Weblogs
@ storythai diary @ 9korn @ Shoes @ idiarist @ WP4 @ Storist @ ywv
aStore Shopping
@ Running @ Nike @ Asics @ MBT @ Adidas @ DC @ Keen @ iPhone 3g
home about openbooks openhouse october opendragon
คนค้นสัตว์
แทนไท ประเสริฐกุล


Mimic: ปรากฏการณ์ก๊อบลวงโลก (ตอน 6)

สัตว์บางชนิดเลียนแบบสัตว์อื่นเพื่อหลอกลวงเอาปัจจัย 4 ที่ชาวบ้านเค้าอุตส่าห์หามาไปใช้ ในขณะที่ตัวเองอยู่อย่างสบายโดยไม่ต้องลงทุนลงแรงทำอะไรเลย.. เคยได้ยินคำว่าพวกกาฝากมั้ยล่ะครับ? ชื่อของมันก็บอกอยู่แล้วใช่มั้ยครับ ว่าพฤติกรรมแบบนี้มีที่มามาจากไหน

นกกาฝากภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า cuckoo ครับ นกพวกนี้ จะไม่ลงทุนสร้างรังของตัวเอง พอถึงเวลาก็จะแอบไปไข่ทิ้งไว้ในรังของนกอื่น แล้วโดยมากไม่ใช่ไข่ธรรมดาซะด้วยนะครับ แต่เป็นไข่เลียนแบบ ทำลวดทำลายให้เหมือนกับไข่ของเจ้าของรังทุกประการ(ดูรูป) แม่นกที่ออกไปช็อปปิ้ง พอกลับมาถึงบ้านก็จะไม่รู้เรื่องซักนิดเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างแลดูเป็นปกติดี มันก็นั่งกกไข่ต่อไป จนกระทั่งฟักออกมาเป็นตัวแล้ว มันก็ยังอุตส่าห์เลี้ยงลูกของกาฝากต่อไปราวกับเป็นลูกของตนเองอีก จนกระทั่งลูกนกตัวโตจนจะล้นออกมาจากรังแล้ว (รูปล่างซ้าย) มันก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่านั่นไม่ใช่ลูกของมัน (ดูรูปล่างขวา: แม่นกกำลังเอาแมลงมาป้อนให้กับลูกกาฝากอ้วนพีซึ่งตัวใหญ่กว่ามันซะอีก)

สำหรับกาฝาก คำว่า ‘ฝาก’ ในชื่อนี่ก็คือหมายถึง ‘ฝากเลี้ยง’ ในโลกของสัตว์ยังมีพวกที่ชอบฝากอีกเยอะ บ้างฝากหาอาหาร บ้างฝากสร้างบ้านสร้างรัง บ้างฝากดูแลความสะอาด รักษาความปลอดภัย ให้คนอื่นเค้าทำให้หมด ตัวเองไม่ทำอะไรเลย.. เราลองไปดูชีวิตของพวก กาฝากสังคม พวกนี้กัน

สังคมสัตว์ที่ซับซ้อนที่สุด คงไม่แคล้วต้องเอ่ยถึงพวกแมลงที่สร้างรังอยู่ร่วมกันเป็นล้านๆ และมีการแบ่งงานแบ่งหน้าที่กันทำอย่างพวกมดและปลวก รังของพวกมันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก อยู่สบาย มีของกินเพียบ มีระบบระบายอากาศ มียามรักษาการ มีคนใช้คอยดูแลทำความสะอาด มีพวกช่างคอยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ.. ด้วยความสุดยอดเช่นนี้ สังคมของพวกมันจึงมักตกเป็นเป้าของพวกกาฝากอยู่เสมอ.. มีแมลงมากมายหลายชนิดไล่ไปตั้งแต่ ผีเสื้อ แมลงวัน ด้วง มวน ต่างๆ ที่ใช้วิธี mimic รูปร่าง mimic กลิ่น หลอกให้พวกมด/ปลวกคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน แล้วก็ขอแอบแฝงเข้าไปอาศัยอยู่ในรังด้วย social parasite พวกนี้ บ้างก็ไม่ทำอะไรชั่วร้ายมาก แค่ขอเข้าไปอาศัยหลบภัยในรังด้วยเฉยๆ บางพวกหนักขึ้นมาหน่อย อาจจะแอบขโมยกินอาหารที่พวกมดหามาได้ หรือไม่ก็ทำทีท่าเป็นหิวหลอกขอให้มดตัวอื่นช่วยป้อนอาหารให้ บางพวกถึงกับ สร้างครอบครัวในนั้นเลย ไข่เสร็จแล้วก็หลอกให้มดดูแลให้ พอไข่ฟักก็หลอกให้มดหาอาหารมาเลี้ยงดูตัวอ่อนอีก ตัวเองไม่ต้องทำอะไรเลย กินบนเรือนขี้บนหลังคา อยู่บ้านท่านยังนิ่งดูดาย แถมใช้ให้ท่านปั้นวัวปั้นควายให้ลูกตัวเองเล่นอีก

ภาพข้างล่าง เป็นตัวอย่างของแมลงที่ทำตัวเป็นกาฝากในสังคมมด/ปลวก บนซ้ายได้แก่มดชนิดหนึ่ง ส่วนบนขวาคือตัวด้วงที่เป็น mimic แอบปลอมตัวเข้าไปเสพสุขอยู่กินในรังของมัน ดูภาพข้างล่างกันบ้าง รูปซ้ายคือปลวกของจริง ส่วนรูปกลางคือด้วงอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็น mimic แอบปลอมตัวเข้าไปอยู่ด้วย.. ด้วงที่ปลอมเป็นปลวกตัวนี้ มีความน่าสนใจเป็นพิเศษอยู่อย่างนึง ตรงเทคนิควิธีการก็อปปี้ของมัน ลองสังเกตภาพล่างขวาดูนะครับ นั่นคือด้วงตัวเดียวกับตัวตรงกลาง แต่ถูกจับมาหันข้าง พอมองจากมุมนี้แล้วเราจะเห็นชัดเลยว่า ปลวกปลอมที่มันสร้างขึ้นนั้น ไม่ได้สร้างมาจากตัวมันทั้งตัว แต่เป็นแค่ส่วนก้นของมัน ที่เหมือนกับถูกเป่าลมเข้าไปจนพองออกเป็นตุ๊กตาบอลลูนรูปปลวก พร้อมเสร็จสรรพด้วยติ่งที่ห้อยออกมาเลียนแบบขาและหนวด (นึกถึงพวกตุ๊กตาเป่าลมรูปจระเข้ รูปปลาโลมา ที่เราชอบเอาลงไปเล่นในสระว่ายน้ำ) ก็นับว่าเป็นวิธีการที่แนวมากๆ โดยส่วนตัวแล้วผมยังไม่เคยอ่านเจอแมลงอื่นที่ไหนเขาทำกันแบบนี้เลย

ภาพชุดถัดมา โชว์ให้ดูกาฝากชนิดอื่นๆ ที่มักแฝงตัวเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในรังมด(บนซ้ายและกลางเป็นพวกด้วง บนขวาเป็นจิ้งหรีด ส่วนรูปล่างเป็นหนอนผีเสื้อกับตัวเต็มวัยของมัน) สังเกตว่า พวกนี้หน้าตาไม่ได้เหมือนมดซักเท่าไหร่เลย.. ดูเหมือนว่า สำหรับมดแล้ว หน้าตาจะไม่สำคัญเท่ากับกลิ่น ประมาณว่าถ้ารูปลักษณ์ภายนอกไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ากลิ่นใช่ถือเป็นใช้ได้.. พวกแมลงกาฝากทั้งหลายที่อยู่ในรูปเหล่านี้ แทบจะไม่ได้ปลอมหน้าตาเลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าพูดถึงกลิ่นละก็ พวกมันก็อปมาเหมือนมากจนพวกมดไม่สามารถแยกแยะออกได้ อย่างผีเสื้อในรูปข้างล่าง มันจะไข่ทิ้งเอาไว้บนใบไม้ พอตัวหนอนฟักออกมา โตได้ซักระยะนึงก็จะเริ่มผลิตสารเคมีพิเศษ ซึ่งลอกเลียนแบบมาจากฟีโรโมนของตัวอ่อนมด.. พวกมดเดินผ่านไปผ่านมาพอได้กลิ่น ก็จะหลงคิดว่าหนอนผีเสื้อเป็นตัวอ่อนที่หลงออกมาอยู่นอกรัง เลยช่วยกันแบกหนอนตัวนี้กลับไปไว้รวมกับตัวอ่อนอื่นๆ พอมาถึงรังเจ้าหนอนนี่ก็ปล่อยสารเคมีเลียนแบบฟีโรโมนชนิดอื่นๆ ของมดออกมาอีก คราวนี้เพื่อกระตุ้นให้มดงานเอาอาหารมาป้อนมัน ตัวหนอนได้รับการเลี้ยงดูจากมดอย่างดี จนกระทั่งเติบโตเป็นผีเสื้อแล้วก็จากไปในที่สุด (สำหรับมด ฟีโรโมนเปรียบเสมือน ภาษาที่ใช้กลิ่นเป็นตัวสื่อ สารเคมีแต่ละตัวก็จะสื่อความหมายที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งปกติมดชนิดเดียวกันเท่านั้นถึงจะอ่านเข้าใจและตอบสนองได้)

..............................


ไม่มีอะไรเจ็บใจเท่ากับโดนพวกเดียวกันเองทำอีกแล้วล่ะครับ สังคมมดโดนพวกลอกเลียนแบบแอบแฝงเข้ามาอยู่ด้วยเยอะแยะเต็มไปหมดก็จริง แต่ถึงที่สุดแล้ว ใครล่ะ จะเลียนแบบมดได้เก่งเท่ามดด้วยกัน.. ในบรรดามดที่เป็นญาติใกล้ชิดกัน บางชนิด ถือโอกาสว่าตัวเองหน้าเหมือนอยู่แล้ว ภาษาฟีโรโมนที่ใช้ก็คล้ายๆ กันอยู่แล้ว วิวัฒนาการเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย ก็สามารถลอกเลียนแบบของอีกชนิดนึงได้ แล้วก็สามารถหลอกใช้ประโยชน์จากเค้าได้ไม่ยาก.. มดกาฝากพวกนี้ บางชนิดจะไม่สร้างมดงานของตัวเองออกมาเลย รังเริงอะไรก็ไม่มี แต่จะอาศัยความเหมือนทางเคมีปลอมตัวแอบลักลอบเข้าไปในรังของมดชนิดอื่น แล้วไม่ได้เข้าไปเฉยๆ ไปถึงก็ปล่อยฟีโรโมนเลียนแบบควีนของสปีซี่ส์นั้นออกมา ทำให้พวกมดงานต่างก็พากันหลงเข้าใจผิดและตกเป็นทาสของมัน หาอาหารมาให้มันกิน คอยทำความสะอาดเนื้อตัวให้มัน พอมันออกไข่ก็คอยมารับไปเลี้ยงดู.. ลูกที่โตมาจะเป็นตัวเมียกับตัวผู้ที่มีปีก ซึ่งจะบินออกไปหาคู่ผสมพันธุ์ข้างนอก พอตัวเมียผสมเสร็จก็จะสลัดปีกทิ้งแล้วออกเดินทางหารังใหม่ เพื่อที่จะแอบแฝงเข้าไปเทคโอเวอร์กิจการต่อไป

(ดูรูปข้างล่าง)ในรูปบนซ้าย จะเห็นว่ามีมด 2 ตัวกำลังขี่หลังกันอยู่ ตัวใหญ่กว่าที่อยู่ข้างล่างคือควีนตัวจริงของรัง ส่วนตัวที่อยู่ข้างบนคือควีนกาฝากที่เข้ามายึดอำนาจ มันจะขี่หลังควีนตัวเก่าอยู่อย่างนี้ไปตลอด(เฉพาะในชนิดนี้) แล้วก็จะคอยปล่อยสารเคมีออกมาเพื่อสยบฤทธิ์ของเธอไม่ให้เหิมเกริมมาก ในช่วงแรกๆ ควีนปลอมจะเลี้ยงควีนจริงเอาไว้ก่อนเพื่อปล่อยให้เธอช่วยผลิตมดงานออกมาเพิ่มเรื่อยๆ (ควีนกาฝากไม่สามารถผลิตมดงานเองได้) ต่อมาพอมีมดงานมากพอแล้ว ควีนปลอมก็จะใช้ฟีโรโมนสั่งให้โคโลนีเลิกผลิตลูกของควีนจริงแล้วหันมาเลี้ยงเฉพาะลูกของตัวมันเองแทน.. ในรูปบนขวา จะเห็นว่ามีควีนกาฝากขี่หลังควีนตัวจริงอยู่ถึง 2 ตัวพร้อมๆ กัน ในกรณีนี้ควีนปลอมทั้งสองอาจต้องต่อสู่เพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ที่สุดกันเอาเอง สุดท้ายคนที่ชนะก็จะเป็นผู้เดียวที่ได้วางไข่ผลิตลูกหลานต่อไป

รูปล่างเป็นมดกาฝากอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่ใจดีเหมือนชนิดแรก.. ไอ้ตัวในรูปบนพอยึดรังได้แล้วมันยังไว้ชีวิตควีนตัวเดิม แต่ไอ้ตัวในรูปล่างจะกำจัดควีนเก่าและเข้านั่งบัลลังก์แทนเองอย่างสมบูรณ์แบบ และที่ร้ายที่สุดก็คือ มันจะไม่ลงมือด้วยตนเองคนเดียว แต่จะใช้วิธีทางฟีโรโมนหลอกล่อให้พวกมดงานมาช่วยกันฆ่าแม่ของพวกมันเองด้วย ในภาพที่เห็น มดตัวที่ใหญ่สุดและสีจางกว่าเพื่อนนั่น คือตัวควีนกาฝาก ซึ่งกำลังกัดทึ้งหนวดของควีนเจ้าบ้านอยู่ สังเกตว่า ควีนตัวเดิมอยู่ในสภาพที่ร่อแร่มาก ขาถูกกัดขาดไปเกือบหมด แล้วก็กำลังจะพบจุดจบด้วยการถูกรุมฉีกร่างออกเป็นชิ้นๆ โดยเหล่าบรรดาลูกๆ ของเธอเอง ซึ่งตกอยู่ภายใต้การควบคุมของควีนกาฝาก (โดยทั่วไปแล้วมดชนิดนี้มีควีนหลายตัวต่อ 1 รัง เริ่มแรกควีนกาฝากกับมดงานจะร่วมกันไล่ฆ่าควีนตัวเก่าทิ้งก่อน แต่จะไม่ฆ่าทั้งหมด ตัวที่ถูกปล่อยให้เหลือรอดอยู่ จะถูกลดระดับให้มาเป็นทาสใช้งานของควีนตัวใหม่ต่อไป)

ฟังแล้วคงรู้สึกอึ้งไปตามๆ กันสินะครับ.. ใครจะไปคิดว่าสังคมมดมันจะเต็มไปด้วยความโหดร้ายขนาดนี้

เอาล่ะครับ ประเดี๋ยวในหัวข้อต่อไป เรามาดูอะไรที่สยดสยองน้อยกว่านี้กันบ้างดีกว่า..



  Locations of visitors to this page


open 286 ถนนพิชัย แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทรศัพท์: 0-2669-5145-6 แฟกซ์: 0-2669-5146
email: pinyopen(at)yahoo.com
บรรณาธิการสำนักพิมพ์: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
บรรณาธิการโอเพ่นออนไลน์: สฤณี อาชวานันทกุล
ผู้ช่วยบรรณาธิการ: กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์
กองบรรณาธิการ: สินีนาถ เศรษฐพิศาล
Web production by Alongkorn (9korn)
eXTReMe Tracker   View Stat counter