‘ ไม่เหมาะสม ’ แต่ประพฤติกันทั่วไปของมนุษย์ อาจจะมีส่วนช่วยลดความเครียด หรือทำให้คนอารมณ์ดีขึ้น

ผมเพิ่งได้ดูภาพยนตร์จากเชคโกสโลวาเกีย (อะแอ้ม – ใช่แล้วครับ ผมมันคนศิลป์ๆ อาร์ตๆ ชอบสรรหาอะไรแปลกๆ มาดูให้เสียสายตาเล่น) ชื่อเรื่อง ‘Buttoners’ (กำกับโดย ปีเตอร์ เซเลนก้า) หนังเปิดเรื่องที่ประเทศญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนฮิโรชิมาจะถูกระเบิดปรมาณูถล่มไม่กี่นาที ตัวละครผู้ชายต่างวัยสามคนนั่งคุยกันในบ้าน หนึ่งในนั้นเคยไปอเมริกาจึงเล่าให้อีกสองชายฟังว่า เวลาที่คนอเมริกันอารมณ์เสีย จะปลดปล่อยโดยการสบถ

“การสบถ – มันคืออะไรหรือ” อีกสองตัวละครงุนงง

เพราะภาษาญี่ปุ่น (ในยุคนั้น) ไม่มีศัพท์หยาบสำหรับสบถ!

ชายคนนั้นจึงสอนให้อีกสองชายพูดคำว่า “FUCK!”

แล้วทั้งหมดก็นั่ง (พูดคำว่า) FUCK กันอย่างสนุกสนาน ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม

คงต้องปล่อยเป็นหน้าที่ของนักจิตวิทยา ให้วิเคราะห์ว่าทำไมการพูดคำหยาบจึงเป็นการปลดปล่อยทางอารมณ์ให้คนได้

แต่สมองน้อยๆ ของผมคิดว่ามันจัดอยู่ในหมวดเดียวกับ ‘ อารมณ์ขัน ’ ที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างสมดุลให้มนุษย์ เมื่อชีวิตต้องมีระบบระเบียบจำเจ ย่อมต้องมีรายละเอียดเละเทะปรากฏตามเป็นตัวยื้อไม่ให้หนักไปในทางใดทางหนึ่ง – สิ่งที่ทำให้คนหัวเราะ ล้วนเป็นเรื่องที่ไม่ต้องอธิบาย

จะเอาอะไรกับการเห็นคนหกล้มหัวคะมำ

นายเจ็บ แต่เราขำ

เราเป็นหนี้ชีวิตนาย เพราะนายทำอารมณ์ของเราให้ดีขึ้น

ดังนั้น ถึงแม้อารมณ์ขันที่ทำให้เราหรรษา จะไม่ใช่เรื่องที่คนยกย่องให้ความสำคัญมากนัก (หนังตลกไม่ค่อยได้รางวัล งานเขียนขำขันไม่ค่อนถูกเรียกว่าวรรณกรรม) แต่จะว่าไป มันเป็นสิ่งที่คนชื่นชอบและใกล้ชิดมากกว่าเรื่องสำคัญๆ ทั้งหลายแหล่เสียอีก

เชื่อว่าคนจำนวนไม่น้อยคงเลือกที่จะหัวเราะมากกว่าร้องไห้

เราชาว OPEN HOUSE ก็เช่นกัน – เราเห็นอาการโศกสลดหมองเศร้าของชาวประชาใต้ฟ้าเมืองไทย และเข้าใจในเสียงสะอื้นไห้ แต่ไม่อยากละเลยที่จะรักษาอารมณ์ขันเอาไว้ จึงพยายามเปิดบ้านคราวนี้ด้วยความหรรษา ยียวนกวนตีน ล่อแหลม ส่อเสียด ฯลฯ

และแน่นอนว่าระดับความหรรษาของแต่ละคนย่อมไม่เท่ากัน

‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเบ่งต่อมอารมณ์ขัน ไม่ว่าจะนาฑีนี้หรือนาฑีไหน จึงเป็นผู้เหมาะสมยิ่งที่จะเปิดบ้านเป็นคนแรกเหมือนเคย ทั้งยังอาจเป็น ‘ ผู้ใหญ่ ’ ที่หยาบคายและทะลึ่งทะเล้นมากที่สุดในบ้าน จนเด็กๆ ต้องอาย

วินทร์ เลียววาริณ ก็ใช่ย่อย อย่าให้ภาพลักษณ์สุภาพเรียบร้อยภายนอกหลอกคุณได้ ความขี้เล่นของเขามาเงียบๆ แต่อยู่นานและไม่ยอมกลับ เสียดายที่ไม่ได้เป็นซีไรต์สามสมัย ไม่งั้นฮาปลิ้นกว่านี้แน่

ศักดิ์สิริ มีสมสืบ – มาคราวนี้พร้อมคำผวนแพรวพราวชนิดพลิกบุคลิก ถ้าอ่านแล้วไม่ขำขี้แตก มีความเป็นไปได้สองอย่างคือ คุณท้องผูกกับคุณทำงานอยู่ในกระทรวงวัฒนธรรม – กวีซีไรต์จาก ‘มือนั้นสีขาว’ คนนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งที่เชิดชูอารมณ์ขันได้อย่างเมามันเกินคาด – มีอะไรมั้ยหือ

ศักดิ์ชัย ลัคนาวิเชียร หลังจากนำนิยายเสียดสีการเมืองเรื่อง ‘อ้วน’ เข้าไปนั่งชั่งน้ำหนักข้างสังเวียนซีไรต์มาได้หมาดๆ ก็แวะมาชมบ้านหลังนี้เป็นครั้งแรก พร้อมเรื่องสั้นแนวหยอกล้อสังคมตามถนัด ซึ่งหากคนอ่านไม่ขำขี้แตกก็ไม่เป็นไร เพราะในเรื่องมีตัวละครขี้แตกอยู่แล้ว (ไม่เชื่อลองตามกลิ่นไปอ่านดู)

วิศุทธิ์ พรนิมิตร ก็พลิกความคาดหมาย สลัดคราบ Hesheit ออก แล้วมาพร้อมการ์ตูนอ่อนโยนโดนต่อมน้ำตา ลายเส้นสะอาดสะอ้านคมกริบ แต่ใช่ว่าจะไร้ซึ่งรอยยิ้ม (เพราะบ้านนี้ไม่ต้อนรับคนยิ้มไม่เป็น) ถึงไม่มีขี้ก็มีตดมาให้ดม

ไพวรินทร์ ขาวงาม กลับมาอีกครั้ง คราวนี้มีบันทึกกวี แกะกางเปิดโปงให้เห็นซึ่งถึงความทะเล้นรอบวงเล่าของเหล่ากวีฝีกลอนกล้า ที่ต่อปัญญาด้านคำคล้องจองกันอย่างหรรษา เยี่ยงยุค ‘ สุนทร ’ รุ่งเรือง อ่านแล้วอยากให้คนคุยกันเป็นกลอนมากขึ้น

วีซีดีนี้ท่านได้แต่ใดมา

อ้าว ก็ภรรยาท่านนั่นแหละหนา ก๊อบให้

และเพื่อไม่ให้หรรษาจนส้วมเต็ม สนธยา ทรัพย์เย็น แห่ง ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ ผู้รอบรู้เรื่องภาพยนตร์ จึงชูมือบอกให้เพลาๆ ความฮาลงหน่อย เดี๋ยวจะรบกวนเพื่อนบ้าน แล้วเล่าเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับเบื้องลึกของมนุษย์ที่ไม่อาจอธิบายง่ายๆ ให้ฟัง ทั้งนี้ก็ยังแฝงอารมณ์ขันแสบๆ ไว้ในน้ำเสียงเสมอ

ตามด้วยเรื่องเม้าท์เกี่ยวกับสังคมไฮโซ โดย พาธา อินทรธรรม (เป็นนามปากกาของใครไปคิดกันเอาเอง ใบ้ให้ว่ามีชื่ออยู่บนปก และไม่ใช่ผม) ซึ่งแน่นอนว่าเป็นหัวข้อน่าล่อ ใครๆ ก็ชอบฟังเรื่องเม้าท์เกี่ยวกับไฮโซ พอๆ กับที่พวกไฮโซชอบฟังเรื่องเม้าท์เกี่ยวกับตัวเอง

คุณวรพจน์ พันธุ์พงศ์ เพิ่งกลับมาจากถนนข้าวสาร หน้าตายิ้มแย้มโดยไม่ต้องฟังเรื่องตลก คงซัดเครื่องดื่มลืมทุกข์มาไม่น้อย จึงนั่งเล่าให้พรรคพวกฟังอย่างออกรสว่าไปคุยกับใครมา – มีคนเคยกระซิบใส่หูผมว่า คุณวรพจน์เป็นนักสัมภาษณ์มือหนึ่ง

อันนั้นผมไม่กังขา แต่...แล้วอีกมือหนึ่งล่ะ ทำอะไร

สาวน้อยหน้าใหม่ชื่อ มนัสชื่น โกวาภิรัติ มีอายุน้อยที่สุดในบ้าน ยังประหม่า ไม่กล้าหยาบคายแข่งผู้ใหญ่ เมื่อถึงคราวคนอื่นเงียบ ก็ขุดเอาวิชาความรู้เรื่องชีวิตของนักเขียนอมตะ เวอร์จิเนีย วูล์ฟ มาแบ่งปัน น่าสนใจแต่ไม่ตลก – เหมาะสมกับเวลา เพราะที่หัวร่อกันมาเยอะๆ ทำเอาท้องจะขดจะแข็งจนเกินไป

คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา เจ้าบ้านคนก่อน ยังมีความผูกพันอันต่อเนื่องกับประวัติศาสตร์วงการสิ่งพิมพ์ไทย คราวนี้จึงนำครึ่งแรกของชีวิต สุทธิชัย หยุ่น มาเรียบเรียงให้อ่านสนุกเหมือนนิยาย เป็นข้อมูลช่วงชีวิตของสุทธิชัยก่อนหน้าที่เขาจะมีลูก จึงเต็มไปด้วยความหรรษา เข้มข้น น่าติดตาม (พอมีลูก – โดยเฉพาะลูกชาย – ลูกก็นำความเครียดมาให้สุทธิชัยจนผมบนหัวร่วงโรยเบาบาง ยิ้มค้างแต่ขำไม่ออก)

อย่าลืมดูรูปวาดน่ารัก และคำประกอบน่าเอ็นดู ฝีมือ เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย ซึ่งแอบมาแทรกไว้แล้วหนีไป ให้พอเป็นเสน่ห์ – คงยังไม่ค่อยกล้าย่ำเข้ามาในบ้านที่เต็มไปด้วยผู้ชายหงายหลัง (เพราะหัวเราะจนตัวงอ)

ตบท้ายด้วยการ์ตูนประชดประชันที่มันบาดใจ เพราะกัดเจ็บแบบเกาเท่าไหร่ไม่หาย และไม่เกรงใจใครของ พงษ์สรวง คุณประสพ

เท่านี้เสียงแห่งความสนุกก็ล้นบ้าน สร้างความสำราญใจให้ผู้ต้อนรับอย่างผมยิ่งนัก – หัวเราะคนเดียวไม่สนุก

คิดๆ ไป ความหรรษาแบบนี้คงไม่ได้เป็นพิษภัยกับใครเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันล้วนเป็นความหรรษาที่สะท้อนความจริงในชีวิตและในสังคมมนุษย์ หากกระทรวงอะไรจะแบน ก็กรุณาหาเหตุผลดีๆ ที่ฟังขึ้นหน่อย เช่น อ่านแล้วทำให้เป็นมะเร็งหรือสมรรถภาพทางเพศเสื่อม ทำนองนั้น

เพราะมันจะตลกเกินไปไหม ที่สังคมซึ่งครั้งหนึ่งเคยกีดกั้น ต่อต้าน และต้องการโค่นล้มความคิดแบบคอมมิวนิสต์ สังคมนิยม และเผด็จการ จะกลายมาทำตัวเป็นผู้ฆ่าล้างอิสระในการมีอารมณ์ขันหรรษา อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมดุลอันงามของมนุษยชาติเสียเอง

พบกันใหม่เมื่อชาติไม่ต้องการครับ


ปราบดา หยุ่น



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter




home about openbooks openhouse october opendragon