OPEN HOUSE 2
ตุลาคมคะนอง ฉบับเหลวแหลกไม่ลดละ
หลัง OPEN HOUSE ฉบับแรกวางแผงได้ไม่นาน ผมชักชวนชาว OPEN เดินทางขึ้นเหนือโดยรถไฟเพื่อไปเยี่ยม คุณ ’ รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่สวนทูนอิน บ้านห้วยบวกเขียด โป่งแยง เชียงใหม่ โดยมีคุณปราบดา หยุ่น และคุณวรพจน์ พันธุ์พงศ์ ร่วมเดินทางไปด้วย
รถไฟเคลื่อนขบวนออกจากกรุงเทพฯ ตอนเกือบทุ่ม วรพจน์กับผมกระหืดกระหอบข้ามสะพานลอยมาขึ้นรถที่สถานีสามเสน เพราะคนที่เหลือออกเดินทางจากหัวลำโพง
โชคดีเราวิ่งเร็วพอที่จะกระโดดขึ้นรถไฟได้ทัน
แต่โชคร้าย เราดันขึ้นผิดขบวน
ขบวนจริงๆ ยังไม่ออกจากหัวลำโพงเลยด้วยซ้ำ
ผมกับวรพจน์หอบข้าวของลงจากรถ นั่งหมดแรงอยู่กลางสถานีสามเสน มองหน้ากันสองที แล้วหัวเราะออกมาคนละสามครั้ง นับรวมกันเป็นหกครั้ง
เวลาเหลือเราจึงตัดสินใจซื้อเบียร์ 6 กระป๋องหิ้วขึ้นรถไปด้วย เมื่อขบวนจริงเดินทางมาถึง นั่งเบียดกันไปบนเก้าอี้แคบๆ ได้ที่แล้ว เราก็เชิญชวนชาวคณะดื่มเบียร์
เราคุยกันเยอะทั้งเรื่องการทำงาน เรื่องชีวิต การเขียนหนังสือ และความฝัน ยิ่งดึกยิ่งคึกคัก วรพจน์ลากปราบดากับผมเดินไปต่อที่ตู้เสบียง ผมเถียงว่าดึกแล้ว คงจะปิด แต่เมื่อแหวกว่ายผู้คนผ่านโบกี้ต่างๆ ไปถึง มันเป็นจริงตามที่เขาบอก
“ เชื่อผมเถอะ คนไทยไม่เคยปิดตามเวลา ”
เราคุยกันต่อไปในตู้เสบียง ซึ่งมีลมโบกตีใบหน้าเป็นระยะตามความเร็วของรถไฟที่พาเราวิ่งผ่านภาคกลางของประเทศอันมืดมิด นานๆ จึงจะเห็นแสงไฟสักครั้ง กว่าจะสลายวงก็เลยเที่ยงคืนไปนานโข
แต่ยังไม่หนำใจ เรากลับมานั่งคุยที่ที่นั่ง ซึ่งตอนนี้ถูกปรับให้เป็นเตียงสองชั้น กว่าจะได้หลับก็เลยตีสอง
ถามว่าคุยอะไรกันบ้าง ถึงตอนนี้ก็จำไม่ได้เสียแล้ว เรื่องแบบนี้บางครั้งเราจำได้แต่เพียงว่า บรรยากาศดีและสนุกฉิบหาย แต่ให้ตายเถอะ จำไม่ได้จริงๆ ว่าคุยอะไรกันบ้าง
อ้อ ! มีเถียงกันบ้างประปรายพอหอมปากหอมคอ เกือบจะถึงขั้นลงไม้ลงมือ แต่บังเอิญง่วงกันเสียก่อน จึงรักษาชีวิตมาได้ถึงเช้า
เรากินอาหารเช้าที่ลำปาง เดินไปล้างหน้าที่ลำพูน และลงที่เชียงใหม่ น้องที่แวะมารับมารออยู่ก่อนแล้ว ขนคนขึ้นท้ายรถกระบะ รวมทั้งปราบดาด้วย นั่งให้ลมเชียงใหม่โกรกหน้าพอหมอง ก่อนจะมาลงที่แม่ริม
มันเป็นโรงแรมเล็กๆ ที่คุณจุ้ย—ศุ บุญเลี้ยง กับคุณจ๋าช่วยหาให้ เข้าที่พัก อาบน้ำกินข้าวเสร็จ เราก็พากันเคลื่อนขบวนต่อไปโป่งแยง รถพาเราลัดเลาะผ่านสวนดอกไม้สองข้างทางเข้าสู่หุบเขา ฝนโปรยปรายลงมาพอเป็นพิธี ต้นไม้สองข้างทางเขียวชอุ่ม โดยเฉพาะรอบๆ บริเวณบ้านคุณ ’ รงค์
ผมชอบห้องทำงานของคุณ ’ รงค์มาก มันถูกก่อสร้างอย่างประณีต ด้านหนึ่งเป็นกระจกเปิดโล่ง มองไปเห็นต้นไม้นานาพันธุ์ที่วางตัวอยู่บนเนิน ลาดลงสู่เบื้องล่างตามภูมิทัศน์ของพื้นที่ ภายในห้องดูอบอุ่นขึ้นด้วยโทนสีแดงที่ฉาบทาโครงสร้างไม้ไว้ได้อย่างลงตัว โคมไฟเปิดสว่างอยู่ที่โต๊ะทำงาน เทียนไขถูกจุดเอาไว้ไม่ไกลจากเครื่องเสียงเล็กๆ ที่ทำหน้าที่บรรเลงเพลงแจ๊ซแผ่วๆ จากนักร้องหญิงผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม
’ รงค์ วงษ์สวรรค์ ต้อนรับชาวคณะอย่างอบอุ่นอย่างนักเลงสุรา ทั้งเบียร์ ไวน์ และสก็อตถูกเตรียมไว้พร้อมสรรพ น้ำเย็น โซดา น้ำแข็งไม่มีตกหล่น
“ ดื่มเป็นเพื่อนอาว์หน่อย ” คุณ ’ รงค์หันไปทักปราบดา เยาวมิตรทางตัวอักษรที่รอนแรมต่างเวลามาพบกันเมื่อ 30 ปีล่วงผ่าน
“ ดื่มเองไม่ได้ แต่ให้คนอื่นดื่ม เราก็มีความสุข ” ในโควต้าอันจำกัดของร่างกาย ’ รงค์ วงษ์สวรรค์ ใช้ไวน์ขาว 3 แก้ว และเวลายาวกว่า 3 ชั่วโมงแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตอันมากล้นกับผู้มาทีหลัง
ฝนพรำแผ่วๆ เมื่อเรากราบลาผู้อาวุโสมาในตอนเย็น
ค่ำวันนั้นเราใช้เวลาเสวนากันต่อที่ร้านอิ่มอุ่นท่ามกลางผู้ฟังหนาตาเต็มเท่าที่พื้นที่จะอนุญาตให้เบียดนั่ง
ก่อนเวลาหอพักปิด นักศึกษาสาวหลายคนขอตัวกลับ
นักเขียนหนุ่มในคณะบางคนทอดถอนใจ
OPEN HOUSE พาเราเดินทางสู่พิษณุโลกในเดือนต่อมา จุดหมายอยู่ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร สำนักหอสมุดและศูนย์หนังสือจุฬาฯ ซึ่งไปเปิดสาขาที่นั่น ลงทุนส่งรถตู้มารับพวกเราถึงสำนักงาน คราวนี้เราจึงได้ โตมร ศุขปรีชา มาเพิ่มอีกหนึ่งคน รถวิ่งประหนึ่งเครื่องบินออกจากรันเวย์
ไม่ใช่ความเร็ว แต่เป็นเสียงเฟืองท้ายที่ครางครวญตลอดคืน กว่าจะถึงที่หมายก็เลยเที่ยงคืน ไม่มีบทสนทนา กล่าวลากันเสร็จ ทุกคนเข้านอนโดยสงบ
ไหว้พระพุทธชินราชตอนเช้า ไหว้ศาลสมเด็จพระนเรศวรตอนสาย กินก๋วยเตี๋ยวเรือก่อนเที่ยง ร้องเพลงกันนิดหน่อย ช่วงบ่ายรายการเสวนาก็เริ่มขึ้นท่ามกลางนักศึกษาหลายร้อยชีวิตที่คึกคักใคร่รู้เรื่องวรรณกรรม
“ พี่คุ่นปาดเหงื่อน่ารักจัง อยากขอให้ทำให้ดูอีกที ” โน้ตแผ่นเล็กๆ ในมือผมอ่านว่าอย่างนั้น พูดจบปราบดาก็ลุกขึ้นปาดเหงื่องามๆ หนึ่งครั้ง ให้เป็นที่ครึกครื้นใจยิ่งนัก
จากมิถุนายน OPEN HOUSE ทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์บนแผงหนังสือ ถึงเดือนกันยายนพวกเรากลับมาเริ่มทำงานกันต่อเพื่อให้ฉบับตุลาคมวางแผงตรงตามเวลา
’ รงค์ วงษ์สวรรค์ ไม่เคยอ่อนข้อให้งานเขียน ปฏิทินบอกเวลาสิ้นเดือน ต้นฉบับพิมพ์ดีดส่งถึงสำนักงานทันที เช่นเดียวกับ คุณวินทร์ เลียววาริณ ที่แม้งานประจำจะล้นมือ แต่ต้นฉบับมักจะมาตั้งแต่ไก่โห่เสมอ
ขอคารวะในความสม่ำเสมอ
คุณวินทร์บอกพวกเราว่า อย่างน้อยต้องเขียนงานทุกเดือน ได้มากได้น้อยไม่เป็นไร แต่ต้องฝึกไว้ให้เป็นนิสัย
ต้นฉบับของ ชาติ กอบจิตติ เดินทางตามมาจากปากช่อง หลังจากตกปากรับคำกันไว้ตั้งแต่ฉบับที่แล้ว
ขอคารวะอีก (สอง) ครั้งสำหรับอาจารย์ใหญ่
อุดม แต้พานิช หนีออกจากบ้านไปอย่างไร้ร่องรอย สั่งสันติผู้น้องไว้เพียงว่า
“ ฝากดูแลแม่ด้วย กูจะไปฝึกวิทยายุทธ์ ”
ผมเสียพนันปราบดา ส่วนวรพจน์หัวเราะชอบใจเพราะค่อนข้างมั่นใจว่าอุดมจะเบี้ยว
แต่ที่ไม่เบี้ยวและส่งอีเมลมาก่อนออกเดินทางไปสวิสฯคือ ศุ บุญเลี้ยง
“ หรือจะใช้นามปากกาสมจุ้ย เจตนาน่าสนุก ก็แล้วแต่คุณ ” เป็นคำสั่งสุดท้ายของสมจุ้ย เอ๊ะ หรือว่าศุ บุญเลี้ยง
คำ ผกา ส่งต้นฉบับมานานโข ส่วนนิทรา ส่งตรงตามเวลาที่รับปากไว้กับปราบดา ซึ่งแอบกระซิบว่า ไอ้คุณตั้ม—วิศุทธิ์ พรนิมิตร กำลังเซ็งชีวิต
เหลือคนกันเองทั้งนั้นที่ปั่นต้นฉบับกันเอานาทีสุดท้าย
ผมชวนทีมงานไปคุยกับ พี่แอ๊ด คาราบาว ที่บ้านย่านกรุงเทพ – กรีฑาในบ่ายวันหนึ่ง ในห้องอัด ซึ่งผนังด้านหนึ่งบรรจุกีตาร์ 52 ตัวไว้ในตู้ แอ๊ด คาราบาว รินไวน์ลงในแก้ว ก่อนกระดกหายไปภายในพริบตา
“ ช่วงนี้เพิ่งแต่งเพลงเสร็จ กำลังมีความสุข ”
พอร์ชสีแดงสงบนิ่งอยู่หน้าบ้าน มอเตอร์ไซค์ ฮาร์เลย์จอดเรียงรายอยู่ในโรงเก็บ กว่าปีมาแล้วที่มันเคยพาเขาและสหายรอนแรมสู่ปากช่องเพื่อร่วมฉลองการเข้าเป็นพลเมืองโคราชของชาติ กอบจิตติ
ผมนอนสงบอยู่ในป่ากับกองไฟเล็กๆ เสียงทุ้มกังวานของฮาร์เลย์แว่วมาก่อนเวลาเที่ยงคืนเล็กน้อย
“ มันไปอยู่เสียไกล คิดถึงจะไปเยี่ยมก็ไปไมได้ ” ราชาเพลงเพื่อชีวิตเอ่ยถึงดับเบิลซีไรต์คนแรก
“ ฝากบอกมันด้วยว่ามันเป็นทุกขลาภ ” ดับเบิลซีไรต์คนแรก ไม่ได้บอกกับเพื่อนแอ๊ด แต่ส่งสารผ่านไปยังซีไรต์คนล่าสุดซึ่งน่าจะกำลังหมกมุ่นอยู่กับการจัดหน้าเมื่อเวลาวางแผงใกล้เข้ามาถึง
“ ปีหน้าก็จะมีคนมารับไปต่อ ” ชาติ กอบจิตติ ทิ้งท้าย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน เมื่อหนังสือฉบับนี้อยู่ในมือท่าน ชาว OPEN HOUSE ส่วนใหญ่คงแยกย้ายกันไปปฏิบัติภารกิจตามที่แต่ละคนวางแผนเอาไว้ คุณปราบดาเดินทางไปทิศตะวันออก ผมเดินทางไปทิศตะวันตก คุณจุ้ยเดินทางขึ้นเหนือ ขอความกรุณาใครบางคนช่วยลงใต้จะได้ครบทิศ
ปีนี้เอาเท่านี้ ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่
ขอบคุณด้วยความจริงใจสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นที่ทุกท่านกรุณามอบให้
จนกว่าจะพบกันใหม่ครับ
ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
ในนามชาว OPEN HOUSE ทุกคน

|
|
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)




