Season Preview ภาค 2

- วิมุต วานิชเจริญธรรม -


ไม่น่าเชื่อว่าเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ผมพยายามสถาปนาตัวเองเป็นกูรูลูกหนังบน Information Superhighway ผมก็ต้องประสบกับเหตุการณ์หน้าแตก

นั่นคือ ผลการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องของทีมที่ผมได้ทิ้งท้ายไว้ในบทความก่อนหน้าว่าเป็นทีมที่มีโอกาสมากที่สุดที่จะทำให้ทั้ง เชลซี ผีแดง และปืนใหญ่ อกหักในฤดูกาลนี้ ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครอบครอง

ไมนซ์ !..... Who is Mainz?

ก่อนหน้านี้ผมรู้จักแต่ ไฮนซ์ (Hainz from ฟิลาเดลเฟีย) Ketchup เนื้อข้นสีแดงฉาน ไม่เคยรู้มาก่อนว่า ไมนซ์ยังอยู่ในบุนเดสลีกา

แต่เมื่อ ไมนซ์มาอุ่นเครื่องกับ หงส์แดงทีมที่ผมรู้จักดี หงส์แดงของผมเลยเปลี่ยนสภาพเป็น Hainz เพราะโดนไมนซ์ยำไป 5-0

ใช่ครับ ห้าประตูต่อศูนย์

โดนยิงไส้ทะลัก เลือดออกมานองเต็มสนามเหมือนขวด Ketchup แตกยังไงยังงั้น

นี่ขนาดอุ่นกับทีมระดับโนเนมนะครับ ไม่ได้ไปร่วมทัวร์นาเม้นท์อย่าง อัมสเตอร์ดัม หรือทัวร์อเมริกา

ความเชื่อมั่นในทีมและความหวังที่จะเห็นทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศของบรรดาสาวกหงส์แดงได้ถูกทดสอบอีกครั้ง

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไอ้เพลงประจำทีมนั่นหรือเปล่า ที่มาแนวเราไม่ทิ้งกันแม้ยามยากลำบาก หรือที่ร้องกันเป็นภาษาอังกฤษเป็นใจความว่า “พวกเราจะไม่เดินกันตามลำพัง”

แบบว่านานๆ ก็มาลองใจกันดูสักนิดว่า ยังเดินด้วยกันต่อไปจริงหรือเปล่า

มาถามผมตอนนี้ ว่ายังยืนยันเหมือนเดิมหรือไม่ว่า หงส์แดงจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกปีนี้ไปครอง ผมขอยืนยันเหมือนเดิมครับ แม้จะด้วยน้ำเสียงที่ลดความหนักแน่นลงไปจากเดิมกว่าครึ่ง

เหตุผลที่ผมยังเชื่อมั่นเหมือนเดิมไม่มีอะไรมากหรอกครับ สองปีที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลเป็นเสมือนทีมที่ฟ้าลิขิตให้มาเป็นมารขวางความสำเร็จแบบสุดๆ ของเชลซี

ถ้าไม่ใช่เพราะลูกยิงลูกนั้นของ หลุยส์ การ์เซีย มูรินโญ่อาจจะได้ฟาดสามแชมป์ในปีแรกของการคุมทีม (แชมป์ลีก ลีกคัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก)

และก็เป็นลิเวอร์พูลอีกเช่นกันที่ขัดขวางมิให้เชลซีได้ดับเบิ้ลแชมป์ (แชมป์ลีก ควบ เอฟเอ คัพ) ในฤดูกาลที่ผ่านมา (คุณคิดว่า เวสต์แฮมจะชนะเชลซีในนัดชิงได้หรือครับ)

ผมได้ยกให้เชลซีเป็นทีมที่ไร้ความโรแมนติคที่สุด และในเวลาเดียวกัน ผมก็ขอยกให้หงส์แดงของผมเป็นทีมที่โรแมนติคสุดๆ เหมือนกัน

ลองนึกดูสิครับว่า การคว้าสองแชมป์ในสองปีที่ผ่านมาของหงส์แดง สร้างตำนานให้เป็นที่กล่าวขานและจดจำกันได้ขนาดไหน

โดนยิงนำก่อน ถึงสามลูกในครึ่งแรก และกลับมาเอาคืนได้สามลูกในช่วงเวลาหกนาทีของครึ่งหลัง ด้วยสปิริต Never Say Die ที่ขาดหายไปจากนัดชิงยูโรเปี้ยนคัพมาเป็นเวลาหลายสิบปี ภาพความทรงจำของแฟนบอลที่ยืนเคียงข้างกับทีม แม้ความหวังจะริบหรี่เพียงใดก็ตาม เสียงร้องเพลง You’ll Never Walk Alone ยังดังกระหึ่มราตรีของอิสตันบูลไม่ขาดหาย ตำนานนัดชิงบอลยุโรปบทนี้จะถูกจารึกไว้ตราบนานเท่านาน

เช่นเดียวกันกับ การพลิกฟื้นจากสถานการณ์เจียนตายในเกมเอฟเอคัพนัดชิงกับเวสต์แฮม ที่กัปตันแฟนตาสติค วอลเล่ย์ยิงลูกมหัศจรรย์จากนอกเขตโทษ เสียบโคนเสาก่อนที่กรรมการจะเป่านกหวีดยาวปิดเกมการแข่งขัน 90 นาทีเพียงไม่นาน ช่วยให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 3-3 จนต้องต่อเวลาและดวลจุดโทษ ซ้ำรอยเหตุการณ์ในอิสตันบูลเมื่อปีก่อนหน้าไม่มีผิด เอฟเอคัพนัดชิงปีที่ผ่านมาจึงถูกกล่าวขานว่า เป็นนัดชิงที่สนุกตื่นเต้นที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา (เชื่อว่า ถ้าเป็นทีมในระดับท็อปโฟร์ทีมอื่นมาเจอกับเวสต์แฮมในวันนั้น เกมคงไม่สูสีดูสนุกขนาดนี้หรอกครับ)

สองปีที่ผ่านมา ความยิ่งใหญ่แต่ไร้โรแมนติคของเชลซี จึงถูกกลบด้วยความสำเร็จของลิเวอร์พูลที่แม้จะดูด้อยกว่า แต่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวให้คนกล่าวขานถึง

ไม่แปลกใจถ้าใครจะบอกว่า บรรดาขุนพลเชลซี และ ฯพณฯ มูรินโญ่ เกลียดหงส์แดงเข้าไส้

ความรักความแค้นระหว่างเชลซี และลิเวอร์พูลกำลังดำเนินมาสู่บทสรุปของมหากาพย์ไตรภาค เมื่อราฟาเอล เบนิเตซจัดการปรับจูนทีมหงส์แดงให้สามารถลดช่องว่างของแต้มในลีก จากที่เคยถูกเชลซีทิ้งห่างถึงสามสิบกว่าแต้มเมื่อสองปีก่อน ให้เหลือเพียงครึ่งเดียวในฤดูกาลที่ผ่านมา

ลิเวอร์พูลพัฒนารูปเกมให้มีประสิทธิภาพและความน่ากลัวมากขึ้นกว่าในเมื่อสองปีก่อน แต่ยังคงหาความแน่นอน สม่ำเสมอไม่พบ อีกทั้งในแดนหน้ายังคงทื่อ และกระสุนด้านเหมือนเดิม

การเสริมทีมของเบนิเตซในฤดูร้อนนี้ดูจะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด เพิ่ม เบลามี่ ในแดนหน้า และเพนแนนท์ ทางริมเส้นด้านขวา ดูๆ แล้วหงส์แดงในปีนี้มีอาวุธครบเครื่องกว่าปีที่แล้วมาก หากต่อยอดความสำเร็จในการพัฒนาทีมจากปีที่แล้วได้ ผมเชื่อว่า ปีนี้ เก็บ 6 แต้มจากทั้ง แมนฯ ยูฯ และอาร์เซน่อลได้สบายๆ (รวมสองทีม 12 แต้มนะครับ ไม่ใช่สองทีมหกแต้ม)

หากหงส์แดงได้พรสองประการจากพระเจ้ามาช่วยด้วยคือ หนึ่ง ขอให้ขุนพลเชลซีประสบปัญหาอาการบาดเจ็บและฟอร์มตกบ้าง เพราะสองปีที่ผ่านมา แลมป์ เทอร์รี่ และเช็ก แทบไม่เคยเจ็ํบ หรือมีเหตุทำให้ต้องห่างสนามไปนานๆเลย เราจึงอยากเห็นพวกเขาเจ็บบ้าง และถ้าจะให้ดี เจ็บกันหลายๆ คนหน่อย เพราะในทีมเชลซีมันมีตัวตายตัวแทนเยอะ พวกสำรองก็ไม่ใช่จะขี้เหร่ อย่างน้อยก็เก่งกว่าพวก ตราโอเร่ หรือดิเยา แน่ๆ

พรข้อที่สองคือ ขอให้ชนะเชลซีได้มากกว่า ปีละครั้ง สองปีที่ผ่านมาเหมือนกับว่าหงส์ได้รับโควต้ามาปีละครั้ง หงส์เลยเลือกใช้ในวาระที่สร้างความเจ็บแสบให้กับเชลซีได้มากที่สุด นั่นคือชนะในการดวลแข้งรอบรองชนะเลิศบอลถ้วยทั้งสองปี (ในปีนี้ขอให้หงส์ชนะเชลซีในบอลลีกบ้าง อย่าช่วยแจกหกแต้มเหมือนสองปีที่ผ่านมาอีกนะ)

ยังไม่ทราบเลยว่าพรทั้งสองข้อจะได้รับอนุมัติจากพระเจ้าหรือไม่ ผมจึงได้แต่หวังว่า หงส์คงไม่เลือกใช้โควต้าที่มีอยู่ในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ กับเชลซีในวันอาทิตย์นี้เสียก่อน บอลลีกกำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่วัน รอเอาไปใช้ตอนเจอกันในลีกจะมีประโยชน์กว่านะครับ

ฟันธงเลย อาทิตย์นี้ เชลซี 3 ลิเวอร์พูล 2