โลก บ้าน และเครื่องแยกกากอาหารสีเขียว
อุปกรณ์สีเขียวที่ท่านเห็นบนปกหนังสือเล่มนี้นั้น เป็นเครื่องแยกกากรุ่นแรกๆ ที่เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้วเห็นจะได้ ราคาตกราว 3,000 กว่าบาท จัดว่าแพงพอสมควรเมื่อเทียบกับค่าครองชีพและเงินเดือนข้าราชการสมัยก่อน อาศัยว่าร้านวีรสุยุคเริ่มต้นมีนโยบายให้ผ่อนได้สามงวด งวดละพันกว่าบาท เจ้าเครื่องแยกกากฮิตาชิ จึงกลายเป็นมรดกตกทอดติดบ้านมาตั้งแต่รุ่นแม่ น่าแปลกใจที่ว่ามันยังใช้งานได้ดีและยังคงสามารถปั่นน้ำผลไม้ให้รุ่นลูกและรุ่นหลานดื่มตอนเช้าได้ทุกวัน
นับว่าทนทานไม่ใช่เล่น
ข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ มักเป็นสิ่งที่มีอยู่กันทุกบ้าน จะทิ้งไปผู้เป็นเจ้าของเดิมก็เสียดาย จะเก็บไว้ลูกหลานก็บ่นรำคาญว่าบ้านรก ส่วนใหญ่มักจะตกลงกันไม่ได้ มันจึงคาราคาซังอยู่ตามซอกมุมต่างๆ ของบ้าน ผสมผสานกันไประหว่างรสนิยมของคนรุ่นใหม่กับความประวัติศาสตร์ของคนรุ่นก่อน บ้านที่มีคนอยู่กันหลายรุ่นนอกจากอุปกรณ์ทำอาหารยุคดั้งเดิมแล้ว ถ้วยโถโอชามจำพวกที่เก็บไว้นานปี ใส่ตู้อย่างดีแต่ไม่เคยได้หยิบมาใช้ จัดได้ว่าเป็นของยอดนิยมสำหรับคนรุ่นยายรุ่นย่า ลูกหลานอย่าได้หาเรื่องไปแตะเข้าทีเดียว
จะงอนกันเสียเปล่าๆ
ในยุคที่อสังหาริมทรัพย์กลับมาเฟื่องฟูหรูหรา รูปแบบบ้านถูกปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเพื่อให้ต้องตรงกับรสนิยมของลูกค้ารุ่นใหม่ บ้านสีขาวหลังคาสีแดงโครงสร้างดูเทอะทะซึ่งสร้างสำเร็จรูปกันมาหลายปี ถูกท้าทายด้วยบ้านสไตล์ตะวันออกแบบโมเดิร์น ที่มาพร้อมการตกแต่งแบบมินิมัลอันเรียบง่าย ประหนึ่งว่าพักอาศัยอยู่ในรีสอร์ตตลอด 365 วัน
บ้านแบบนี้บวกกับกระแสโฆษณาดูท่าว่าจะถูกใจลูกค้ายิ่งนัก แม้โดยภาพลักษณ์จะดูดีเพราะบางโครงการตกแต่งให้เสร็จประเภทหิ้วกระเป๋าเข้ามาอยู่ได้เลย แต่อยู่ไปๆ ประวัติศาสตร์ก็มักจะเพิ่มขึ้น มินิมัลก็ชักจะไม่เป็นมินิมัล ข้าวของเครื่องใช้มากมายเริ่มจะหาที่เก็บไม่ได้เพราะไม่ได้เตรียมทำตู้ทำชั้นไว้มากพอ อาจจะไม่ต้องรอถึง 30 ปี สมบัติพัสถานอันสำราญซื้อหากันมาในช่วงมิดไนต์เซลก็เริ่มจะกองเต็มบ้าน นานวันเข้าก็พานไม่อยากเก็บจัด บ้านก็เริ่มจะกลายเป็นป่ารักชัฏของวัตถุจนสิงสาราสัตว์เริ่มจะมาพึ่งพาอาศัย
บ้านที่สวยเหมือนในรูปจึงเป็นบ้านที่ยังไม่มีคนอยู่ เพราะลงว่ามีคนอยู่เข้าไปแล้ว คนนั้นเองที่จะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมและการตกแต่งบ้านให้เป็นไปตามรสนิยมของตนในที่สุด ยิ่งมีคนอยู่หลายรุ่นด้วยแล้ว การปะทะกันของรสนิยมจึงกลายเป็นเรื่องปกติ แต่กระนั้นถ้าทำใจรับได้ ผสมผสานกันไปดีๆ ก็อาจจะเกิดความสวยไปอีกแบบ เป็นความสวยที่ยืนอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงของชีวิตผู้คนในบ้านนั้นเอง
ในยุควิตอเรียซึ่งอังกฤษเป็นเจ้าทะเลออกล่าอาณานิคมไปตามทวีปต่างๆ นอกจากอาหารการกิน เครื่องเทศ และชาแล้ว ข้าวของเครื่องใช้แปลกๆ เป็นสิ่งที่คนอังกฤษขนกลับมาประดับตกแต่งบ้านเรือนกันอย่างสนุกสนาน การผสมผสานสิ่งที่แตกต่างให้อยู่ด้วยกันได้อย่างกลมกลืนกลายเป็นศิลปะของชนชั้นสูง จนกลายมาเป็นสไตล์วิคตอเรียนที่รวมเอาทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวและมีเอกลักษณ์
แต่ก็ใช่ว่าจะผสมผสานกันอย่างง่ายๆ ความรู้ความเข้าใจในองค์ประกอบของศิลปะและความงามเป็นความจำเป็นขั้นพื้นฐาน รสนิยมที่ผ่านการสั่งสมจากการดู การใช้ การสัมผัสซึมซับล้วนปลูกฝังสุนทรียภาพให้กับผู้คนรุ่นต่อรุ่น ขาดตกบกพร่องสิ่งใดไปจากความงามก็จะแปรเปลี่ยนเป็นความรก เกินงามเกินพอดีไปเสีย
คนรุ่นใหม่เมื่อทำงานพอมีรายได้แล้วจึงนึกอยากมีบ้านเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น การได้เลือกของใช้เอง ลงมือตกแต่งบ้านเอง หรือว่ากันให้ถึงที่สุดคือการได้อยู่ในสภาพแวดล้อมของตัวเอง เป็นสิ่งที่ทุกคนโหยหา เพราะในชีวิตจริงทุกวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้คนส่วนใหญ่ล้วนต้องพบเผชิญกับการทำงานและดำเนินชีวิตไปตามการบงการของคนอื่นมากกว่าที่จะสามารถเลือกวิถีทางของตนเองได้ ท่ามกลางการแข่งขันและความจำเป็นที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ บ้านหลังเล็กๆ จึงเป็นความฝันของคนทุกคน
บ้านในความหมายนี้เป็นมากกว่าอิฐหินปูนทรายและสนามหญ้า เพราะจะว่าไปแล้วแม้ในหอพักหรือห้องเช่าขนาดเล็ก เมื่อผู้คนสามารถปิดกั้นตัวเองออกจากโลกภายนอกได้ ในยุคที่คนแทบจะไม่เหลือความเชื่อทางศาสนาและศรัทธาต่อสิ่งใด พื้นที่ส่วนตัวเล็กๆ นั้นจึงไม่ต่างอะไรกับสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ใช้ประกอบพิธีกรรมแห่งชีวิต ตั้งแต่การกิน นอน เลยล่วงไปจนถึงการสืบเผ่าพันธุ์
ในยุคราคาที่ดินแพงเหมือนปูด้วยทองคำ ไม่ได้บ้านเอาแค่คอนโดมิเนียมห้องเล็กๆ ก็ยังดี แต่ถึงกระนั้นคอนโดฯกลางใจเมืองขนาดเท่าห้องพักโรงแรม ราคาก็ยังถีบตัวขึ้นไปสูงถึง 2 ล้านบาท ไหนจะต้องผ่อนรถ จ่ายค่าโทรศัพท์มือถือ ซื้อตั๋วดูหนัง ลำพังรายได้ที่หามาก็เริ่มชักหน้าไม่ถึงหลัง โชคยังดีที่มีเงินด่วนประเภทอนุมัติทันทีมาช่วยแบ่งเบา แต่นานวันเข้าเมื่อรวมกับหนี้บัตรเครดิต ไอ้ที่ว่าโอเด ในอนาคตก็ชักจะไม่โอเค คนที่เคยผ่านกระบวนการเร่งรัดหนี้ของบริษัทบัตรเครดิตคงเข้าใจประสบการณ์ระทึกใจเหล่านี้ดี
เครื่องแยกกากกลายมาเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมในยุคที่กระแสชีวจิตเฟื่องฟู ผักผลไม้ใส่ลงไปในเครื่อง แยกเอากากออกไป เหลือแต่เฉพาะส่วนน้ำสำหรับดื่มตอนเช้า ตามทฤษฎีว่ากันว่ามีเอมไซน์มากมายที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของกลไกชีวิตรวมทั้งสร้างภูมิป้องกันโรค นอกจากน้ำผลไม้แล้วน้ำอาร์ซีที่เกิดจากการนำธัญพืชมาต้มก็เคยเป็นที่นิยมกันอยู่พักใหญ่ แต่ความที่เตรียมยากโดยเฉพาะสำหรับชีวิตคนเมือง นานวันเข้าก็กลับมาหุงข้าวกินกันเหมือนเดิมเป็นปกติ ที่ดีหน่อยก็ยังคงเป็นข้าวกล้องต่อไป ส่วนพวกที่ทนไม่ไหวก็กลับไปหาข้าวหอมมะลิ
สรรพสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ข้าวของเครื่องใช้เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ตั้งอยู่ตรงนั้นยังไม่ยอมดับไปไหน โชคดีหน่อยผ่านไปสามสิบปี ออกแบบไว้เก๋ กระแสความนิยมกลับมาก็กลายเป็นงานแนวเรโทรไปได้ วงการแฟชั่นก็เช่นเดียวกัน หมุนไปแล้ว ก็วนกลับมาเป็นวัฏจักร ที่ว่าเชย ว่าล้าสมัย ไม่กี่ปีผ่านไปก็กลับมาอินเทรนด์ได้ ส่วนพวกที่คิดว่าตัวเองอินเทรนด์เหลือเกินอยู่ตอนนี้ ไม่กี่ปีก็คงต้องเสื่อมไป
ข้อสุดท้ายนี้ไม่ได้ตั้งใจจะว่าใคร
ก็โลกที่ผมเห็นมันเป็นอย่างนี้จริงๆ
ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บ้านซอยศาสนา
7 สิงหาคม 2547

|
|
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)




